“เมล่อนไร้สาร” อ.เสิงสาง ออเดอร์สุดปัง! ไอเดียเจ๋งสลักลายเพิ่มมูลค่า (คลิป)

2021-04-10 08:00:16

“เมล่อนไร้สาร” อ.เสิงสาง ออเดอร์สุดปัง!  ไอเดียเจ๋งสลักลายเพิ่มมูลค่า  (คลิป)

Advertisement

ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติจากสถานการณ์โควิด-19 ในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อราคาผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรหลากหลายชนิด แต่ก็ยังมีแนวทางการทำเกษตรที่เน้นการจำหน่ายค้าขายในชุมชนที่สามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคงและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับวิกฤติใดๆ ก็ตาม

ดังเช่น นายถนอม ขันทองคำ ผู้ใหญ่บ้านราษฎร์บำรุง หมู่ที่ 3 ต.บ้านราษฎร์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกเมล่อนไร้สาร ความหวานสูง ที่ทุกวันนี้ยังสามารถจำหน่ายเมล่อนได้ตลอดทั้งปี มีออร์เดอร์สั่งล่วงหน้าเข้ามาตลอด จนทำส่งตลาดไม่ทัน เพราะเป็นเศรษฐกิจภายในครอบครัว และมีรายละเอียดขั้นตอนการดูแลอย่างพิถีพิถัน

นายถนอม ขันทองคำ เล่าว่า เมื่อปลายปี 2558 ตนเองได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้วิธีการปลูกเมล่อนผ่านทางบริษัทแห่งหนึ่ง จึงเริ่มต้นทำการทดลองนำมาปลูก เพราะเห็นว่าเมล่อนเป็นพืชที่มีคนปลูกน้อย สามารถกำหนดราคาเองได้ จากนั้นได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อผลิตเมล่อนโดยไม่ใช้สารเคมี แต่ยังคงให้ได้ผลผลิตที่ทัดเทียมหรือสูงกว่าเมล่อนที่ปลูกโดยวิธีทั่วไป ด้วยการสรรหาพืชที่มีแร่ธาตุเฉพาะตัวที่แตกต่างกันมาหมักเป็นปุ๋ยชีวภาพใส่ให้เมล่อนด้วยการผสมกับน้ำที่ใช้รด ล่าสุดสามารถสรรหาพืชที่ให้แร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเมล่อนมาหมักเป็นปุ๋ยชีวภาพมากถึง 16 ชนิด พร้อมกับหาวิธีเพิ่มความหวานให้กับเมล่อน เพื่อยกระดับผลผลิตให้มีความโดดเด่นจากพื้นที่อื่น ด้วยการเพิ่มธาตุโพแทสเซียม ให้กับเมล่อนในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยการใช้ผงโกโก้และน้ำมะพร้าวหมักเนื่องจากเป็นพืชที่ให้ธาตุโพแทสเซียมสูง จนทำให้ล่าสุดสามารถสร้างความหวานให้กับเมล่อนภายในสวนได้มากถึง 19 องศาบริกซ์ ซึ่งถือว่าเป็นค่าความหวานที่สูงกว่าเมล่อนทั่วไปที่วางขายกันในตลาดที่จะมีความหวานอยู่ที่ประมาณ 14 องศาบริกซ์เท่านั้น




วิธีการปลูกเมล่อนภายในโรงเรือนนั้น เริ่มต้นจากการสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์มาจากบริษัทแห่งหนึ่ง สายพันธุ์ที่ใช้ส่วนใหญ่คือ พันธุ์กาเลีย เนื้อสีส้ม เป็นสายพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่แข็งแรงให้ความหวานกรอบ เป็นที่ต้องการของตลาด ใช้เวลาเพาะเมล็ดประมาณ 10 – 12 วัน ก่อนจะย้ายกล้าพันธุ์มาลงแปลง ตั้งร้านให้ต้นเมล่อนได้เลื้อยเกาะ จากนั้นให้น้ำทุกวัน กระตุ้นด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยอินทรีย์ เพิ่มความแข็งแรงของลำต้นด้วยธาตุสังกะสี โดยการใช้น้ำมันหอยนางรมหมักจุลินทรีย์ จนเวลาผ่านไปอีกประมาณ 25 วัน เมล่อนจะออกดอกจึงทำการผสมเกสร รอเวลาอีกประมาณ 45 วันเมล่อนจะให้ผลผลิตและสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยเคล็ดลับการเพิ่มความหวานนั้นจะให้ธาตุโพแทสเซียมก่อนเก็บประมาณ 10 วัน โดยโพแทสเซียมนั้นจะได้จากการหมักผงโกโก้ และน้ำมะพร้าวหมักด้วยจุลินทรีย์ ซึ่งก่อนเก็บเกี่ยวนั้นจะมีการสุ่มคัดลูกเมล่อนมาวัดค่าความหวานให้ได้อย่างน้อย 13 องศาบริกซ์ จึงจะสามารถเก็บเกี่ยวมาทิ้งไว้ประมาณ 2 – 3 วัน เพื่อให้ค่าความหวานเพิ่ม จึงจะนำใส่บรรจุภัณฑ์ออกจำหน่ายได้

ขณะนี้ตนเองจะปลูกเมล่อนตามกันเป็นช่วงๆ เพื่อให้ได้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวแตกต่างกัน ทำให้สามารถปลูกและเก็บเกี่ยวเมล่อนได้ตลอดทั้งปี สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยโรงเรือนที่ทำไว้จะมีขนาดกว้าง 4 เมตร 20 เซนติเมตร ยาว 16 เมตร จะปลูกเมล่อนได้ประมาณ 200 ต้น ผลผลิตประมาณ 400 กิโลกรัม จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 100 บาท เพิ่มมูลค่าด้วยการแกะสลักเป็นรูปลวดลายต่างๆตามออร์เดอร์ที่สั่ง เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าจะนิยมสั่งซื้อไปเป็นของฝาก ซึ่งก็จะได้ค่าแกะสลักต่อลูกเพิ่มขึ้นแล้วแต่ความยากง่ายของลวดลาย เฉลี่ยแล้วแต่ละรุ่นแต่ละโรงเรือนจะสร้างรายได้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 40,000 บาท เลยทีเดียว