"หมอธีระ" ชี้ "ล็อกดาวน์" ไม่ได้ผลเพราะความ "ทิพย์" ของมาตรการ

2021-08-16 09:49:53

"หมอธีระ" ชี้ "ล็อกดาวน์" ไม่ได้ผลเพราะความ "ทิพย์" ของมาตรการ

Advertisement

"หมอธีระ" ชี้ "ล็อกดาวน์" ไม่ได้ผลเพราะความ "ทิพย์" ของมาตรการ  รวมทั้งมาตรการอื่นที่จำเป็นต้องทำไม่มีความพร้อมเพียงพอ 

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเพจ Thira Woratanarat ระบุว่า สถานการณ์ทั่วโลก 16 ส.ค.2564 "จำนวนติดเชื้อใหม่ของไทยเราเมื่อวานนี้เป็นอันดับที่ 6 ของโลกแล้ว" เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 467,191 คน รวมแล้วตอนนี้ 207,945,866 คน ตายเพิ่มอีก 8,062 คน ยอดตายรวม 4,374,234 คน  5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด คือ อิหร่าน อินเดีย อเมริกา สหราชอาณาจักร และเม็กซิโก

อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 30,883 คน รวม 37,466,718 คน ตายเพิ่ม 122 คน ยอดเสียชีวิตรวม 637,561 คน อัตราตาย 1.7%

อินเดีย ติดเพิ่ม 33,221 คน รวม 32,225,175 คน ตายเพิ่ม 421 คน ยอดเสียชีวิตรวม 431,674 คน อัตราตาย 1.3%

บราซิล ติดเพิ่ม 13,957 คน รวม 20,364,099 คน ตายเพิ่ม 385 คน ยอดเสียชีวิตรวม 569,218 คน อัตราตาย 2.8%

รัสเซีย ติดเพิ่ม 21,624 คน รวม 6,600,836 คน ตายเพิ่ม 816 คน ยอดเสียชีวิตรวม 170,499 คน อัตราตาย 2.6%

ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 21,172 คน ยอดรวม 6,471,035 คน ตายเพิ่ม 44 คน ยอดเสียชีวิตรวม 112,656 คน อัตราตาย 1.7%

อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น

แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 88.92 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน

แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน

แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง

ญี่ปุ่นนั้นกำลังเผชิญระลอกที่ 5 น่าเป็นห่วงมาก ล่าสุดติดเพิ่ม 20,147 คน ถือว่าเกินสองหมื่นมาต่อเนื่องเป็นวันที่สอง

เวียดนาม เมียนมาร์ เกาหลีใต้ ติดกันหลักพัน กัมพูชา ลาว และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ไต้หวัน นิวซีแลนด์ และฮ่องกง ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ

วิเคราะห์สถานการณ์ไทย

ยอดติดเชื้อรายวันติดอันดับท็อปเท็นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอันดับ 6  ซึ่งหากลองรวมจำนวนการตรวจด้วยวิธี ATK ทั้งจากหน่วยงานและประชาชนที่ตรวจด้วยตนเอง ก็มีสิทธิที่จะติดอันดับท็อป 5 ได้  การไม่รวม จะเกิดผลตามมาตามธรรมชาติของโรค 3 อย่างคือ การเจ็บป่วย การเสียชีวิต และการระบาดต่อเนื่อง

สิ่งที่ควรทำในการต่อสู้การระบาดหนักเช่นนี้ คือ การหยุดนิ่ง ปูพรมตรวจอย่างทั่วถึงและต่อเนื่องจนกว่าจะกดการระบาดได้ ยุตินโยบายเปิดเกาะเปิดท่องเที่ยวเปิดประเทศ นำเสนอข้อมูลสถานการณ์จริงให้สังคมได้ตระหนักรู้และตัดสินใจปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ปรับเปลี่ยนวงนโยบายและวิชาการเดิม และมุ่งหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงมาใช้เป็นวัคซีนหลักของประเทศ

เลิกใช้คำว่า"ล็อกดาวน์" หากความเป็นจริงนั้นไม่ใช่ล็อกดาวน์ เพราะเป็นการด้อยค่าล็อกดาวน์ที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้แสดงให้เห็นว่าได้ผลแน่นอน แต่ที่ทำให้ไม่ได้ผลมาตลอดดังที่เห็น เพราะความ "ทิพย์"ของมาตรการ และมาตรการอื่นที่จำเป็นต้องทำนั้นก็ไม่มีความพร้อมเพียงพอ ทั้งเรื่องข้อจำกัดในระบบการตรวจคัดกรองโรค วัคซีน และอื่นๆ

ล็อกดาวน์คือการทำให้หยุดนิ่งในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อจะได้ลดการติดต่อพบปะกัน ตัดวงจรการระบาดในช่วงเวลานั้น ควบคู่ไปกับการดำเนินมาตรการตรวจหาคนติดเชื้อแล้วแยกกักตัวและดูแลรักษา  หากทู่ซี้ใช้วิธีการเดิมต่อไป สิ่งที่จะตามมาแน่นอนคือ สถานการณ์ระบาดรุนแรง กระจายไปทั่ว และต่อเนื่องไปไม่มีที่สิ้นสุด และหากบ้าจี้ ให้เปิดเมือง เปิดค้าขาย เปิดท่องเที่ยว ก็ควรต้องยอมรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ การระบาดหนักหน่วง จนสุดท้ายก็จะกลับเข้าโหมดหมดตาเดินบนกระดานในที่สุด

สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอเน้นย้ำว่าสถานการณ์วิกฤติ ควรเตรียมตัว เตรียมงาน เตรียมสถานที่พัก เตรียมข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเผื่อยามที่มีคนในบ้านเจ็บป่วยไม่สบาย เตรียมอุปกรณ์ป้องกันให้เพียงพอ วางแผนการเงินการใช้จ่าย ระมัดระวังมิจฉาชีพที่มาในรูปแบบต่างๆ และเตรียมใจที่จะสู้ศึกสงครามโรคระบาดนี้ในระยะยาว ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมากด้วยรักและห่วงใย


ขอบคุณเพจ Thira Woratanarat