รมว.สธ.หารือบริษัทนำเข้าวัคซีน “โมเดอร์นา"

2021-05-03 15:10:09

 รมว.สธ.หารือบริษัทนำเข้าวัคซีน “โมเดอร์นา"

Advertisement

รมว.สธ. หารือบริษัทนำเข้าวัคซีน “โมเดอร์นา" ชี้ไม่ขายให้เอกชนโดยตรงต้องผ่านหน่วยงานรัฐ เผย อภ.พร้อมนำเข้าให้แต่ต้องคอนเฟิร์มยอดการซื้อ 

เปิด 10 เขต กทม.มีผู้ติดเชื้อโควิดสูงสุด

หวานหยด “แตงโม” ถือโอกาสอวยวันเกิดพร้อมเปิดตัวแฟนหนุ่มอย่างเป็นทางการ

ช็อก!คลองเตยติดโควิด 304 ราย สัมผัสเสี่ยงสูงนับพัน

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)  นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับผู้แทนบริษัทนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นา โดยบริษัทซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ว่า กระทรวงพร้อมสนับสนุนการขึ้นทะเบียนของโมเดอร์นา แต่ผู้ผลิตต้องส่งเอกสารตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนด ยืนยันว่ารัฐบาล กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้มีการกีดกันวัคซีนใดๆ ที่เข้ามาเป็นวัคซีนทางเลือก ซึ่งวัตถุประสงค์ที่เขามาขึ้นทะเบียนเพื่อที่จะขายให้ภาคเอกชน รพ.เอกชน มีวัคซีนสำหรับผู้ที่จะรับการฉีดวัคซีนนอกระบบ รพ.รัฐ  สิ่งสำคัญคือเขาบอกว่าโมเดอร์นาต้องขายผ่านรัฐบาล หรือหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐบาลเท่านั้น พูดง่ายๆ เขาไม่ขายให้เอกชนโดยตรง ทุกบริษัทพูดเช่นนี้หมด จะต้องขายผ่านรัฐบาล ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขเลยให้คำยืนยันว่าเมื่อเอกชนไม่สามารถซื้อได้ เพราะติดเงื่อนไขจากทางบริษัทผู้ผลิต กระทรวงสาธารณสุขก็พร้อมให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นผู้นำเข้าวัคซีน แต่ภาคเอกชนต้องคอนเฟิร์มยอดการซื้อมาให้ อภ. เพราะ อภ.ไม่สามารถซื้อมาสต็อกเพื่อรอให้เอกชนมาซื้อต่อได้อีกทอดหนึ่งได้ ทั้งนี้ เอกชนสามารถซื้อวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยได้ตอนนี้มีแอสตร้าเซนเนก้า ซิโนแวค จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ส่วนที่รอขึ้นทะเบียนอยู่มีไฟเซอร์ โมเดอร์นา สปุตนิค V ซึ่งถ้าเอกชนติดต่อซื้อตรงได้ก็ดี ถ้าซื้อยังไม่ได้ก็ซื้อผ่าน อภ.

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ในตอนนี้วัคซีนที่ใช้ทั่วโลกตอนนี้อยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้ผลิตขึ้นทะเบียนออกตัวว่านี่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่สามารถเรียกร้องการชดใช้อะไรได้ เพราะฉะนั้นผู้ที่นำวัคซีนไปใช้ต่างรับสภาพอยู่แล้วว่านี่คือสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนั้นการสั่งผ่าน อภ. ทางอภ.ก็จะมีบันทึกข้อตกลงไว้ว่า อภ.เป็นผู้นำเข้าเท่านั้น หากการนำไปใช้ เกิดผลข้างเคียง หรืออาการไม่พึงประสงค์ อภ.ไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบ เอกชนที่นำไปใช้ต้องแจ้งต่อผู้มารับการฉีดวัคซีนให้ทราบ ในส่วนของภาครัฐจะมี มาตรา 41 ของ สปสช.ดูแลอยู่ แต่ไม่รู้ว่าครอบคลุมถึงเอกชนหรือไม่ แต่เอกชนต้องมีมาตรดูแลตรงนี้ด้วย สำหรับกรณีฉีดวัคซีนให้กับประชากรในประเทศไทยขณะนี้ ไม่มีความขัดแย้งอะไร จริงๆ ไม่ได้มีกฎหมายบังคับให้ฉีด ตรงนี้เป็นสิทธิของประชาชน หากประสงค์รับวัคซีน รัฐก็มีวัคซีนให้ โดยชนิดวัคซีนก็อยู่กับจังหวะและวัตถุประสงค์ที่ขำเข้ามา เช่น ไฟเซอร์ เจรจานำเข้าเพราะครอบคลุมไปถึงเด็กอายุ 12-18 ปี ดังนั้นเด็กอายุ 12-18 ปี ก็ต้องได้รับการพิจารณาก่อน หากของไฟเซอร์มีมากพอก็พิจารณาให้กับกลุ่มอื่นได้ ส่วนซิโนแวคก็มีคุณสมบัติในเรื่องระยะห่างระหว่างเข็ม 1-2 ได้เร็ว ดังนั้นบุคลากรการแพทย์ คนทำงานหน้าด่านที่อายุต่ำกว่า 60 ปี ก็ได้รับวัคซีนนี้ก่อน ส่วนแอสตร้าเซเนก้าก็สามารถรับได้ตั้งแต่อายุ 18 ปี ไปจนถึงสูงอายุ ซึ่งช่วงที่จำนวนยังมีจำกัดคนที่อายุยังไม่เยอะก็ต้องขอให้ฉีดซิโนแวคก่อน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ถ้าวันที่มีวัคซีนทั้งหลายเข้ามาจำนวนมากแล้ว อยากทำอะไรก็พยายามอำนวยความสะดวกให้