ส.ส.หญิง พปชร.ดันร่าง ก.ม.ป้องกันกระทำผิดซ้ำคดีอุกฉกรรจ์

2021-07-14 11:36:31

ส.ส.หญิง พปชร.ดันร่าง ก.ม.ป้องกันกระทำผิดซ้ำคดีอุกฉกรรจ์

Advertisement

"พัชรินทร์" พร้อม ส.ส.หญิง พปชร. ดันร่างกฎหมายป้องกันกระทำผิดซ้ำคดีอุกฉกรรจ์เข้าสภาฯ

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขับเคลื่อน "Smart Safety Zone" เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชน เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมและแหล่งมั่วสุมอาชญากรแล้วนั้น ล่าสุดตนและเพื่อน ส.ส.พปชร. โดยเฉพาะ ส.ส.หญิง ขอเดินหน้าต่อในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เสนอร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำความผิดซ้ำของผู้กระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. ... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยจะครอบคลุมถึงผู้กระทำความผิดอุกฉกรรจ์บางประเภทที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรง เช่น การข่มขืนกระทำชำเรา การกระทำความผิดทางเพศกับเด็ก การทำร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย การทำร้ายร่างกายสาหัส การนำตัวบุคคลไปเรียกค่าไถ่ และวางเพลิงเป็นเหตุให้คนตาย เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งใน “นโยบายความปลอดภัยสำหรับผู้หญิง” ที่ตนพยายามผลักดันมาโดยตลอด

ดร.พัชรินทร์ กล่าวต่อว่า  ร่างกฎหมายดังกล่าวจะนำมาใช้กับผู้กระทำผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรงที่กำลังจะพ้นโทษ หากกระบวนการพิจารณาพบว่าบุคคลดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะกระทำผิดซ้ำอีก ก็จะมีมาตรการควบคุมต่างๆ ภายหลังจากพ้นโทษไปแล้ว เช่น ให้คุมประพฤติ (ไม่เกิน 15 ปี), ห้ามออกนอกเขตพื้นที่ที่กำหนด หากย้ายที่ทำงานต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงาน เป็นต้น รวมถึงสามารถใช้มาตรการทางการแพทย์ในการแก้ไขฟื้นฟูได้หากได้รับความยินยอม ซึ่งในระหว่างการควบคุมภายหลังพ้นโทษนั้น หากพบว่ามีพฤติการณ์ที่ใกล้จะกระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรงอีกและไม่มีมาตรการอื่นที่ยับยั้งได้ ก็สามารถขอคุมขังฉุกเฉินได้

“ที่ผ่านมาแม้ว่าผู้กระทำผิดที่ได้รับการปล่อยตัวกลับสู่สังคมแล้ว จะมีการติดตามจากเจ้าพนักงานตำรวจหรือฝ่ายปกครอง แต่ก็ไม่มีสภาพบังคับเป็นกฎหมาย ทำให้ไม่เกิดประสิทธิผลในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ โดยเฉพาะด้านการใช้ความรุนแรงและข่มขืนกระทำชำเรา จึงได้ผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อเป็นการป้องกันเหตุรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่เฉพาะเพื่อผู้หญิงเท่านั้น แต่เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทุกคน” ดร.พัชรินทร์ กล่าว