"เมียหลวง"ลั่นสู้ถึงที่สุดรับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น

2021-06-15 15:40:17

"เมียหลวง"ลั่นสู้ถึงที่สุดรับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น

Advertisement

"เมียหลวง"ขึ้นศาลนัดไกล่เกลี่ยไร้เงาฝั่งเมียน้อย ลั่นสู้ต่อถึงที่สุด รับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น

จากกรณีที่ "จอย นิภาพรรณ" ถือทะเบียนสมรสเข้าไปบุกงานแต่งของคู่บ่าวสาว พร้อมเฟซบุ๊กไลฟ์ระบุว่า ฝ่ายชาย คือสามีของเธอที่จดทะเบียนสมรสและอยู่กินกันมา 16 ปี แต่แอบมาแต่งงานกับสาวอื่น จนเกิดภาพที่มีการโต้เถียงกับฝ่ายชาย และไล่เธอออกจากงานแต่ง แต่ที่พีคกว่านั้นคือแม่ของสามีได้บุกเข้าไปในงานแต่งด้วย และตบหัวลูกชายที่นั่งอยู่กับเมียน้อย ต่อหน้าพระสังฆ์ที่กำลังสวดทำพิธีอยู่ อย่างไรก็ตามหลังเป็นข่าวดัง ทางคลินิกแห่งหนึ่งได้เสนอเสริมความงาม อัพหน้าใหม่ให้กับเธอ ขณะเดียวกันเธอได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากเมียน้อยตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น 

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 มิ.ย. ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยนาท "จอย นิภาพรรณ" พร้อมนายอนุสรณ์ อะสุระพงษ์ ทนายความ เดินทางมายังศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยนาท เพื่อนัดฟังคำพิจารณา หลังทนายได้ทำการยื่นฟ้องฝ่ายหญิงที่แต่งงานซ้อน เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 3 แสนบาท โดยนัดเจรจาไกล่เกลี่ยในเวลา 09.30 น.

นายอนุสรณ์ เปิดเผยก่อนขึ้นศาลว่า วันนี้เป็นวันที่ศาลนัดพิจารณาไกล่เกลี่ย ให้การหรือสืบพยานโจทก์ ต้องดูด้วยว่าวันนี้ฝ่ายจำเลยจะมาหรือไม่ ส่วนเรื่องคดีที่ดำเนินการในวันนี้ไม่รู้สึกมีความกังวลใจแต่อย่างใด เนื่องจากพยานหลักฐานของคดีมีความชัดเจน ส่วนเรื่องขอค่าเสียหายตรงนี้ได้ตั้งไว้ที่ 3 แสนบาท อยู่ที่ดุลพินิจของศาลที่จะกำหนดให้

ขณะที่ "จอย นิภาพรรณ" กล่าวว่า หลังจากเกิดเรื่อง ฝ่ายชายก็ไม่มีความเคลื่อนไหวหรือติดต่อมาเลย ส่วนเรื่องการต่อสู้คดีในวันนี้รู้สึกมั่นใจเต็มร้อย โดยก่อนหน้านี้ได้ทำเรื่องเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายต่อศาลไปแล้วเป็นจำนวนเงิน 3 แสนบาท ส่วนเรื่องที่ฝ่ายหญิงที่แต่งซ้อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับตน ตรงนี้ยังไม่ทราบข้อมูล เพราะยังไม่เห็นอีกฝ่ายออกมาเคลื่อนไหวอะไรเลย และก็ไม่รู้สึกกังวลใจ หากอีกฝ่ายจะฟ้องก็ขอให้จ่ายค่าเสียหาย 3 แสนบาทมาก่อน และจะรับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น

ต่อมาเวลา 11.00 น. ภายหลังจากเข้ารับฟังคำพิจารณาคดี นายอนุสรณ์ เปิดเผยว่า ครั้งนี้เป็นการสืบพยานทั้งสองปากครั้งแรก คือคุณจอย และ แม่สามีคุณจอย ส่วนเรื่องคำพิพากษาของศาล เนื่องจากว่าเพิ่งยื่นหลักฐานทั้งหมดครั้งแรก และสืบพยานไป ต้องใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 7 วัน คำพิพากษาตัวจริงถึงจะออก ส่วนคู่กรณีฝั่งจำเลย วันนี้ไม่ได้เดินทางมาที่ศาล ทางตนและทีมงานก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

"จอย นิภาพรรณ" กล่าวอีกครั้งว่า หลังจากขึ้นศาลครั้งแรกในวันนี้ ความรู้สึกเหมือนกับจี้ใจดำอีกครั้ง แต่ก็ต้องสู้ต่อไป ใช้ชีวิตตามปกติ เลี้ยงลูกต่อไป และขอยืนยันว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด