เชียงใหม่ขยายเวลาปิดพื้นที่เสี่ยงเริ่ม 8 พ.ค.

2021-05-08 08:42:58

เชียงใหม่ขยายเวลาปิดพื้นที่เสี่ยงเริ่ม 8 พ.ค.

Advertisement

เชียงใหม่ขยายเวลาปิดพื้นที่เสี่ยง 18 ประเภท กับ 7 กลุ่มกิจการ ร้านอาหารยังนั่งกินไม่ได้ ขายได้แค่ 3 ทุ่ม ห้ามใช้สถานที่จำหน่ายสินค้าที่มีลักษณะเป็นครั้งคราว มีผล 8 พ.ค. จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ชมก็เยอะตำหนิก็แยะ "เจนนี่" ปล่อยคลิป "ลิลลี่" เต้นคัฟเวอร์ "ลิซ่า" ชาวเน็ตรุมวิจารณ์

“นุ้ย เชิญยิ้ม” เจอคอมเมนต์ถล่ม หลังอยากให้ 2 ลุง ไปแทน “น้าค่อม-พี่เบิร์ต”

ไอ้ควาย "ดาว พิมพ์ทอง" สุดเดือดโพสต์หมายเรียกคดีทำร้าย"พอร์ช ศรัณย์"

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ออกคำสั่งเพิ่มเติมขยายเวลาคุมเข้มสถานที่เสี่ยง และควบคุมเวลาเปิด-ปิดสถานบริการ เตรียมสุ่มตรวจในกลุ่ม Grab Food และ Line Man เพื่อให้ประชาชนมั่นใจเมื่อสั่งอาหารมารับประทานที่บ้าน คาดหากสถานการณ์ในจังหวัดดีขึ้น อาจจะได้รับการพิจารณาจาก ศบค. ในการปรับลดระดับพื้นที่จากพื้นที่สีแดงเข้ม เป็นพื้นที่สีแดง

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา ศูนย์บัญชาการสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จ.เชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ มอบหมายให้นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงสถานการณ์การระบาดของโรค Covid-19 ระลอกเดือน เม.ย. 

นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงใหม่ได้มีมติออกคำสั่งเพิ่มเติมอีก 2 ฉบับ คือ คำสั่งที่ 51/2564 เรื่องปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว และคำสั่งที่ 52/2564 เรื่องปิดสถานที่เสี่ยงชั่วคราว ซึ่งเป็นการต่ออายุของคำสั่งเดิม เพื่อขยายเวลามาตรการ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงมีอยู่ ซึ่งทั้ง 2 คำสั่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยคาดว่าหากสถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น อาจจะได้รับการพิจารณาจาก ศบค. ในการปรับลดระดับพื้นที่จากพื้นที่สีแดงเข้ม เป็นพื้นที่สีแดงต่อไป อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 คำสั่งที่ออกมานั้น ทางคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงใหม่ ได้พิจารณาถึงความปลอดภัยเพื่อดูแลประชาชนในภาพรวมเป็นสำคัญ จึงขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือปฏิบัติตาม และดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงใหม่มีมติออกคำสั่งเพิ่มเติมอีก 2 ฉบับ  โดยมีสาระสำคัญคือ ให้ปิดสถานที่ รวมทั้งสิ้น 18 ประเภท ประกอบด้วย 1. สถานบริการ สถานประกอบการฯ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานประกอบกิจการ อาบน้ำ/อาบอบนวด 2. โรงมหรสพ โรงภาพยนตร์ โรงละคร 3. สวนน้ำ สวนสนุก 4. สวนสัตว์ 5. ลานสเก็ต โรลเลอร์เบลด 6. โต๊ะสนุกเกอร์ บิลเลียด โบว์ลิ่ง 7. ร้านเกม ตู้เกม ร้านอินเทอร์เน็ต 8. สระว่ายน้ำ 9. โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ (ยิม) ฟิตเนส 10. ที่จัดนิทรรศการ ศูนย์แสดงสินค้า และศูนย์ประชุม 11. พิพิธภัณฑ์ 12. ห้องสมุดสาธารณะ/ชุมชน/เอกชน 13. สถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 14. สถานดูแลผู้สูงอายุ 15. สถานที่สัก-เจาะผิวหนัง/ร่างกาย 16. โรงเรียนสอนลีลาศ/เต้นรำ 17. ศูนย์พระเครื่อง สนามพระ ซุ้มพระเครื่อง 18. ห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง โดยให้มีผลโดยเปลี่ยนให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 64 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้คำสั่งฉบับที่ 51/2564 ยังกำหนดให้มี มาตรการควบคุมกิจกรรมเสี่ยงและจำกัดเวลาเปิดปิดสถานที่ รวม 6 กลุ่มกิจการ ได้แก่ 1 ควบคุมร้านอาหาร โดยห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน โดยที่ร้านอาหารสามารถเปิดขายอาหารและเครื่องดื่มได้ถึงเวลา 21.00 น. โดยให้นำกลับไปกินที่อื่น 2. ให้ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า เปิดได้ถึงเวลา 21.00 น. 3. ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาดนัดกลางคืน ตลาดโต้รุ่ง ถนนคนเดิน ให้เปิดได้ไม่เกินเวลา 23.00 น. สำหรับร้านที่เปิด 24 ชั่วโมง ให้เริ่มเปิดอีกครั้งในเวลา 04.00 น. 4. ร้านเสริมสวย ตัดผม เปิดบริการได้เฉพาะ สระ ตัด ซอย แต่งผม และต้องไม่มีผู้นั่งรอในร้าน 5. สถานบริการควบคุมน้ำหนัก สถานเสริมความงาม เปิดให้บริการได้ โดยให้ยกเว้นการทำในส่วนใบหน้า และต้องไม่มีผู้รอในร้าน 6. ให้ปิดสนามกีฬา สถานที่ออกกำลังกายในร่ม ส่วนสนามกีฬาฯ ที่เป็นพื้นที่โล่งแจ้ง สามารถเปิดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 21.00 น. และสามารถจัดการแข่งขันกีฬาได้โดยไม่มีผู้ชมในสนาม ทั้งนี้ให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 64 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

คำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 52/2564 เรื่อง ปิดสถานที่เสี่ยงชั่วคราว โดยสาระสำคัญของคำสั่งนี้ระบุว่า ห้ามใช้สถานที่ใดๆ เพื่อจำหน่ายสินค้าที่มีลักษณะเป็นครั้งคราว (อาทิ เปิดท้ายขายของ สถานที่ที่มีรถเร่มารวมกันขายของใช้ประจำวัน ตามหมู่บ้าน/ตำบล/อำเภอ ในลักษณะครั้งคราว ฯลฯ) เว้นแต่เป็นการดำเนินการของส่วนราชการที่มีผู้รับผิดชอบชัดเจน โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 64 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง