40 ซีอีโอเอกชนจับมือรัฐบาลฝ่าวิกฤตโควิด-19

2021-07-21 22:07:40

40 ซีอีโอเอกชนจับมือรัฐบาลฝ่าวิกฤตโควิด-19

Advertisement


นายกฯประชุม "ศธ.-อว." ลดค่าเทอมผู้ปกครอง  ระดมสมองสภาหอการค้าไทย  40  ซีอีโอภาคเอกชนจับมือรัฐบาลสร้างโอกาสประเทศไทยฝ่าวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเพจ  ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha  ระบุว่า วันนี้ผมได้ประชุมกับกระทรวง ศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ( อว. ) เพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วนในการช่วยลดภาระ/ค่าใช้จ่าย ให้กับผู้ปกครอง ครู และนักเรียน/นักศึกษาให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มด้อยโอกาสยากจนและกลุ่มผู้พิการ โดยมีแนวทางในด้างต่าง ๆ เช่น

1. มาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียน

2. ขอความร่วมมือให้ลด หรือชะลอการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่างๆ จากผู้ปกครองในโรงเรียนเอกชน

3. สนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่สถานศึกษา เพื่อรองรับการเรียนแบบออนไลน์

4. ช่วยเหลือผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างงาน

ที่ประชุมได้มอบหมายให้ อว. และ ศธ. จัดทำรายละเอียดและขั้นตอนในการดำเนินการในมาตรการต่างๆ ให้แล้วเสร็จ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้าครับ

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุด้วยว่า วันนี้ ผมได้จัดประชุมทาง VDO Conference กับสภาหอการค้าไทย และซีอีโอชั้นนำของประเทศไทยกว่า 80 ท่าน เป็นตัวแทนจากภาคเอกชน เป็นการประชุมที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผมและทีมงานทุกคน และที่มากไปกว่ามุมมองและคำแนะนำอันมีค่าจากทุกท่าน สิ่งที่ผมได้รับจากการประชุมวันนี้ ตอกย้ำความเชื่อของผมที่ว่า ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยของเรา คือความปรารถนาดีในการขับเคลื่อนประเทศ และ ความรู้ความสามารถของท่านผู้นำองค์กรและธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทย เราต้องใช้ทรัพยากรอันมีค่านี้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศ นี่คือเส้นทางที่สำคัญที่สุดของเราในการเดินหน้าประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไปได้อย่างรวดเร็ว

วันนี้ภารกิจที่สำคัญที่สุดของเรา คือเราต้องรีบทุ่มเททุกอย่าง เพื่อจัดการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดในประเทศให้ได้ โดยเร่งเรื่องการได้รับและการฉีดวัคซีนให้เร็วยิ่งขึ้น และผมก็เห็นด้วยว่า ในขณะเดียวกัน เราควรต้องใช้เวลาช่วงนี้ให้ดีด้วย วางแผนและวางแนวทางให้ชัดเจน เพื่อให้เมื่อถึงเวลาที่เราหลุดพ้นจากวิกฤตโควิดได้แล้ว ประเทศไทยของเราจะไม่ใช่แค่ฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิมได้โดยเร็วที่สุดเท่านั้น แต่ประเทศไทยควรจะต้องดียิ่งขึ้นกว่าเดิม รัฐบาล เอกชน และทุกภาคส่วน ปรับการทำงานรูปแบบใหม่ๆ และปรับตัวทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ที่สอดรับกับโลกยุคใหม่ เพื่อเพิ่มความสามารถในการคว้าโอกาสต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นผมขอขอบคุณทุกท่านที่ได้กรุณาสละเวลาอันมีค่า เข้าร่วมระดมสมองในวันนี้ครับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.20 น. ณ ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและ 40 ซีอีโอ เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ผ่านระบบ Video Conference

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีขอบคุณเอกชนที่มาร่วมหารือเพื่อช่วยกันบรรเทาสถานการณ์โควิด-19 วันนี้ โดยที่ผ่านมารัฐบาลและเอกชนได้พูดคุยกันต่อเนื่องมาโดยตลอด รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจกับการแพร่ระบาดโควิดที่รุนแรงมากขึ้นนี้ ยังเดินหน้าแก้ไขอย่างรอบด้าน ทั้งการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนจนถึง 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีการฉีดวัคซีนแล้วกว่า 14 ล้านโดส กำหนดมาตรการช่วยเหลือ/เยียวยา ทั้งสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื้อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการ มาตรการกระตุ้นการบริโภคภาคประชาชน ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มียอดการใช้จ่ายแล้วกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท โครงการ Phuket Sandbox และโครงการ Samui Model Plus เพื่อช่วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่การท่องเที่ยว ที่ผ่านมาสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและภาคเอกชนได้ให้ข้อเสนอแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของรัฐบาลมาตลอด ข้อเสนอแนะที่ทำได้ รัฐบาลดำเนินการทันที ในส่วนที่เป็นอุปสรรครัฐบาลก็พยายามเร่งแก้ไขให้ ทั้งนี้ ทุกมาตรการต้องเป็นตามกฎหมายและหลักการงบประมาณ เพราะเงินที่รัฐบาลที่นำมาใช้จ่ายมาจากภาษีของประชาชน

นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกด้วยว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายในระดับสูง ต้องลดความขัดแย้ง ช่วยกันสร้างการรับรู้ เน้นประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพราะทั้งรัฐบาลและภาคเอกชนมีเป้าหมายเดียวกันคือ การช่วยกันหาทางออกให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน

ทั้งนี้ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกล่าวในนาม 40 ซีอีโอพลัส ขอบคุณนายกรัฐมนตรีและคณะที่ได้จัดสรรเวลาเชิญ 40 ซีอีโอพลัสหารือร่วมกันหาในวันนี้ ซึ่งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและภาคเอกชนได้เตรียมข้อสนอต่อรัฐบาลไว้ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. การควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งศูนย์ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลทั้ง 25 ศูนย์ของภาคเอกชนที่ร่วมกับกทม. สามารถแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาล โดยมีศักยภาพสามารถให้บริการฉีดวัคซีนได้ถึงวันละ 80,000 คน/วัน ซึ่งเอกชนพร้อมสนับสนุนภาครัฐในการจัดอุปกรณ์การแพทย์ ทั้ง Rapid Tests ยารักษา เตียงผู้ป่วยหนักและ ICU รวมทั้งมาตรการ Isolation โดยเทคโนโลยีดิจิทัล และจัด Platform ต่างๆ ซึ่งTeleMed ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ลดจำนวนผู้ป่วยได้ 2. การเยียวยาผู้ประกอบการและประชาชน เสนอให้มีการขยายมาตรการช่วยเหลือทั้งกิจการที่ต้องหยุดประกอบตามคำสั่งของราชการ รวมทั้งธุรกิจในห่วงโซ่ต่างๆ รวมทั้งการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน 3.การกระตุ้นเศรษฐกิจ แผนระยะสั้น-ระยะกลาง กระตุ้นการใช้จ่ายในกลุ่มผู้มีรายได้และกำลังซื้อสูง กระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน ให้เกิดการจ้างงาน รวมทั้งการเตรียมความพร้อมของประเทศในการเข้าสู่ New Economy 4. การฟื้นฟูประเทศไทย เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ตั้งคณะกรรมการร่วมรัฐเอกชน ขับเคลื่อนกิจกรรมที่มี Impact สูงและประชาชนไทยได้ประโยชน์ ได้แก่ เกษตรสมัยใหม่ ท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างขีดความสามารถทางเศรษฐกิจด้วย Digital Transformation โดยข้อเสนอทั้ง 4 แนวทางดังกล่าวเป็นการฟื้นฟูประเทศ เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ขณะเดียวกันประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยังกล่าวแสดงความเข้าใจดีว่า รัฐบาลมีความยากลำบากในการทำงาน ภายใต้สถานการณ์โรคระบาดและเศรษฐกิจที่ผันผวนและไม่มีความแน่นอนสูง ภาคเอกชนให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีและพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลด้วยความจริงจัง

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณและสิ่งที่ได้รับฟังข้อมูลในวันนี้ สอดคล้องกับนโยบายและแนวคิดของรัฐบาล ซึ่งทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน ซึ่งทั้งการช่วยเหลือ การให้สิทธิประโยชน์ รวมทั้งมาตราเยียวยาต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย ยืนยันว่า นายกรัฐมนตี คณะรัฐมนตรี และศบค. ไม่เคยหยุดคิด หยุดทำงาน นายกรัฐมนตรีรับรายงานทุกวัน เพื่อสั่งการทั้งการรักษา การเยียวยา รวมทั้งการเตรียมมาตรการเรื่องงบประมาณ เพื่อดูแลคน 70 ล้านคน แต่ทุกมาตรการของรัฐต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย และได้ย้ำมาตลอดว่า ไทยต้องปรับรูปแบบการบริหารจัดการใหม่ รัฐบาลทำหน้าที่กำหนดนโยบายสร้างโอกาสให้เอกชนเป็นผู้ขับเคลื่อน ที่สำคัญทุกฝ่ายต้องร่วมมือการสื่อสารสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ลดความขัดแย้ง ขอยืนยันการเดินหน้าเปิดประเทศ 120 วัน ซึ่งเริ่มแล้วที่ภูเก็ตและสมุย และจะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป ซึ่งรัฐบาลและเอกชนต่างก็มีความมุ่งมั่นตั้งใจเดินหน้าประเทศ เพื่อความสุขของคนไทยทุกคน พร้อมรับข้อเสนอ ข้อห่วงใยทุกประเด็น ซึ่งจะได้นำไปหารือกับคณะรัฐมนตรีและ ศบค. ต่อไป

ทั้งนี้ ก่อนจบการประชุม ภาคเอกชน ประธานหอการค้า ขอบคุณการหารือวันนี้ โดยท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้เวลา และรับฟังด้วยความตั้งใจ เพื่อร่วมกันทำงาน สร้างความเชื่อ สร้างสรรค์ ผลักดัน เป้าหมายฟื้นฟู เพื่อบรรลุเป้าหมาย และสุดท้าย ซีอีโอ 40 กว่าบริษัทยังได้กล่าวให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรี และขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป

ขอบคุณเพจ ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha