"อนุทิน"ส่งรถตรวจเชื้อ-รถวิเคราะห์ผลพระราชทานลงคลองเตย

2021-05-04 18:20:29

 "อนุทิน"ส่งรถตรวจเชื้อ-รถวิเคราะห์ผลพระราชทานลงคลองเตย

Advertisement

"อนุทิน" ส่งรถเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อชีวนิรภัยพระราชทานและรถห้องปฏิบัติการพระราชทานลงพื้นที่ค้นหาเชิงรุกชุมชนพัฒนา 70 ไร่ คลองเตย ตั้งเป้าวันนี้ตรวจให้ได้ 700 รายสำรวจพื้นที่อิมแพคเมืองทองธานี เตรียมจัดตั้ง รพ.สนาม รองรับ 5,200 เตียงหากจำเป็น

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ติดตามการควบคุมโรคโควิด 19 และการค้นหาเชิงรุกในชุมชนพัฒนา 70 ไร่ เขตคลองเตย กทม. พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ส่งรถเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน และรถห้องปฏิบัติการพระราชทานค้นหาเชิงรุก ลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อประชาชนในชุมชนพัฒนา 70 ไร่ หลังพบผู้ติดเชื้อในชุมชน จำนวน 37 ราย โดยวันนี้ ตั้งเป้าหมายตรวจให้ได้วันละ 700 ตัวอย่างและจะเพิ่มจำนวนในวันต่อไป เพื่อแบ่งเบาภาระของกทม. เนื่องจากชุมชนคลองเตยมีประชาชนอยู่กันอย่างหนาแน่น การคัดกรองหากพบผู้ติดเชื้อจะประสานกับ กทม. เพื่อจัดหาเตียง หากเตียงไม่เพียงพอ กระทรวงสาธารณสุขจะนำเข้าศูนย์แรกรับ ส่วนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามที่ชุมชนคลองเตยนั้น พื้นที่ไม่เหมาะสม จะพยายามหาพื้นที่อื่นที่มีความพร้อมในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามต่อไป อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขยังมี Hospitel โรงพยาบาลสนาม และโรงพยาบาล ไว้รองรับผู้ติดเชื้อและผู้ป่วย เพื่อเข้ารับการรักษาตามความเหมาะสม โดยมีการคัดแยกระดับอาการเป็นกลุ่มสีเขียว สีเหลือง และสีแดง หากโรงพยาบาลในกทม.เต็ม กระทรวงสาธารณสุขมีเครือข่ายโรงพยาบาลอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งมีความพร้อมในการรองรับผู้ป่วย

จากนั้นได้เดินทางไปที่อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี เพื่อดูสถานที่วางแผนสำหรับจัดตั้งโรงพยาบาลสนามหากมีความจำเป็น เนื่องจากอิมแพค ชาเลนเจอร์ เป็นสถานที่ที่มีความพร้อม สามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 5,200 เตียง แบ่งเป็นอาคาร 1 อาคาร 2 อาคารละ 2,000 เตียง ส่วนอาคาร 3 เตรียมพร้อมสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการ โดยจะตั้งเต็นท์ความดันลบ มีเครื่องช่วยหายใจ สามารถรองรับได้ 1,200 เตียง หากจำเป็นต้องใช้งาน มอบให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เข้าไปจัดการในพื้นที่ ทั้งระบบระบายอากาศ ระบบระบายน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบกล้องวงจรปิด ให้ได้ตามมาตรฐานและร่วมกับภาคเอกชนอื่น ๆ ติดตั้งสัญญาณอินเทอร์เน็ตต่อไป