"สายป่าน" ฟังการไต่สวนมูลฟ้องคดีครูสอนดำน้ำหมิ่นเรียก 5 ล้าน (มีคลิป)

2021-06-07 13:40:20

 "สายป่าน" ฟังการไต่สวนมูลฟ้องคดีครูสอนดำน้ำหมิ่นเรียก 5 ล้าน (มีคลิป)

Advertisement

"สายป่าน" พร้อมทนายความเข้าฟังการไต่สวนมูลฟ้องคดีครูสอนดำน้ำโพสต์เฟซบุ๊กหมิ่นทำธุรกิจอุปกรณ์ดำน้ำเสียชื่อ เรียกค่าเสียหาย 5 ล้าน

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก น.ส.อภิญญา สกุลเจริญสุข หรือ "สายป่าน" นักแสดงชื่อดัง พร้อมทนายความได้เดินทางมาศาลเพื่อเข้าฟัฟการไต่สวนคดี หลังยื่นฟ้องครูสอนดำน้ำ โพสต์เฟซบุ๊กหมิ่นประมาท ทำธุรกิจอุปกรณ์ดำน้ำเสียชื่อ เรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท

"สายป่าน"  กล่าวว่า  หลังเหตุการณ์ที่เกิด ทางคู่กรณีไม่เคยเข้ามาขอโทษ ไม่เคยติดต่อมาพูดคุยหรือไกล่เกลี่ย ก่อนหน้านี้ตนก็เคยรอว่าคู่กรณีจะติดต่อกลับมาบ้างหรือไม่ แต่เมื่อเวลามันผ่านมาขนาดนี้ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเขาน่าจะเลือกเเล้ว ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว่าเขาประวิงเวลา ถามว่ามั่นใจไหมด้านคดี ตนขอแค่เจอเขาก่อนเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องก็ไม่ยังไม่ได้เจอเขาเลยจนถึงวันนี้ ส่วนเรื่องผลต่างๆก็คงจะต้องขอให้เป็นเรื่องของศาลที่จะพิจารณา สำหรับคำขอโทษ ส่วนตัวมองว่าหากขอโทษตอนนี้ก็คงจะไม่ทันแล้วเพราะหากจะขอโทษก็ควรขอโทษตั้งแต่ในช่วงแรกแล้วและคิดว่าตัวเขาเองคงตัดสินใจแล้วว่าเขาจะเลือกวิธีไหน ทั้งนี้ยังไม่ได้วางแผนอะไร ความจริงแล้วตนไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นด้วยซ้ำและก็ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้น แต่ในเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็คงต้องดำเนินการ

สายป่าน กล่าวอีกว่า หากเจอกับคู่กรณี ตนก็คงไม่มีอะไรจะพูด เพราะส่วนตัวก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ก็คงจะดำเนินการไปตามคดี สำหรับข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณานั้น ตนมองว่า มีพี่ๆน้องๆในวงการบันเทิงเจอการคุกคามหรือการมาคอมเมนต์ในลักษณะที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จำนวนมากไม่เพียงแค่ตนคนเดียว จึงอยากให้รู้ว่าถึงแม้จะเป็นคนของประชาชนแต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถคอมเมนต์ หรือโจมตีจู่โจมเราได้จากทางโซเชียลมีเดีย ควรจะคอมเมนต์ดี ๆ  คิดเยอะๆก่อนจะเขียนหรือพูดอะไรลงไป  ที่ผ่านมาตนเห็นว่าหลายคนเมื่อถูกแจ้งความดำเนินคดี ก็จะส่งข้อความมาขอโทษ แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าทำไมถึงไม่คิดก่อนทำ ก่อนทำอะไรก็ควรคิดให้เยอะๆหน่อย ตนอยากทำธุรกิจตรงนี้ให้ดีที่สุด ซึ่งตอนนี้ต้องกอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาก่อน ยืนยันจะเดินหน้าเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ธุรกิจนี้ตนทำคนเดียวแต่จดตั้งเป็นรูปแบบของบริษัท ซึ่งตนอยู่ในฐานะกรรมการบริษัทบริหารอะไรต่างๆคนเดียว แต่หลังเรื่องนี้เกิดขึ้นก็มีคนที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากเช่นพนักงานในบริษัทเป็นต้น

ด้านทนายความ ระบุว่า วันนี้มาไต่สวนมูลฟ้อง ก่อนหน้านี้มีการนัดไกล่เกลี่ย หลายครั้ง ทางตนเคยเปิดโอกาสให้เข้ามาคุย เเต่ทางคู่กรณีไม่มา การนัดมาเจอครั้งนี้เป็นการไต่สวนนัดเเรก ก่อนหน้านี้ต้องเลื่อนเพราะคู่กรณีไม่มา เเละเพราะเหตุโควิด ทำให้ไม่เคยได้คุยหรือไกล่เกลี่ยกันเลย เพราะเขาก็ไม่ได้มาแสดงตัวเพื่อแสดงความจริงใจหรือเพื่อต้องการไกล่เกลี่ย คู่กรณีไม่เคยมีการติดต่อใดๆมาเลย ซึ่งเมื่อคู่กรณีไม่ติดต่อมาไม่ยอมมาพบเจอไกลเกลี่ยประกอบกับเจ้าหน้าที่ศาลติดต่อไปก็ติดต่อไม่ได้ ก็เลยส่งเรื่องกลับขึ้นสู่บัลลังก์เพื่อที่จะไต่สวนมูลฟ้อง ทั้งนี้ตนมองว่าการนัดมาพูดคุยหรือไกล่เกลี่ย หรือ ได้พบเจอกันนั้นมันเป็นเรื่องของการแสดงความจริงใจว่าเขาพร้อมจะรับผิดชอบหรือเปล่า ซึ่งจากที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยเห็นในส่วนนี้ ยืนยันมีพยานหลักฐานชัดเจนเรื่องความเสียหายของสายป่านวันนี้จะมาไต่สวนมูลฟ้องก่อนหากไต่สวนแล้วศาลประทับรับฟ้องก็คงจะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป ส่วนการเรียกค่าเสียหายยืนยันว่ายังเป็นจำนวน 5 ล้านบาท เหมือนเดิม