ทส.คุมเข้มการนำเข้าเศษพลาสติก

2021-09-03 17:54:00

ทส.คุมเข้มการนำเข้าเศษพลาสติก

Advertisement

รมว.ทส. ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ เสนอแนวทางต่อ คกก.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติชง ครม.

เมื่อวันที่ 3  ก.ย.  นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา  นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และคณะอนุกรรมการจาก 22 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย  โดยในการประชุม รมว.ทส. ได้เน้นย้ำ ถึงความมุ่งมั่น เดินหน้าตามนโยบาย BCG (Bio – Circular – Green Economy) การคำนึงถึงความสมดุลในทุกมิติ ทั้งประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ในการบริหารจัดการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกของประเทศ


นายอรรถพล กล่าวว่า ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการควบคุมการนำเข้าเศษพลาสติกในเขตปลอดอากรและเขตประกอบการเสรี การติดตามตรวจสอบตู้เศษพลาสติกคงค้าง และได้มีวาระการพิจารณาทบทวนนโยบายและมาตรการกำกับการนำเข้าเศษพลาสติกให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งนี้ ในการประชุมช่วงวาระดังกล่าวได้เชิญตัวแทนเครือข่ายภาคประชาสังคม คือ ผอ.มูลนิธิบูรณะนิเวศ ได้กล่าวให้ข้อมูลและแสดงข้อคิดเห็นต่อที่ประชุม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อคณะอนุกรรมการ ทำให้มีการพิจารณาอย่างรอบด้านทั้งมุมมองจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยที่ประชุมได้มีมติมอบหมาย คพ.หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางเลือกด้านเงื่อนไขระยะเวลาการห้ามนำเข้าเศษพลาสติก จัดทำข้อดี ข้อเสีย โดยกำหนดแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน ก่อนเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาและเสนอ ครม.  แนวทางการดำเนินงาน 3 ทางเลือก มีดังนี้ แนวทางที่ 1 ห้ามนำเข้าเศษพลาสติก ในปี 2564 ตามมติคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 (กขป.5)  แนวทางที่ 2 ห้ามนำเข้าเศษพลาสติก ในปี 2569 ตามมติคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2564 แนวทางที่ 3 ห้ามนำเข้าเศษพลาสติก ในปี 2566

ทั้งนี้ หากมีการดำเนินงานตามแนวทางที่ 2 และ 3 จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนเพื่อส่งเสริมการใช้เศษพลาสติกภายในประเทศ และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเมื่อต้องใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงาน 100% สอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยระบบโมเดลเศรษฐกิจ BCG นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบถึงการพัฒนากฎหมายเพื่อเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ภายในปี 2565 ที่ได้ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง ตาม Road Map การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2561-2573 โดยที่ประชุมเห็นด้วยในการออกประกาศกำหนดประเภทการผลิตพลาสติก เป็น 2 ชนิด คือ 1) พลาสติกแบบรีไซเคิล 100 % และ 2) พลาสติกสลายตัวได้ทางชีวภาพ (compostable plastic) ซึ่งจะมีการกำหนดมาตรฐานพลาสติกสลายตัวได้ทางชีวภาพเป็นมาตรฐานบังคับภายใต้ สมอ. มีตราสัญลักษณ์และแสดงวิธีคัดแยก รวมถึงการควบคุมการผลิตโฟมบรรจุอาหาร ถุงพลาสติกหูหิ้ว แก้วพลาสติกแบบบาง หลอดพลาสติก โดยมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมนำ (ร่าง) ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้ง 5 ฉบับ ไปดำเนินการต่อไป


จากกรณีที่ในกระแสโซเชียลได้มีการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนว่ามีการให้กลุ่มเครือข่ายภาคประชาสังคม ออกจากการประชุม VCT นั้น นายอรรถพล ชี้แจงว่า การประชุมคณะอนุกรรมการฯ ในวันนี้มีวาระสำคัญที่ต้องพิจารณา 2 วาระ โดยฝ่ายเลขาฯ ได้เชิญตัวแทนเครือข่ายภาคประชาสังคม คือ มูลนิธิบูรณะนิเวศเข้าร่วมให้ข้อมูลและให้ข้อคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องในวาระที่ 3.1 นโยบายและมาตรการกำกับการนำเข้าเศษพลาสติก โดยเมื่อการประชุมดำเนินไปถึงวาระที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายเลขาฯ จะได้เชิญให้ตัวแทนได้เข้าร่วมให้ข้อมูลและให้ข้อคิดเห็นอย่างครบถ้วนต่อที่ประชุมจนจบในวาระนั้น จากนั้นฝ่ายเลขาฯ จึงได้เชิญออกจากการประชุม เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการประชุมซึ่งจะมีองค์ประชุมเป็นคณะอนุกรรมการฯ เท่านั้น และได้ดำเนินการประชุมในวาระถัดไปในลักษณะเดียวกัน คพ. ขอยืนยันว่าไม่ได้ปิดกั้นการรับฟังข้อมูลของเครือข่ายภาคประชาสังคมแต่อย่างใด จึงขอทำความเข้าใจกับเครือข่ายภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนในประเด็นดังกล่าว