สบส.จ่อเอาผิดคลินิกไลฟ์สด "รีแพร์ช่องคลอด"

2021-09-07 16:50:00

สบส.จ่อเอาผิดคลินิกไลฟ์สด "รีแพร์ช่องคลอด"

Advertisement

 อธิบดี สบส.สั่ง จนท.ตรวจสอบคลินิกไลฟ์สด "รีแพร์ช่องคลอด" ผิด พ.ร.บ.สถานพยาบาล จ่อเรียกมาให้ถ้อยคำลงโทษตาม ก.ม.

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ( สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่ปรากฏในสื่อโซเชียลว่ามีคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง ย่านวังทองหลาง ทำการไลฟ์สดระหว่างให้บริการผ่าตัดตกแต่งช่องคลอด หรือที่ประชาชนเรียกติดปากกันว่าการรีแพร์  สบส.ก็มิได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้วยการไลฟ์สดในลักษณะดังกล่าวอาจจะมีการแอบแฝงโฆษณา หรือมีการแสดงภาพที่ไม่เหมาะสมในระหว่างการรับบริการ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำผิด พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 มาตรา 38 ในฐานโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุมัติ และโฆษณาโดยใช้ข้อความ เสียง หรือภาพอันเป็นเท็จ โอ้อวดเกินความจริง หรือน่าจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการของสถานพยาบาล ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้เกี่ยวข้องของคลินิกมาให้ถ้อยคำที่  สบส.ก่อนดำเนินการลงโทษตามกฎหมาย

นพ.ธเรศ กล่าวต่อว่า การไลฟ์สดรีวิวบริการของสถานพยาบาลนั้น หลายคนอาจคิดว่าเป็นการให้ความรู้หรือข้อแนะนำบริการมิได้เป็นการกระทำผิดกฎหมาย แต่จากการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่พบว่าในการไลฟ์สดที่ผ่านมานั้น ไม่ว่าจะกระทำโดยบุคลากรของสถานพยาบาลหรือผู้รับบริการก็มักจะมีการแอบแฝงคำพูดโฆษณาเชิญชวนให้เข้ารับบริการกับสถานพยาบาล หรือมีการแสดงภาพที่ไม่เหมาะสม ผิดวัฒนธรรม ศีลธรรมอันดีงาม จึงขอเน้นย้ำให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบว่าผู้ให้บริการ หรือผู้รับบริการทำการไลฟ์สดระหว่างรับบริการ หรือรีวิวบริการในสถานพยาบาล จะต้องห้ามปรามหรือทักท้วงให้หยุดการกระทำดังกล่าว หากปล่อยปละละเลยมิห้ามปรามแล้วสถานพยาบาลเองก็จะเข้าข่ายความผิดในฐานยินยอมให้บุคคลอื่นโฆษณาสถานพยาบาลแทนโดยมิได้รับอนุญาต หรือโฆษณาเป็นเท็จ โอ้อวดเกินจริง อีกทั้งแพทย์ผู้ให้บริการก็อาจจะมีความผิดในฐานละเมิดสิทธิ์ของผู้ป่วย และผิดจรรยาบรรณทางการแพทย์อีกด้วย ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นเบาะแสการโฆษณาสถานพยาบาลในลักษณะที่เป็นเท็จ โอ้อวดเกินจริง หรือมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมขัดต่อศีลธรรม สามารถแจ้งเบาะแสการกระทำผิดได้ที่สายด่วน  สบส. 1426 แต่หากอยู่ในส่วนภูมิภาคก็สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิด