"สรยุทธ"ตอบนิ่ม ๆ "หมอนงนลินี" เป็นอะไรครับถึงได้กล่าวหาคนอื่นง่าย ๆ

2021-07-22 09:39:32

 "สรยุทธ"ตอบนิ่ม ๆ  "หมอนงนลินี" เป็นอะไรครับถึงได้กล่าวหาคนอื่นง่าย ๆ

Advertisement

"สรยุทธ"ตอบ "หมอนงนลินี" ยันไม่เคยประสานผู้บริหาร สปสช. กรมการแพทย์นำ "ยาฟาวิพิราเวียร์"มาแจกคนไข้ ถามคุณหมอเป็นอะไรครับถึงได้กล่าวหาคนอื่นง่าย ๆ 

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา  ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ระบุว่า ตอบ คุณหมอนงนลินี ครับ nongnalinee jaisin ผมไม่เคยประสานผู้บริหาร สปสช. กรมการแพทย์ เพื่ออยากเอายา (ฟาวิพิราเวียร์) มาแจกคนไข้หนักเสียเอง นะครับ คุณหมอเป็นอะไรครับ ถึงได้กล่าวหาคนอื่นง่ายๆ แบบนั้น คุณหมอบอกว่า“คุณเห็นแค่ปลายทางที่คนไข้หนัก คุณร้องไห้ คุณประสานผู้บริหาร สปสช.กรมการแพทย์ที่อยากเอายามาแจกคนไข้หนักเสียเอง โชคดีบังเอิญที่ดิฉันได้รับรู้ควาพยายามอันนี้ จึงพยายามโพสต์ พยายามโทรเข้ากรมการแพทย์ เพื่อมิให้พวกคุณนำยานำออกซิเจนมาแจกเสียเอง เพราะอะไร?เพราะคนเหนื่อยไม่ต้องการแค่ยา ไม่ต้องการออกซิเจน ต้องการการประเมินดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องการยาลดการอักเสบที่ใช้ฉีดเอา มิได้กินเอาถ้ารักษาคนไข้หนักกันเอาเอง เราก็จะเหมือนอังกฤษ ที่ช่วงนึงคนตายเยอะมากเพราะแจกยาต้านไวรัสและสเตียรอยด์ผลที่ตามมาคือได้พันธุ์ไวรัสเป็นของตัวเอง”

ย้ำนะครับ ผมไม่เคยแม้แต่จะคิดว่า จะเอายามาแจกผู้ป่วยเสียเอง เพราะผมไม่ใช่หมอ ที่เคยพูดคุย (อย่างเปิดเผยผ่าน live) กับเลขาธิการ สปสช. ก็คือการถามถึงนโยบาย home isolation เพื่อผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวกักตัวเองอยู่บ้าน โดยจะมีระบบดูแล และส่งของจำเป็นไปให้อย่างไร ผมก็เพียงถามว่าถ้าผู้ติดเชื้ออยากได้ยาต้านไวรัส “ฟาวิพิราเวียร์” จะมีหลักเกณฑ์อย่างไร คำตอบก็เป็นนโยบายของ สปสช. ว่าสามารถให้ได้อย่างไร

ส่วนตัวผม ตั้งแต่วันที่คุยกับ เลขาธิการ สปสช.ในวันนั้น (ซึ่งไม่ใช่การกลับลำ อย่างที่คุณหมอมาขอบคุณผมในเวลาต่อมา) คือ ผู้ป่วยสีเขียวให้อยู่ home หรือ community isolation เพื่อจะสงวนเตียงใน รพ. และหมอพยาบาล ไว้ช่วย ผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดง ไม่อย่างนั้น เราจะสูญเสียกันอีกมาก ถ้าผู้ป่วย 2 กลุ่มนี้ตกค้างตามบ้าน ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หลักฐานก็เป็นบันทึกที่อยู่ในเพจนี้ครับ

ส่วนกรมการแพทย์ ผมไม่เคยพูดคุย แม้กระทั่งวันที่พบอธิบดีกรมการแพทย์ ในวันพบสื่อ ผมก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้ส่วนที่ผมเคยโพสต์และพูดเรื่อง “ยาฟาวิพิราเวียร์” ไป คือ “คิดเองว่า ถ้าตรวจ แอนติเจน เทสต์ แล้ว ผลเป็นบวกควรได้ “ยาฟาวิพิราเวียร์” ง่ายกว่านี้? ในภาวะ “ฉุกเฉิน” แล้วกว่าจะต้องรอเข้าตรวจ RT-PCR กว่าจะได้ตรวจ กว่าจะยืนยันผล กว่าจะเข้าระบบแล้วถึงจะได้รับการพิจารณาให้ยาฟาวิฯมันจะช้าไป จากสีเขียว จนกลายเป็นสีเหลือง เป็นสีแดง ไปก่อนหรือเปล่าสายพันธ์เดลต้า อาการรุนแรงใน 3-5 วัน เร็วกว่า สายพันธุ์อัลฟา ที่ 7-10 วันอยากขอความรู้จากแพทย์จริงๆ ครับ


ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 ก.ค. เฟซบุ๊ก Nongnalinee Jaisin ของ พญ.นงนลินี จัยสิน ได้โพสต์ข้อความถึงนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง ระบุว่า ต้องถามคุณสรยุทธกลับ ถามดาราคอลเอาท์ ถามหมอที่เอาแต่วิจารณ์ ถามทุกคนที่สร้างเฟคนิวส์มาตั้งแต่ต้น และถามนักการเมืองที่ใจดำคอยขัดขวางการทำงานทุกอย่าง ทั้งฝ่ายรัฐและฝ่ายค้าน ดิฉันเพิ่งมีโอกาสได้ไปอาสาที่ กทม. เมื่อไม่นาน สิ่งที่เห็นคือคนไข้ส่วนใหญ่ที่เข้าถึงบริการคือกลุ่มสีเขียว กลุ่มคนในค่ายในแคมป์ของเจ้าของกิจการ ที่เข้าถึงบริการง่ายและหน่วยงานรับน้ำท่วมปาก ทำไมคุณเป็นนักข่าวไม่ไปเจาะลึกว่าคนไข้ใน รพ.สนาม แต่ละวันรับคนไข้กลุ่มไหน รับมาแล้วต้องอยู่ถึง 14 วัน ขณะที่คนติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน

คุณเห็นแค่ปลายทางที่คนไข้หนัก คุณร้องไห้ คุณประสานผู้บริหาร สปสช. กรมการแพทย์ที่ อยากเอายามาแจกคนไข้หนักเสียเอง โชคดีบังเอิญที่ดิฉันได้รับรู้ควาพยายามอันนี้ จึงพยายามโพสต์ พยายาม โทร.เข้ากรมการแพทย์ เพื่อมิให้พวกคุณนำยานำออกซิเจนมาแจกเสียเอง เพราะอะไร?เพราะคนเหนื่อยไม่ต้องการแค่ยาไม่ต้องการออกซิเจน ต้องการการประเมินดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องการยาลดการอักเสบที่ใช้ฉีดเอา มิได้กินเอา ถ้ารักษาคนไข้หนักกันเอาเอง เราก็จะเหมือนอังกฤษ ที่ช่วงนึงคนตายเยอะมากเพราะแจกยาต้านไวรัสและสเตียรอยด์ ผลที่ตามมาคือได้พันธุ์ไวรัสเป็นของตัวเอง

ดิฉันห้ามมิใช่ว่าเรื่องการเมือง เพราะดิฉันไม่เคยได้ผลประโยชน์จากการบริหารบิ้กตู่สักบาท ดิฉันไม่เคยถามว่าเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร แต่อยากจะบอกว่าเราจะไม่มีวันมาถึงจุดนี้เลยถ้าเราไม่อคติต่อกัน เอาเรื่องการเมืองนำ เราควรจะได้นักข่าวที่ช่วย รพ.สนามเต็มที่ เราควรจะได้นักข่าวที่เป็นกระบอกเสียงแทน และกดดัน รพ.สนาม ให้รับคนไข้หนักมากกว่าคนไข้ครองเตียงเพื่อประกัน เราควรจะได้ดาราที่ช่วยกันบริจาคเพื่อ รพ. หรือเพื่อ ปชช. ที่ตกงาน หรืออย่างน้อยแรงจิตอาสาก็ยังดี ในการช่วยดูแลคนไข้สีเขียวแบ่งเบาภาระสาธารณสุข

ดาราเป็นจิตอาสา ความเป็นบุคคลสาธารณะ ทำให้คนฮึกเหิมอยากอาสามากขึ้น ความเป็นดารา ความเป็นนักข่าวที่เป็นบุคคลสาธารณะ คุณได้จากสังคมมากมายยามบ้านเมืองปกติ คุณควรรัก ปชช. มากกว่าการเมือง นาทีนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือชีวิต ปชช. มิใช่คอลเอาท์หรือใครจะอยู่จะไป หมอบางคนถูกยกย่องเป็นหมอแห่งประเทศเพราะด่ารัฐบาลได้สะใจ มากกว่าที่จะเสียสละทุ่มเทแบ่งเบาภาระคนหน้างาน ขนาดดิฉันไปอยู่แค่ 7 วันยังเปลี่ยนสีคนไข้ให้คนสนใจแล้วนำมาเป็นนโยบายได้ พวกคุณอยู่ กทม. ตลอดทำมาหากินร่ำรวยมีเครดิตทางสังคม หากคุณทุ่มเททำงานร่วมกับแพทย์ด่านหน้า คุณจะเห็นเหมือนสิ่งที่ดิฉันเห็น แต่ถึงอย่างไรขอบคุณคุณสรยุทธคุณได๋ที่กลับลำ ไม่สร้างความลำบากใจให้แพทย์ที่อยู่ด่านหน้า ด้วยการดื้อดึงที่จะหายา favi (ยาฟาวิพิราเวียร์) และสเตียรอยด์มาแจกเอง เห็นตัวอย่างประเทศที่ทอดทิ้งคนไข้แจกยากินเองแม้ในคนไข้หนักไหมคะ?

ทั้งอังกฤษ ทั้งอินเดีย ทั้งอเมริกา เขามีสายพันธุ์เป็นของตัวเอง สาธารณสุขเราเข้มแข็งเพราะเราหล่อหลอมมาจากใจ พระบรมราชชนกมหิตลาธิเบศร์ อดุลยเดชวิกรม ท่านรักษาคนไข้ที่แมคคอร์มิค ท่านเอากระโถนฉี่ ใต้เตียงให้คนไข้เมื่อคนไข้ร้องขอ ท่านทำเป็นตัวอย่างได้ ท่านจึงสอนพวกเราให้รักคนไข้ได้อย่างศักดิ์สิทธิ์มายาวนาน จำไว้ว่าเมตตาบารมีสำคัญที่สุดค่ะ เมื่อเราทำอะไรด้วยความแค้น แรงแค้นจะเป็นบูมเมอแรงส์สะท้อนกลับมาที่เรา มากกว่าใครมองตรงไหนเห็นปัญหา ปัญญาต้องตามมาค่ะ มิใช่ช่องทางจัดการรัฐบาลตามมา... นาทีนี้เราต้องช่วยกันเพื่อประเทศชาติของเรามิใช่เพื่อคุณประยุทธหรือคุณทักษิณค่ะ อยากฝากข้อคิดเรื่องเล่าเช้านี้ไว้ ว่าจะไม่พูดเรื่องการเมืองอดไม่ได้เหมือนสิ่งเสพติดมีแต่หายนะ ขอโทษทุกคนที่เคยนำมาออกสื่อเล็กๆ ใน พท.ดิฉัน มิใช่การแฉ แต่คือการเตือนสติ จากพี่จากน้องจากคนนึงที่รักประเทศชาติไม่อยากให้พวกคุณหลงทาง"


ขอบคุณเพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว,เฟซบุ๊ก  Nongnalinee Jaisin