"หมอธีระ"เสนอล็อกดาวน์สกัดโควิด-19

2021-07-08 09:47:55

 "หมอธีระ"เสนอล็อกดาวน์สกัดโควิด-19

Advertisement

"หมอธีระ"เศร้าใจโควิดไทยพุ่ง พิสูจน์ชัดแนวคิดโลกสวยสร้างสมดุลเศรษฐกิจและสุขภาพ มากกว่าตัดวงจรระบาดนำพาไปสู่หายนะ แนะล็อกดาวน์ ยกเลิกการสั่งซื้อวัคซีนที่มีประสิทธิภาพจำกัด  ยกเลิกท่องเที่ยวต่างชาติ 

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก  Thira Woratanarat  ระบุว่า มองสถานการณ์ไทยเราด้วยความเศร้าใจ ล่าสุดจำนวนเคสรุนแรงและวิกฤติ สูงเป็นอันดับที่ 11 ของโลก ตามข้อมูลจาก Worldometer เช้านี้ ปัญหาด้านการบริหารและวิชาการ นำไปสู่การตัดสินใจดำเนินนโยบายและมาตรการควบคุมป้องกันโรค และแผนจัดซื้อจัดหาวัคซีน ที่ไม่สามารถรับมือกับการระบาดหนักจากระลอกสองและสามนี้ได้ เกิดผลลัพธ์ดังที่เห็นในปัจจุบัน ที่ไม่สามารถควบคุมป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสูญเสียมากมาย โดยยังไม่เห็นแสงสว่าง และไม่เห็นปลายทาง บัดนี้พิสูจน์กันให้เห็นชัดเจนแล้วว่า นโยบายและมาตรการที่ห่วงเศรษฐกิจมากกว่าการตัดวงจรการระบาดนั้น นำพาไปสู่หายนะที่หนักหนาเพียงใด

แนวคิดที่จะสร้างสมดุลเศรษฐกิจและสุขภาพนั้น เป็นแนวคิดโลกสวย เหมือนวิ่งในทุ่งดอกไม้ ฟ้าใส ลมโกรก แต่หากฝืนผลักดันทำไป โดยที่ยังระบาดหนัก และระบบสนับสนุนพื้นฐานทั้งเรื่องคนเงินของเตียงหยูกยาและวัคซีน รวมถึงระบบการตรวจคัดกรองโรค ไม่พร้อมและไม่เพียงพอ ก็ย่อมไม่มีทางสำเร็จ ณ จุดนี้แล้ว ศึกโรคระบาดนั้นยืดเยื้อ มีแนวโน้มลากยาวไปอย่างน้อยกลางปีหน้า สิ่งที่จำเป็นต้องทำคือ

1. ปรับเปลี่ยนระบบการจัดซื้อจัดหาวัคซีนเดิม ยกเลิกการสั่งซื้อวัคซีนที่มีประสิทธิภาพจำกัด และทำทุกทางเพื่อจัดหาวัคซีนประสิทธิภาพสูง

2. ทุ่มทรัพยากรเพื่อขยายกำลังการตรวจคัดกรองโรค เลิกมายาคติที่จัดบริการเฉพาะกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มมีประวัติสัมผัส เพราะปัจจุบันกระจายไปทั่ว จำเป็นต้องให้คนสามารถเข้าถึงบริการให้ได้อย่างครอบคลุม ทั้งไทยและต่างชาติ

3. หยุดนโยบายเกาะสวรรค์ท่องเที่ยวต่างชาติ ก่อนจะเกิดวิกฤติกล่องทรายมาซ้ำเติมสถานการณ์ระบาดในประเทศ

4. เตรียมระบบสวัสดิการสังคม"ขั้นพื้นฐาน" ได้แก่ อาหาร น้ำ การศึกษา หยูกยาที่จำเป็น การสื่อสาร พลังงาน และความปลอดภัย ให้กับประชาชนเพื่อเตรียมจำศีลระยะยาวอย่างน้อย 4-8 สัปดาห์ ทั้งนี้ให้เตรียมแผนปฏิบัติการฉีดวัคซีนต่อเนื่อง โดยเน้นมาตรการผสมผสาน ใช้หน่วยเคลื่อนที่ จุดไดร์ฟทรู และการนัดหมายมารับ ณ จุดบริการ

5. ชะลอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการใช้เงินกู้ในแผนเศรษฐกิจ

6. ประกาศนโยบายให้ทุกหน่วยงานช่วยกันรัดเข็มขัด

7. ล็อกดาวน์ โดยจำเป็นต้องแจ้งต่อประชาชนถึงเป้าหมายที่ชัดเจน และระยะเวลาแต่ละระยะ ทั้งนี้ให้ทำใจไว้ล่วงหน้าว่า การล็อกดาวน์ระยะสั้นจะไม่ได้ผลสำหรับตัดวงจรการระบาดที่มีความรุนแรงและปล่อยไว้ยาวนานหลายเดือนแบบที่เรากำลังเผชิญ

การรวมใจคนนั้น จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อภาวะผู้นำต้องมีชัดเจน โปร่งใส แสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ผิดพลาดไปนั้นจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไม่ใช่ปล่อยให้ลืมเลือนกันไปตามเวลา จำเป็นต้องปรับกลไกนโยบายและกลไกวิชาการ ผ่านมาครึ่งปี ผลลัพธ์เห็นชัดเจน ไม่ควรปล่อยให้ดำเนินการต่อไป หลายประเทศเคยระบาดหนักมาแล้ว แต่ยอมรับความจริง และปรับเปลี่ยนกลไกบริหาร กลไกวิชาการ ก็สามารถจัดการการระบาด ดูแลสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนได้

สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ใส่หน้ากากนะครับ สำคัญมาก สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า เราต้องอยู่รอดปลอดภัยไปด้วยกัน

รศ.นพ.ธีระ ระบุด้วยว่า ยิ่งตรวจน้อย ยิ่งตรวจช้า คนที่ติดเชื้อก็จะมีโอกาสป่วยนานป่วยมาก จึงไม่แปลกใจที่เห็นคนติดเชื้อแล้วรุนแรงมากขึ้น ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจมากขึ้น ตายมากขึ้น ควรวิเคราะห์เช่นนี้ สถานการณ์แย่ลงเพราะนโยบายและการจัดระบบบริการมีปัญหา ไม่ใช่เกิดจากเชื้อกลายพันธุ์แบบที่พยายามชี้เป้าเบี่ยงไปแบบที่ทำอยู่  ทางแก้ไขคือ ตรวจให้มากและเร็ว ไม่ติดเกณฑ์ ไม่ใช่ตรวจมุ่งเป้าแต่กลุ่มเสี่ยง และตั้งกฎเกณฑ์ยุ่งยากจนเป็นอุปสรรคดังที่เห็น การที่ไทยมีจำนวนผู้ป่วยรุนแรงและวิกฤติสูงเป็นอันดับ 11 ของโลก ทั้งๆ ที่จำนวนเคสติดเชื้อยังน้อยกว่าสิบอันดับแรกอย่างมากนั้น ยิ่งตอกย้ำว่าระบบการตรวจคัดกรองนั้นไม่มีศักยภาพและไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

"เมื่อใช้ความรู้ที่บิดเบี้ยว เมื่อขาดหิริโอตตัปปะ  เมื่อไร้ซึ่งคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรม เมื่อปราศจากความรับผิดชอบต่อผลจากการตัดสินใจและดำเนินการของตนเองและพรรคพวก เมื่อนั้น ไม่ว่าพื้นที่ใดในโลกหรือนอกโลก ย่อมหนีหายนะไม่พ้น เมื่อถึงจุดนั้น ทุกคนในพื้นที่นั้นจึงต้องร่วมกันเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อปกป้องสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของทุกคน"รศ.นพ.ธีระ ระบุ 

รศ.นพ.ธีระ ระบุอีกว่า คำแนะนำในวันที่ติดเชื้อพร้อมกันทั้ง 77 จังหวัด

1. ควรตรวจเช็คข้าวของต่างๆ ที่จำเป็นภายในบ้าน และสำรองไว้สำหรับทุกคนในครอบครัว ทั้งอาหาร น้ำ ยาสามัญประจำบ้าน ยารักษาโรคประจำตัว อุปกรณ์ป้องกันทั้งหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า เจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับทำความสะอาด

2. ทำความสะอาดพื้นที่ในบ้าน วางแผนพื้นที่สำหรับแยกกักตัวเวลาไม่สบาย

3. เบิกเงินสำรองเก็บไว้กับตัวบ้างพอใช้จ่าย

4. เรื่องตัดผมทำผม เสริมความงาม อาจต้องทำกันเองในบ้าน

5. หากมีนัดพบแพทย์ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ใช้โทรศัพท์หรือไลน์คุยปรึกษากัน และให้รพ.จัดส่งยาทางไปรษณีย์

6. ระบาดหนักครั้งนี้ อาจกระทบต่อเรื่องบริการขนส่งอาหารดีลิเวอรี่ได้ การมีข้าวสารอาหารแห้ง และอาหารกล่องแบบอุ่นกินเองที่บ้าน จะมีประโยชน์

7. ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของประชาชน จากการระบาดครั้งนี้ที่คุมไม่ได้นั้น จะสูงมากและยาวนาน การแบ่งปันช่วยเหลือประคับประคองคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับเรานั้นสำคัญมาก เพราะยากมากที่รัฐจะมีทรัพยากรเยียวยาเพียงพอหรือทันต่อความต้องการ เรื่องอาหารและน้ำ และรายได้จากการจ้างงานเล็กๆ น้อยๆ เพื่อประทังชีวิตนั้นจะสำคัญมากกว่าช่วงเวลาระบาดที่ผ่านมา

8. ระวังเรื่องมิจฉาชีพ การหลอกลวงด้วยกลวิธีต่างๆ รวมถึงการกู้หนี้ยืมสิน ผู้นำชุมชนในแต่ละพื้นที่ควรวางแผนช่วยเหลือคนในพื้นที่ดูแลของตนเรื่องอาหาร น้ำ ที่พัก และการจ้างงานเล็กๆ น้อยๆ ในพื้นที่ให้พออยู่รอดได้ การแลกเปลี่ยนสินค้าหรือข้าวของเครื่องใช้ระหว่างกันอาจจำเป็นต้องนำมาใช้ทดแทนการหาเงิน

9. ขอให้มุ่งเป้าที่จะป้องกันให้ตัวเราและสมาชิกในครอบครัวไม่ติดเชื้อ ใส่หน้ากากสองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า นี่เป็นหัวใจสำคัญมาก

ขอบคุณเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat