คณบดีศิริราชพยาบาลห่วง "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์"

2021-06-15 17:19:03

 คณบดีศิริราชพยาบาลห่วง "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์"

Advertisement

คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลห่วง "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" เร็วไป หวั่นสายพันธุ์แปลกใหม่เข้ามาคุมไม่ได้ 

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 6 ล้านโดส แต่มีผู้ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม 6% มีผู้ได้รับวัควีนครบโดสยังอยู่ที่ 2.2% ทำให้ยังไม่เห็นผลของวัคซีน ในการลดอัตราป่วยรุนแรงและเสียชีวิต ทั้งนี้ แม้จะมีการฉีดวัคซีนในอัตราสูงแต่ปัจจัยเรื่องสายพันธุ์ก็มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของอัตราป่วยได้ ปัจจุบันมี 4 สายพันธุ์ที่ต้องระวังมาก คือ 1.สายพันธุ์แอลฟ่า (อังกฤษ) ที่กลายพันธุ์ตรงตำแหน่ง N501Y ทำให้แพร่เร็ว กระจายไปแล้วกว่า 50% ทั่วโลก และในอังกฤษเองกำลังจะกลายพันธุ์อีกจุดหนึ่ง 2.สายพันธุ์เบต้า (แอฟริกาใต้) กลายพันธุ์ตำแหน่งเดียวกับแอลฟ่า จึงแพร่ไปแล้วกว่า 20 ประเทศทั่วโลก และยังกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง E484K หลุดภูมิคุ้มกันปกติ จนต้องระวังเรื่องผลของวัคซีน 3. สายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) กลายพันธุ์ที่จุด L452R ทำให้แพร่เร็วยิ่งกว่าแอลฟ่าและเบต้า และ 4.สายพันธุ์แกรมม่า (บราซิล) กลายพันธุ์ตำแหน่งเหมือนกับสายพันธุ์เบต้า ซึ่งอังกฤษแม้จะฉีดอย่างน้อย 1 เข็มสูงถึง 60% และสถานการณ์ดีขึ้น แต่เมื่อพบทุกสายพันธุ์เข้าไปในอังกฤษกลับพบอัตราติดเชื้อเพิ่มขึ้นจนนายกรัฐมนตรีของอังกฤษต้องออกมาประกาศเลื่อนการผ่อนคลายมาตรการออกไปก่อน การเปิดประเทศเร็วหากคุมไม่ดีอาจมีสายพันธุ์อื่นหลุดเข้ามา ดังนั้น มาตรการป้องกันส่วนบุคคลยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งที่ไม่อาจลดระดับได้

ศ.นพ.ประสิทธิ์ สัมภาษณ์ถึงการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ในขณะนี้ว่า กระบวนผ่อนคลายยังไม่น่ากลัวเท่าถ้าเรายังไม่สามารถป้องกันไม่ให้คนที่เดินทางเข้าประเทศผ่านทางเส้นทางธรรมชาติ ซึ่งแต่ละคนที่เข้ามาอาจเจอว่าเป็นเชื้อกลายพันธุ์ จึงน่าเป็นห่วงมาก ส่วนกระบวนการที่ผ่อนคลายเราก็ต้องเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดหากเห็นว่าเร็วหรือมากเกินไป ส่วนตัวยังย้ำว่าสุขภาพต้องมาก่อนเศรษฐกิจ

ต่อข้อถามถึงภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เริ่ม 1 ก.ค.นี้ ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่ายังเร็วไป แต่คนที่มีอำนาจในการตัดสินใจก็คงพิจารณาในส่วนตรงนั้น ตอนนี้มีการเตรียมการเพื่อเปิดภูเก็ตเพื่อดึงเศรษฐกิจกลับมา โดยมีการนำวัคซีนเข้าไปฉีดให้เยอะเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันและเปิดให้ต่างประเทศเข้ามา เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ที่ห่วงไม่ได้เฉพาะคนที่ฉีดวัคซีน แต่ความพร้อมของจังหวัดในการรองรับระบบต่างๆ โดยเฉพาะหากมีคนนอกพื้นที่เข้ามาและมีสายพันธุ์ใหม่ๆ เข้ามา วัคซีนไม่ได้ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ทั้งหมด แม้ว่าส่วนใหญ่ยังครอบคลุม แต่หากสายพันธุ์แปลกใหม่เข้ามาแล้วคุมไม่ได้ กลไกการจำกัดพื้นที่หรือการควบคุมไม่ได้คู่ขนาน ทุกคนมองแค่ฉีดวัคซีนครบก็ปล่อย เป็นสิ่งที่น่ากลัว หากเกิดการระบาดใหม่ในภูเก็ตอีก จะเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจในภูเก็ต