7 พรรคเล็กลั่นโหวตคว่ำร่างแก้ไข รธน.วาระ 3

2021-09-08 12:58:36

 7 พรรคเล็กลั่นโหวตคว่ำร่างแก้ไข รธน.วาระ 3

Advertisement

7 พรรคเล็กแถลงจุดยืนโหวตคว่ำร่างแก้ไข รธน.วาระ 3 แจงไม่ได้กลัวสูญพันธุ์ แต่ห่วงคะแนนเสียงตกน้ำ

เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่รัฐสภา นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ พร้อมตัวแทน 7 พรรคเล็กร่วมรัฐบาลที่มีส.ส.พรรคละ 1 เสียง ได้แก่ พรรคพลเมืองไทย พรรคพลังธรรมไทย พรรคครูไทย พรรคไทรักธรรม พรรคประชาธรรมไท พรรคพลังชาติไทย พรรคเพื่อชาติไทย แถลงจุดยืนในการโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ในวันที่ 10ก.ย.นี้ ว่า กลุ่มพรรคเล็กมีมติโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ด้วยเหตุผลว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ผ่านการทำประชามติจากประชาชนแล้ว อีกทั้ง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ยกเลิกระบบจัดสรรปันส่วนผสม ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนตัวเล็กๆ เข้ามามีโอกาสทำงานในสภารวมถึงล้มระบบ ส.ส.พึงมีที่ถือเป็นระบบที่ยุติธรรมที่สุดและยังล้มหลักการเรื่องคะแนนเสียงตกน้ำจากเดิมที่นำมารวมเป็นคะแนนของพรรคการเมืองได้ตกน้ำไป ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 ที่ใช้ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ทำให้เห็นว่ารัฐบาลยุค “ทักษิณ-สมัคร-ยิ่งลักษณ์” เกิดเผด็จการรัฐสภา มีการคอร์รัปชั่น เชิงนโยบายมโหฬารอย่างโจ่งแจ้ง

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่าการที่พรรคเล็กออกมาประกาศคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ไม่ให้สูญพันธุ์หรือไม่ นพ.ระวี กล่าวว่า เหมือนจะใช่แต่ไม่ใช่ เพราะถ้าผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้พรรคขนาดเล็กจะสูญพันธุ์ พรรคขนาดกลางจะถูกแช่แข็งไปด้วย ยืนยันว่าพรรคเล็กมีจุดยืนเรื่องนี้มาโดยตลอด เมื่อถามย้ำว่า ส่วนที่บอกว่าพรรคเล็กชอบกินกล้วยหรือเป็นพรรคปัดเศษ นพ.ระวี ย้อนถามกลับว่า เคยมีกล้วยที่ไหนให้พรรคเล็ก มีแต่พรรคขนาดใหญ่ที่มีรัฐมนตรีได้เงินทอนจากโครงการต่างๆ ซึ่งการที่พรรคเล็กกล้าโหวตสวน เพราะพรรคเล็กไม่มีรัฐมนตรีจึงไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง

นพ.ระวี กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ขอเรียกร้องให้ ส.ส.โหวตคว่ำร่วมกับพรรคเล็ก รวมถึงเรียกร้องให้ ส.ว.คิดให้รอบคอบร่วมโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย เพราะถ้า ส.ว.สนับสนุนไม่ถึง 84 เสียงจะทำให้ร่างนี้ตกไป แต่หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน กลุ่มพรรคเล็กจะร่วมกับพรรคขนาดกลางลงชื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความ หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงๆขอให้ทำประชามติก่อน ซึ่งพรรคเล็กก็พร้อมสู้ในระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ถ้าผ่านความเห็นของประชาชน