"หมอยง"ยันฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อภูมิคุ้มกันสูงสู้เชื้อเดลตาได้ (มีคลิป)

2021-07-13 16:11:05

"หมอยง"ยันฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อภูมิคุ้มกันสูงสู้เชื้อเดลตาได้ (มีคลิป)

Advertisement

"หมอยง"ยันฉีดวัคซีนโควิดสลับยี่ห้อ "ซิโนเวค-แอสตร้าเซนเนก้า” ภูมิคุ้มกันขึ้น 800 สู้เชื้อเดลตาได้ มีความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวข่าวประเด็นการให้วัคซีนป้องกันโควิด -19 สลับชนิ ว่า  ปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้วัคซีนเชื้อตาย คือซิโนแวค กับวัคซีนไวรัสเวกเตอร์ คือแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งการฉีดซิโนแวค 2 เข็ม ให้ภูมิคุ้มกันเทียบเท่ากับผู้ติดเชื้อแล้ว และหายแล้ว ส่วนแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม ยังมีภูมิคุ้มกันสูงเพียงพอที่จะป้องกันเชื้อเดลตาได้ แต่ระยะห่างเข็ม 1 เข็ม 2 ใช้เวลากว่า 2 สัปดาห์ ดังนั้นในทางปฏิบัติเราจึงต้องมานั่งพิจารณาดูว่าดำเนินการอย่างไร ซึ่งเรารู้ว่าฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มภูมิคุ้มกันไม่มากพอที่จะป้องกันเดลตาได้ ขณะเดียวกัน แอสตราเซนเนก้า 1 เข็มก็กระตุ้นภูมิคุ้มกันไม่สูงพอที่จะป้องกันเดลตาเช่นกัน  จากการศึกษาพบว่า การฉีดแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็มภูมิคุ้มกันขึ้น 900 ส่วนการฉีดสลับเข็มแรกเป็นซิโนแวค เข็ม 2 เป็นแอสตร้าเซนเนก้าภูมิขึ้น 800 แต่หากเป็นซิโนแวค 2 เข็มอยู่ที่ 100 ส่วนการติดเชื้อธรรมชาติจะอยู่ที่ 70-80 เพราะฉะนั้นการฉีดสลับชนิดจะให้ภูมิคุ้มกันสูงเพียงพอสำหรับการป้องกันเชื้อเดลตา โดยใช้เวลาเพียง 6 สัปดาห์ เทียบกับการฉีดแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม ซึ่งจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 12 สัปดาห์ จะเห็นว่ายาวนานกว่ากัน 1 เท่าตัว เพราะฉะนั้นในสถานการณ์การระบาดของโรคที่เป็นไปอย่างรุนแรง หรือรวดเร็วในขณะนี้เรารอเวลาถึง 12 สัปดาห์ไม่ได้ เราต้องการให้ภูมิคุ้มกันสูงเร็ว การฉีดวัคซีนเข็มแรกด้วยซิโนแวค และเข็ม 2 เป็นแอสตร้าเซนเนก้าจึงน่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับประเทศไทย ณ ขณะนี้  ประกอบกับการที่ประเทศไทยมีวัคซีนเพียง 2 ชนิดคือชนิดเชื้อตายและไวรัสเว็คเตอร์ จึงเป็นการเหมาะสมสำหรับประเทศไทยที่ ณ ขณะนี้ แต่ในอนาคตถ้ามีวัคซีนอื่นที่ดีกว่าหรือพัฒนาได้ดีกว่า สนับสนุนได้ดีกว่าเราค่อยหาวิธีการที่ดีกว่า  นอกจากนี้เรายังได้มีการทดสอบการฉีดสลับชนิดแล้วพบเปอร์เซ็นต์การขัดขวางไวรัสขึ้นสูง และที่สำคัญเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนต้องมาก่อน ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องมีการศึกษาเรื่องความปลอดภัย เบื้องต้นมีการฉีดวัคซีนสลับชนิดแล้วในประเทศไทยมากกว่า 1,200 คน มากสุดที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ ซึ่งบันทึกใน “หมอพร้อม” พบว่าในจำนวนนี้ไม่มีใครมีผลข้างเคียงรุนแรง ดังนั้นจึงยืนยันได้ว่าการให้วัคซีนสลับกัน 2 ชนิดนี้มีความปลอดภัย

ศ.นพ.ยง กล่าวต่อว่า การฉีดวัคซีนสลับชนิดกันก็ไม่ได้เริ่มที่ประเทศไทยประเทศแรก ก่อนหน้านี้ ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งมีการใช้วัคซีน mRNA และแอสตร้าเซนเนก้า ก็มีการฉีดสลับชนิดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในช่วงวัคซีนขาดแคลนก็ได้มีการนำมาใช้ และยังมีบุคคลสำคัญในสหภาพยุโรป ฉีดเข็มแรกเป็นแอสตร้าเซนเนก้า เข็ม2 เป็นไฟเซอร์ จึงเป็นมาที่มหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด ศึกษาเรื่องนี้ต่อเนื่อง