รวบสาวใหญ่อ้างเป็นยี่ปั๊วลอตเตอรี่ หลอก "สมรักษ์" สูญ 11 ล้าน (มีคลิป)

2021-07-01 17:54:28

รวบสาวใหญ่อ้างเป็นยี่ปั๊วลอตเตอรี่ หลอก "สมรักษ์" สูญ 11 ล้าน (มีคลิป)

Advertisement


กองปราบรวบสาวใหญ่อ้างเป็นยี่ปั๊วลอตเตอรี่ หลอกขาย "สมรักษ์ เสียหายกว่า  11 ล้าน

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. กองบังคับการปราบปราม  (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป.  พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงกลิ่น ผกก.2 บก.ป.  พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส พ.ต.ท.กรกช ยงยืน  พ.ต.ท.นพรัตน์ คำมาพ.ต.ท.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล รอง ผกก.2 บก.ป.


เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ สว.กก. 2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.2 บก.ป.  ร่วมกันจับกุม นางปารมี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลแขวงดุสิตที่ จ.31/2562  ลงวันที่ 2 ก.พ.2562  โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ในขณะที่ออกเช็คนั้นไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้และธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คนั้น”โดยจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนแฮปปี้แลนด์สาย 2 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปี  กทม.

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร  ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อม น.ต.สมรักษ์ หรือ บาส ผู้เสียหาย  อดีตนักมวยชื่อดังเจ้าของวลีเด็ด “ไม่ได้โม้” ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ให้ดำเนินคดีนางปารมี  ผู้ต้องหา ซึ่งได้อ้างตัวเป็นยี่ปั๊วหลอกขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำให้ น.ต.สมรักษ์ สูญเงินไปกว่า 11.75 ล้านบาท


น.ต.สมรักษ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีคนสนิทแนะนำว่า หากอยากลงทุนลอตเตอรี่ให้ติดต่อกับนางปารมีเนื่องจากเป็นยี่ปั๊วมีโควตาลอตเตอรี่จำนวนมาก และนางปารมี สามารถซื้อลอตเตอรี่ได้ราคาต่ำกว่ายี่ปั๊วหน้าสำนักงานสลากกินแบ่ง น.ต.สมรักษ์ จึงได้ชักชวนกลุ่มเพื่อนคนสนิท รวมทั้งคนในวงการกีฬา มาร่วมลงทุน โดยได้สั่งซื้อลอตเตอรี่งวดประจำวันที่ 1 ก.พ.2564 มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ซึ่งในการสั่งซื้อดังกล่าว นางปารมี ได้ส่งลอตเตอรี่ให้ครบตามจำนวน จึงทำให้กลุ่มที่ร่วมลงทุนมั่นใจว่ามีการซื้อขายกันจริง ไม่มีการโกงแต่อย่างใด หลังจากนั้นจึงได้มีการชักชวนผู้ที่สนใจมาร่วมลงทุนมากขึ้น และผู้ร่วมลงทุนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าการที่ น.ต.สมรักษ์ฯ เป็นคนกลางสั่งซื้อ คงไม่มีใครกล้าโกง

ต่อมาเมื่อ น.ต.สมรักษ์ สั่งซื้อลอตเตอรี่มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท กับนางปารมี ในครั้งนี้ น.ต.สมรักษ์ กลับไม่ได้รับลอตเตอรี่แต่อย่างใด เมื่อพยายามติดต่อขอเงินคืน นางปารมี ก็ได้พยายามบ่ายเบี่ยง อ้างว่านายของนางปารมี กำลังประสานและดำเนินการคืนเงินให้ หลังจากนั้นนางปารมี ก็ได้ทยอยชดใช้เงินให้กับตนจนเหลือยอดค้างอีกจำนวน 11.75 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนั้นประมาณ 3 เดือน นางปารมี ก็ไม่มีการชดใช้ยอดเงินที่เหลืออยู่ ตนจึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าปรึกษาทนายความ และตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด

จนกระทั่งวันที่ 30 มิ.ย.2564  เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก. 2 บก.ป. ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ให้ลงพื้นที่สืบสวนกรณีดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพราะเกรงว่าอาจเป็นเครือข่ายเดียวกันกับ การโกงลอตเตอรี่ ใน จ.ตราด แต่จากการสืบสวนในเบื้องต้น กรณีดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาเรื่อยมา จนทราบว่าผู้ต้องหาอยู่บริเวณพื้นที่ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปี กทม. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อพบผู้ต้องหา จึงได้ทำการจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสืบสวนเพิ่มเติมทราบว่า นางปารมี เคยก่อเหตุมาแล้วหลายคดีหลายครั้ง และหลายท้องที่ ซึ่งพบว่ามีหมายจับจำนวน 9 หมายจับ ขาดอายุความแล้ว 5 หมายจับ คงเหลือหมายจับที่ยังต้องการตัวอีก 4 หมายจับ ซึ่งคดีส่วนใหญ่เป็นคดีเช็ค




สำหรับหมายจับที่ยังต้องการตัวอีกจำนวน 3 หมายจับ ดังนี้

1. หมายจับของ ศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ 7/2563 ลง 14 ม.ค.2563 ข้อหา ยักยอก

2. หมายจับของ ศาลแขวงดุสิตที่ 306/2562 ลง 16 ก.ย. 2562 ข้อหา พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด อันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 และหลบหนีไม่มาศาล

3. หมายจับของ ศาลแขวงดุสิต ที่ 156/2562 ลง 25 ก.ย. 2562 ข้อหา พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534