ภท.แจงอภิปรายถล่มงบให้รัฐบาลรู้ข้อบกพร่องปรับปรุงแก้ไข

2021-06-03 15:10:40

ภท.แจงอภิปรายถล่มงบให้รัฐบาลรู้ข้อบกพร่องปรับปรุงแก้ไข

Advertisement

ภท.แจงอภิปรายถล่มงบให้รัฐบาลรู้ข้อบกพร่องนำไปปรับปรุงแก้ไข 

เมื่อวันที่ 3 มิ.น. นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชี้แจงถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย ลงมติรับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2565 ในวาระแรก หลัง ส.ส.ของพรรคอภิปรายวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า การวิพากษ์วิจารณ์เพื่อให้ฝ่ายปฏิบัติหรือรัฐบาลรู้ข้อบกพร่องและนำไปแก้ไข ม่ใช่เป็นการวิจารณ์เพื่อทำลายใคร และตนเองเป็น ส.ส.มา 3 สมัย อยู่ฝ่ายรัฐบาลตลอด แต่ทุกครั้งที่อภิปราย ไม่เคยมีครั้งใดที่ชื่นชมรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใด เพราะได้แสดงเหตุผล ข้อดี ข้อเสีย และเสนอแนะแนวทางปรับปรุงแก้ไข ส่วนสาเหตุที่ลงมติรับหลักการนั้น นายภราดร ชี้แจงว่า หากไม่ลงมติรับหลักการและร่างงบประมาณตกไปนั้น รัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ จะต้องให้สำนักงบประมาณพิจารณากันใหม่ และกว่าจะเสนอวาระแรกต่อสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง ก็ต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 6 เดือนแน่นอน ดังนั้นกว่าจะได้ใช้งบประมาณปี 2565 ก็ไม่น่าเร็วกว่าเดือนมี.ค.65 ซึ่งเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 แล้ว และหากใช้งบประมาณปี 2564 ไปพลางก่อน ก็ไม่มีงบลงทุนจากรัฐบาล ซึ่งไม่เป็นผลดี และยังไม่มีงบประมาณสำหรับบริหารสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้นการอภิปรายท้วงติงเพื่อต้องการชี้ให้เห็นชัด ๆ ว่า การจัดสรรงบประมาณแบบนี้ บนสถานการณ์ไม่ปกติแบบนี้ เป็นการจัดสรรที่ผิดพลาดและน่าผิดหวัง  เพราะควรทำได้ดีกว่านี้ และการทำหน้าที่ผู้แทนมีหน้าที่วิพากษ์เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่วิพากษ์ เพื่อนำไปสู่ความพินาศ

ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงสาเหตุที่ไม่คว่ำร่างงบประมาณฉบับนี้ว่า ไม่ได้พิจารณาเพียงมิติการเมือง แต่จะต้องพิจารณาถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการร่างร่างงบประมาณ เพื่อยุบสภาเลือกตั้งใหม่ งบประมาณก็จะไม่ทันประกาศใช้ภายในเดือนต.ค.นี้ พร้อมยกตัวอย่างการพิจารณาพ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ฝ่ายค้านอภิปรายทั้งเสนอแนะ ตำหนิ และชื่นชม แต่สุดท้ายก็ลงมติให้การอนุมัติ ทั้งที่หากพ.ร.ก. 2 ฉบับตกไป รัฐบาลก็อาจจะต้องยุบสภาเช่นกัน ดังนั้นจึงเชื่อว่า ส.ส.ไม่ว่าจะฝั่งใดก็ต้องทำหน้าที่ในการเสนอความเห็น ชมบ้าง ติติงบ้างแล้วแต่ประสบการณ์ ละความคิดเห็น ยืนยันว่าการแสดงความเห็นในสภาเป็นสิ่งที่ ส.ส. พึงกระทำ เพื่อให้ ผู้ยื่นกฏหมาย และรัฐบาลได้รู้ข้อบกพร่อง และนำไปปรับปรุง

"27 พ.ค.ที่ผ่านมา มี พ.ร.ก. ที่เสนอโดยรัฐบาล ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลให้ข้อเสนอแนะตำหนิหลากหลาย แต่สุดท้ายก็อนุมัติให้ความเห็นชอบด้วยกัน คำถาม คือ แบบนี้เรียกละครโรงใหญ่เหมือนกันไหม เพราะหาก พ.ร.ก.ตกไปตามมติสภา ก็มีผลเหมือนร่างงบประมาณตกไปเช่นกัน และแปลกใจที่พอตัวเองทำบอกเพื่อชาติ พอคนอื่นทำบอกเล่นละคร ผมยืนยันว่าการแสดงความเห็นในสภาเป็นสิ่งที่ ส.ส. พึงกระทำ เพื่อให้ผู้ยื่นกฏหมายได้รู้ข้อบกพร่อง และนำไปปรับปรุงดีกว่าไม่แม้แต่แสดงความคิดเห็นข้อเสนอแนะ ในขณะที่มีโอกาสแล้วคอยมาหาเศษหาเลย มาสร้างวาทะกรรมสวยๆ" นายสิริพงศ์ กล่าว