"เผ่าภูมิ"แนะ 5 แนวทางแก้หนี้ครัวเรือน (มีคลิป)

2021-09-11 12:48:50

"เผ่าภูมิ"แนะ 5 แนวทางแก้หนี้ครัวเรือน (มีคลิป)

Advertisement


"เผ่าภูมิ"ระบุหนี้ครัวเรือนเข้าภาวะฉุกเฉิน ทั้งหนัก เน่า นอกระบบ จี้ต้องทำ 5 แนวทางแก้ด่วน

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะ ผอ.ศูนย์นโยบาย พท. แถลงข่าวถึงภาวะฉุกเฉินหนี้ครัวเรือนไทย โดยระบุว่าหนี้ครัวเรือนไทยทั้งหนัก เน่า และนอกระบบ ดังนี้

1. “หนัก” : หนี้ครัวเรือนสิ้นไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 14.128 ล้านล้านบาท (90.5% ของ GDP) ตัวเลขนี้ยังไม่ได้สะท้อนผลจากการระบาดระลอก 2,3,4 รวมถึงระลอก 5 (ถ้ามี) ศูนย์นโยบาย พท. ประเมินหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ณ Q4/64 จะอยู่ที่ 92-93% ในกรณีที่ไม่มีระลอก 5 และอยู่ที่ 93-94% ในกรณีที่มีระลอก 5 นี่คือตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ตั้งแต่มีการรายงาน รัฐบาลทำลายสถิติตนเองทุกปี สูงสุดในประเทศกำลังพัฒนา สูงกว่าอินโดนีเซียราว 5 เท่าตัว กัมพูชาราว 3 เท่าตัว และเป็นกว่า 2 เท่าตัวของรัฐบาล ดร.ทักษิณ ซึ่งอยู่ที่ราว 43% เท่านั้น และแนวโน้มสูงขึ้นแบบไม่มีที่สิ้นสุด เข้าสู่ภาวะฉุกเฉินของหนี้ครัวเรือน เรียกได้ว่า “คนไทยจนทุกที่ มีหนี้ทุกหย่อมหญ้า”

2. “เน่า” : ไส้ในของหนี้ครัวเรือนก็เข้าขั้นฉุกเฉิน ในยอดรวมหนี้กว่า 14 ล้านล้านบาท เป็นหนี้เพื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลถึงกว่า 10.8 ล้านล้านบาท นั่นคือ เกือบ 80% ของหนี้ไม่สร้างรายได้ คุณภาพของสินเชื่อภาคครัวเรือนจึงต่ำ มีโอกาสเป็นหนี้เสียจึงสูง โครงสร้างแบบนี้อันตราย อีกทั้งไทยประสบภาวะหนี้ครัวเรือนสูงกว่าหนี้ธุรกิจซึ่งอยู่ที่ 9.5 ล้านล้านบาทอยู่มาก การอุปโภคบริโภคมากกว่าการลงทุนภาคเอกชน เท่ากับประเทศไทยถอยหลังลงคลองในมิติของการพัฒนา

3. “นอกระบบ” : หนี้ครัวเรือนนั้นไม่รวมหนี้นอกระบบ เมื่อเศรษฐกิจแย่ คนตกงาน ไม่มีรายได้ ความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น แต่การให้สินเชื่อถูกจำกัด กอปรกับภาคบริการมีลักษณะเป็นธุรกิจนอกระบบสูง ทำให้ไทยประสบปัญหาที่ใหญ่กว่า นั่นคือ “หนี้ในระบบไหลสู่หนี้นอกระบบ” โดยหนี้นอกระบบต้องแก้ด้วยกลไกดึงหนี้เข้าสู่ระบบ ไม่ใช่ใช้กฎหมายแก้ที่ปลายเหตุเหมือนที่รัฐบาลทำ

4. ในภาวะฉุกเฉิน ในระยะสั้นรัฐบาลต้อง

4.1. ยืดและพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งระบบขนาดใหญ่ในวงกว้างในธุรกิจภาคบริการ และรายย่อย ตลอดช่วงเวลาฉุกเฉินทันที โดยรัฐบาลต้องชดเชยส่วนต่างและรายจ่ายดอกเบี้ยไปที่ธนาคารพาณิชย์ เพื่อทำให้การพักหนี้ในวงกว้างเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่พักหนี้แบบนามธรรมเหมือนที่ผ่านมา

4.2. ผ่อนคลายและกระจายสินเชื่อในระบบทันที เพื่อป้องกันภาวะหนี้ในระบบไหลสู่นอกระบบ

4.3. หยุดเลือดการตกงานด้วยมาตรการคงการจ้างงานทันที และหยุดเลือดธุรกิจล้มโดยยกเลิกมาตรการพักทรัพย์พักหนี้และโอนวงเงินสู่ Soft Loan ผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทันที

4.4. ลดภาระรายจ่ายครัวเรือนรายเดือนอย่างต่อเนื่องตลอดภาวะฉุกฉินทันที

4.5. ขยายกลไกสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดของกระทรวงการคลังทันที เพื่อดึงหนี้นอกระบบกลับสู่ในระบบ สนับสนุนและอุดหนุนกลไก Non-Bank ป้องกันการเกิดหนี้นอกระบบใหม่ทันที