"หมอธีระ"เสนอล็อกดาวน์ทั้งประเทศคุมโควิด

2021-07-11 13:48:44

"หมอธีระ"เสนอล็อกดาวน์ทั้งประเทศคุมโควิด

Advertisement

"หมอธีระ" ประเมินการระบาดโควิด-19 ของไทยรุนแรงมายาวนานหลายเดือน กระจายไปทั่วประเทศ คุมไม่อยู่ มาตรการล็อกดาวน์เฉพาะพื้นที่เริ่ม 12 ก.ค.น่าจะได้ผลในเชิงการชะลอเท่านั้น ไม่สามารถตัดวงจรระบาดได้ มีโอกาสระบาดซ้ำซ้อนไปเรื่อย มาตรการที่ควรทำคือ "ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ" 

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเพจ Thira Woratanarat  ระบุว่า สถานการณ์ทั่วโลก 11 ก.ค. 2564 ทะลุ 187 ล้านไปเรียบร้อยแล้ว ยุโรปกำลังโดนเดลตาถล่มหลายต่อหลายประเทศ ทำให้เป็นช่วงขาขึ้นของระบาดใหม่ ภาพรวมของทั่วโลก กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นของระลอกใหม่ จากสายพันธุ์เดลตา ไทยเรามีเคสผู้ป่วยที่ต้องรับการดูแลรักษาเกิน 80,000 คนแล้ว หากจำกันได้ เคยบอกไปแล้วว่า หากจำนวนสะสมในระบบเกินหลักหมื่นปลายๆ ถึงแสนคน จะมีแนวโน้มที่จะมีจำนวนคนเสียชีวิตหลักร้อยต่อวัน นี่คือบทเรียนที่เห็นจากต่างประเทศ ดังนั้นแต่ละวันหากมีจำนวนเข้าสู่ระบบมากขึ้นในระดับหลายพันเช่นที่เป็นมา เราคงมีโอกาสเห็นการเสียชีวิตหลักร้อยในเร็วๆ นี้ครับ 

จากที่ประเมินสถานการณ์การระบาดของไทยที่รุนแรงมายาวนานหลายเดือน กระจายไปทั่วประเทศ และคุมไม่อยู่ มาตรการล็อกดาวน์เฉพาะพื้นที่ที่เพิ่งประกาศไปและจะเริ่มวันจันทร์นี้ น่าจะได้ผลในเชิงการชะลอเท่านั้น แต่ไม่สามารถตัดวงจรการระบาดได้ จะมีโอกาสระบาดซ้ำซ้อนไปเรื่อยๆ มาตรการที่ควรทำคือ การทำ Full national lockdown ซึ่งมักต้องใช้เวลาในการล็อกนานระดับเดือนขึ้นไป

นอกจากนี้ระบบการตรวจคัดกรองโรคนั้นคือหัวใจสำคัญที่สุดในการคุมการระบาดแบบนี้ ไม่สามารถหวังผลเพียงจากการฉีดวัคซีนซึ่งมักต้องรอผลระยะยาว ดังนั้นการขยายระบบบริการตรวจให้ครอบคลุม ทั่วถึงทุกพื้นที่ ไม่ติดเกณฑ์อาการหรือประวัติ ทุกคนควรสามารถรับการตรวจได้โดยง่ายและไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อที่จะทราบสถานะการติดเชื้อของตนเอง และปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องเหมาะสมมองสถานการณ์ไปข้างหน้า คงเตือนเพียงว่า

หนึ่ง การระบาดคงมีต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ศึกนี้ยาวมาก และจะส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ และระบบเศรษฐกิจสังคมมากมายกว่าที่เป็นมา ต้องวางแผนประคับประคองช่วยกันให้ดี

สอง ไทยเรายังเป็นระลอกสามที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ยังไม่สามารถคุมได้ และมีโอกาสเจอปะทุซ้ำจากปัจจัยเสี่ยงเชิงนโยบายที่มี เช่น เปิดเกาะ เปิดประเทศ ส่วนระลอกสี่จะมาช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้หรือเร็วกว่านั้นได้หากยังไม่ปิดกั้นความเสี่ยงทั้งหมด โดยการหยุดนโยบายนำความเสี่ยงจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ และทำ Full national lockdown  (ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ) 

สาม ครึ่งปีที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แนวทางนโยบาย และมาตรการ ที่เกิดจากหน่วยงานนโยบายต่างๆ ทางด้านการสาธารณสุข ควบคุมป้องกันโรค และวัคซีนนั้นไม่สามารถจัดการสถานการณ์โรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้เกิดการติดเชื้อจำนวนมากและเสียชีวิตจำนวนมาก รัฐจึงควรพิจารณาปรับครม.เพื่อเปลี่ยนทิศทางนโยบายและมาตรการทั้งหมด รวมถึงการปรับเปลี่ยนวงที่ปรึกษา คณะกรรมการ และทีมงานด้านวิชาการต่างๆ เพื่อให้ประเทศมีโอกาสและช่องทางในการผ่านพ้นวิกฤติระบาดรุนแรงนี้ไปได้และป้องกันไม่ให้เกิดอีกในอนาคต

สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้ตระหนักถึงสถานการณ์การระบาดว่ารุนแรง และป้องกันตัวอย่างเต็มที่ มุ่งเป้าให้ตนเองและครอบครัวไม่ติดเชื้อ ใส่หน้ากากเสมอ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า เรื่องนี้สำคัญมาก ด้วยรักและห่วงใย


ขอบคุณเพจ Thira Woratanarat