"ลุงพล" น้ำตาคลอคิดถึง "น้องชมพู่"

2021-06-04 21:10:23

"ลุงพล" น้ำตาคลอคิดถึง "น้องชมพู่"

Advertisement

"ลุงพล" เปิดใจหลังได้ประกันตัว  น้ำตาคลอคิดถึง "น้องชมพู่" ยันไม่เคยคิดยุ่งหยิงพยาน ด้าน "ทนายตั้ม"ลั่นเอาผิด ตร.แน่นอน

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากศาลจังหวัดมุกดาหารมีคำสั่งให้ประกันตัว นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของ "น้องชมพู่" หลังนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 180,000 บาท เป็นหลักประกัน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว

โดยศาลพิเคราะห์คำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวน คำร้องขอปล่อยชั่วคราวคำคัดค้านของพนักงานสอบสวน คำร้องขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวของผู้เสียหายและพยานหลักฐานของผู้คัดค้านแล้ว เห็นควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาระหว่างสอบสวน หากผิดสัญญาปรับ 180,000 บาท  โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาหลบหนี ข่มขู่พยาน ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ก่อเหตุอันตรายประการอื่น ห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และแต่งตั้งให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านกกตูม ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เป็นผู้กำกับดูแลผู้ต้องหา เพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดโดยเคร่งครัด หากผู้ต้องหาผิดข้อกำหนดเงื่อนไข ศาลจะพิจารณาสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวหรือมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร


ต่อมา นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" ได้พานายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ออกมาให้สัมภาษณ์บริเวณด้านหน้าศาล โดยทนายตั้ม กล่าวว่า คดีนี้ไม่มีอะไรมาก ตนเคยบอกแล้วให้ดูที่พยานหลักฐาน การไต่สวนให้ประกันตัวของศาล ทางฝ่ายแม่น้องชมพู่ก็ยังยืนยันว่า ลุงพลไม่เคยมีการข่มขู่พยาน และลุงพลเองก็ไม่เคยมีพฤติกรรมหลบหนี แสดงว่า การที่ตำรวจอ้างว่าลุงพลไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือหลบหนีการจับกุมนั้น เป็นความเท็จ เรื่องนี้จะต้องเอาผิดกับตำรวจแน่นอน นอกจากนี้จะพาลุงพลและป้าแต๋นไปพบคณะกรรมาธิการการตำรวจด้วย สำหรับกรณีที่พาลุงพลไปมอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่กลับจับกุมลุงพลใส่กุญแจมือนั้น เรื่องนี้ตำรวจก็มีความผิดเช่นกัน 

ขณะที่ นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล เปิดใจว่า ขอขอบคุณศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ให้ความยุติธรรม ต่อไปมอบหมายให้ทนายตั้มดำเนินการสู้คดีตามกฎหมาย  ต่อข้อถามว่า  รู้สึกอัดอั้นตันใจหรือไม่อย่างไรที่ต้องมาสู้คดีน้องชมพู่ ลุงพลไม่ตอบกล่าวเพียงว่า เหมือนที่ผมร้องเพลงทุกอย่าง จากนั้นก็น้ำตาคลอเบ้า ระบุว่า ที่ผ่านมาไม่มีพฤติกรรมหลบหนี ทำมาหากินธรรมดา เรื่องที่ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานนั้นเป็นความเท็จ เพราะยูทูบเบอร์ต่างก็เกาะติดชีวิตอยู่แล้วจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานได้อย่างไร  เหลือเวลาเดียวที่ไม่ได้เผยแพร่ก็เวลาหลับนอนเท่านั้น 

เมื่อถามว่า อยู่ดี ๆ ลุงพลกลายเป็นผู้ต้องหาคดีน้องชมพู่  ลุงพล กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าเสียงสั่นเครือว่า มันก็เหมือนบทเพลงที่ผมร้อง ภาพความน่ารักของน้องชมพู่ยังอยู่เสมอ เหมือนบทเพลงเลยครับ เมื่อถามว่า อยากจะบอกอะไรน้องชมพู่ถ้าดูอยู่ ลุงพล ตอบทั้งน้ำตาคลอเบ้าว่า ก็ให้น้องไปอยู่ในภพที่ดีกว่า 

"ตอนร้องเพลงในห้องขังเพราะคิดถึงน้องชมพู่  คิดถึงเรื่่องเก่า ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ยังหวังดีกับญาติ ๆ เหมือนเดิม  หลังจากได้ประกันก็ให้อภัยครับ แต่การจะกลับมาเหมือนเดิมต้องใช้เวลา ซึ่งก็ได้เจอแม่น้องชมพู่ แต่ไม่ได้คุยกัน ทั้งนี้ขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา"ลุงพล กล่าว