'ไบเดน' เรียกร้องความสงบในมินนีแอโปลิส หลังเหตุประท้วงตำรวจยิงชายผิวดำ

2021-04-13 07:35:02

'ไบเดน' เรียกร้องความสงบในมินนีแอโปลิส หลังเหตุประท้วงตำรวจยิงชายผิวดำ

Advertisement

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวในวันจันทร์ว่า “ไม่สามารถอ้างเหตุผลใด ๆ “ สำหรับความรุนแรงและการปล้นร้านค้าต่าง ๆ ในย่านบรูคลิน เซนเตอร์ (Brooklyn Center) ชานนครมินนีแอโปลิส หลังเหตุการณ์ความขัดแย้งล่าสุดระหว่างตำรวจมินนีแอโปลิสกับชุมชนคนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน

ประธานาธิบดีไบเดน กล่าวต่อผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า ตนขอร้องให้เกิดสันติภาพและความสงบ หลังจากที่ตำรวจนครมินนีแอโปลิส รัฐมินเนโซตา ใช้แก๊สน้ำตาและระเบิดแสงในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมราว 200 คนที่รวมตัวเดินขบวนบนท้องถนนในย่านบรูคลิน เซนเตอร์ เมื่อช่วงเช้ามืดวันจันทร์ตามเวลาในสหรัฐฯ เพื่อประท้วงเหตุการณ์ตำรวจยิงสังหารชายผิวดำผู้หนึ่งเมื่อวันอาทิตย์

ผู้ว่าการรัฐมินเนโซตาประกาศใช้มาตรการเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 19.00 น. วันจันทร์ ไปจนถึง 6.00 น. วันอังคาร ครอบคลุมพื้นที่นครมินนีแอโปลิสไปจนถึงเมืองเซนต์พอล

แถลงการณ์ของตำรวจบรูคลิน เซนเตอร์ ระบุว่า เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันอาทิตย์ ตำรวจได้พยายามหยุดรถคันหนึ่งซึ่งมีชายผิวดำอายุ 20 ปี ทราบชื่อต่อมาคือนายดอนท์ ไรท์ (Daunte Wright ) ซึ่งตำรวจระบุว่ามีหมายจับชายผู้นี้ แต่นายไรท์พยายามขับรถหนี ทำให้ตำรวจตัดสินใจยิงใส่รถจนกระสุนไปโดนคนขับ จากนั้นรถคันดังกล่าวพุ่งไปชนรถยนต์อีกคันหนึ่ง และนายไรท์เสียชีวิต




ในวันจันทร์ นายจอห์น แฮร์ริงตัน เทศมนตรีฝ่ายกิจการความปลอดภัยสาธารณะของรัฐมินเนโซตา แถลงข่าวว่า ผู้ประท้วงพากันเดินขบวนมุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจบรูคลิน เซนเตอร์ โดยมีการชูป้าย “Black Lives Matter” และมีรายงานการขว้างปาก้อนหินและสิ่งของอื่น ๆ ใส่อาคารสถานีตำรวจ รวมทั้งมีรายงานว่าได้ยินเสียงปืนในบริเวณนั้นด้วย

ด้านผู้ว่าการรัฐมินเนโซตา ทิม วอลซ์ ทวีตข้อความว่า ตนติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด และขอสวดภาวนาให้แก่ครอครัวของนายไรท์ ในขณะที่รัฐมินเนโซตากำลังเผชิญเหตุการณ์เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายสังหารประชาชนผิวดำอีกครั้งหนึ่ง

เหตุการณ์ความขัดแย้งจากความรุนแรงของตำรวจครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นในช่วงที่กำลังมีการพิจารณาคดีอดีตตำรวจผิวขาว ดีเร็ค ชอวิน ผู้ถูกฟ้องในข้อหาฆาตกรรมชายผิวดำ จอร์จ ฟลอยด์ ในนครมินนีแอโปลิส เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งนำไปสู่การประท้วงเรียกร้องสิทธิของคนผิวสีในหลายเมืองทั่วอเมริกา รวมทั้งในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกด้วย




ขอบคุณขอมูล VOA ไทย