แจงทุจริตฉีดวัคซีนโควิดเสียหาย 7 ล้าน

2021-08-01 18:14:00

แจงทุจริตฉีดวัคซีนโควิดเสียหาย 7 ล้าน

Advertisement

ผอ.ศูนย์ฉีดวัดซีนกลางบางซื่อคาดความเสียหายทุจริตลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดประมาณ 7 ล้าน จ่ายตั้งแต่ 400-1,200 บาท



เมื่อวันที่ 1 ส.ค. พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ  ผอ.ศูนย์ฉีดวัดซีนกลางบางซื่อ  กล่าวถึงปัญหาการทุจริตลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด- 19  ว่า ก่อนหน้านี้จะมีการสมัครเป็นเจ้าหน้าที่อาสาแล้วพาญาติเข้ามาฉีดวัคซีน แต่ตอนนี้มีการยกเลิกจิตอาสาที่สมัครมาเองแล้ว จะใช้จิตอาสจากกระทรวงต่างๆ และจิตอาสาจาก 4 ค่ายมือถือจ้างมา ทั้งนี้จุดที่เกิดเหตุทุจริตได้เบาะแสเกือบ 20 วัน แต่ยังไม่หลักฐานที่แน่ชัดและยังมีการแจ้งมาประปราย กระทั่งจับพิรุธได้วันที่ 28 ก.ค. จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง การเก็บข้อมูลประจำวัน รวมทั้งตรวจสอบจำนวนการนัดล่วงหน้า พบว่ามีการอัพโหลดข้อมูลนอกเหนือจากที่เจ้าหน้าที่อัพโหลดจำนวนมาก โดยเป็นการอัพโหลดในเวลาที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำงานแล้ว ซึ่งเริ่มพบตัวเลขผิดปกติในหลักสิบในช่วงวันที่ 20-27 ก.ค. และเพิ่มจำนวนนัดมากกว่าปกติในวันที่ 28-31 ก.ค. ประมาณ 2,000 คนต่อวัน ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการเปิดรับการบริการแบบ walk-in ดังนั้นเหมือนกับว่าคนที่ทำเป็นคนในที่รู้กระบวนการดั้งเดิมของศูนย์ฉีดวัดซีนกลางบางซื่อมาก่อนว่า ปกติจะอัพโหลดข้อมูลล่วงหน้าประมาณ 4 ทุ่ม เขาก็เลยอัพโหลดข้อมูลหลัง 4 ทุ่ม


พญ.มิ่งขวัญ กล่าวต่อ โดยหลังจากเจอ มีการแจ้งเบาะแสค่อนข้างหนักแน่นว่ามีการจ่ายเงินจริงๆ มีการซื้อขายเพื่อรับคิวการฉีดวัคซีน มีการทำเป็นขบวนการ เราจึงมีการวางแผนว่าในวันที่ 28 ก.ค. ซึ่งเป็นวันแรกที่มีการนัดล่วงหน้าผิดปกติกว่า 2,000 คน เราจะปล่อยคนที่มีการนัดล่วงหน้าแบบผิดปกติเข้ามา เมื่อตรวจเช็คแล้วว่าเริ่มมีการลงทะเบียนไปประมาณ 600 คน จากจำนวน 2000 กว่าคนนั้น  ทางศูนย์จึงแจ้งยกเลิกคิวการนัดล่วงหน้าผิดปกติทั้งหมด และมีการชี้แจง สอบถามข้อมูล ขอความร่วมมือเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลของตัวการผู้ที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตในครั้งนี้   โดยสามารถรวบรวมได้มากกว่า 300 คนซึ่งได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดี โดยข้อมูลจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า มีการทำเป็นขบวนการเพราะมีการบอกว่าต้องเข้าประตู 4 เท่านั้น รวมทั้งบอกว่าเวลาถูกถามต้องตอบอย่างไร โดยการซื้อคิวนัดดังกล่าว มีทั้งซื้อเอง ญาติหรือนายจ้างซื้อให้  และมีการจ่ายเงินทั้งแบบเงินสดและการโอนเงินในอัตรา 400-1,200 บาทต่อคิว ซึ่งขณะนี้ทางศูนย์ได้รับข้อมูลรายชื่อและเลขที่บัญชีธนาคารที่ใช้รับโอนของกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวแล้ว  จึงได้ให้นิติกรกรมการแพทย์เป็นผู้แทนในการดำเนินการแจ้งความต่อตำรวจ สน.นพวงศ์  สาเหตุไม่ใช่การแฮกระบบ ไม่ใช่การแฮกจากค่ายมือถือ แต่เราคาดว่าเป็นการใช้สิทธิเจ้าหน้าที่จิตอาสาไปในทางที่ไม่ชอบ โดยมีข้อมูลที่พบความผิดปกติ 19 ล็อกอินโดยในจำนวนนี้มี 8 Users ที่มีการอัพโหลดข้อมูลไม่กี่ราย ขณะที่อีก 11 Users มีการอัพโหลดข้อมูลจำนวนมาก และในจำนวนนี้มีจะมี 4 Users ที่อัพข้อมูลจำนวนมากที่สุดประมาณ 400-500 รายต่อวัน โดย ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ดำเนินการสอบสวนเบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตลอดจนจิตอาสาทั้ง 19 คนนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ขอความร่วมมือกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อสอบสวนหาหลักฐานเชิงลึกและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


ต่อข้อถามว่า  รวมแล้วมีการซื้อคิวฉีดวัคซีนจำนวนเท่าไหร่และคิดเป็นมูลค่าเงินมากแค่ไหน พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 18-28 ก.ค. มีการอัพโหลข้อมูลผิดปกติวันละ 10-50 เคส โดยมีคนเล็ดรอดสามารถฉีดวัคซีนไปได้ประมาณ 700 ราย ส่วนวันที่ 28-31 ก.ค. มีประมาณ 7,000 ราย หากนับรวมไปจนถึงวันที่ 8 ส.ค. จะมีประมาณ 10,000 ราย ทั้งนี้มูลค่าการจ่ายเงินจากการสอบถามพบว่ามีการจ่ายเงินประมาณ 400-1,200 บาท ซึ่งเฉลี่ยเคสละ 800 บาท หากคิดคร่าวๆ 7,000 คน คนละ 1,000 บาท ก็จะเป็นเงินประมาณ 7 ล้านบาทต่อข้อถามว่า เจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า ทุกคนก็ต้องถือเป็นผู้ต้องสงสัยทั้งหมด ทั้ง 19 Users และเจ้าหน้าที่ ซึ่งตำรวจก็จะมีการสอบสวนทั้งหมด แต่เราก็มีความเชื่อมั่นใจตัวเจ้าหน้าที่เราระดับที่มาก เพราะเจ้าหน้าที่เป็นคนตรวจพบความผิดปกติดังกล่าว