ท่องป่า “คลองชมพู” ชมธรรมชาติงดงามยามฤดูแล้ง (คลิป)

2021-03-27 08:00:16

ท่องป่า “คลองชมพู” ชมธรรมชาติงดงามยามฤดูแล้ง  (คลิป)

Advertisement

ชาวบ้านหมู่ 1 และหมู่ 3 บ้านคลองชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก รวมตัวกันเป็นไกด์ชุมชนพานักท่องเที่ยวเดินป่าคลองชมพู อุทยานแห่งชาติแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ระยะ 8-10 กม. สัมผัสธรรมชาติงดงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง นักท่องเที่ยวศึกษาคลองน้ำเค็ม ที่มีเกลือจากใต้ดินขึ้นมาเกาะบนหิน เนินกระเบื้องโบราณ ชมหินน้อยใหญ่ และนอนกางเต็นท์กลางคลองชมพู ท่ามกลางบรรยากาศค่ำคืนเย็นสบาย

ที่บ้านชมพู ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก มีชาวบ้านหมู่ 1 และหมู่ 3 บ้านชมพู อ.เนินมะปราง ได้รวมตัวเป็นไกด์ชุมชน จำนวนกว่า 10 คน นำโดยนายบุญสืบ เผือกอ่อน อายุ 57 ปี ชื่อกลุ่ม “ท่องไทยไปชมพู” นำนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมธรรมชาติที่คลองชมพู อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ระยะทาง 8-10 กม. โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัย เดินป่ากางเต้นท์ค้างแรม ที่บริเวณกลางคลองชมพู ที่ในช่วงฤดูแล้ง ก็มีความงามไม่แพ้ฤดูฝนและฤดูหนาว เนื่องจากปริมาณน้ำในคลองชมพูน้อยลง ทำให้มองเห็นโขดหินน้อยใหญ่ บางช่วงก็เป็นแผ่นดินมีรูปลักษณ์ต่างๆ บางช่วงก็มีหินเป็นหลุ่ม คล้ายๆสามพันโบก บางช่วงมีก็แอ่งน้ำทางธรรมชาติที่สวยงาม มีแหล่งศึกษาธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณคลองน้ำเค็ม ในฤดูแล้งจะมีเกลือเกาะตามโขดหินในคลองน้ำ เนินกระเบื้องโบราณ ลานหินปืน แก่งคันนา แก่งกระซาว ลานหินถ้ำน้ำน้อย ลานหินถ้ำหม้อ เป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถเลือกกางเต็นท์นอนตามจุดต่างๆ ได้ตามที่ต้องการ

นักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวชมธรรมชาติคลองชมพู อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เริ่มแรกจะต้องติดต่อกับกลุ่มไกด์ชุมชน จากนั้นก็แจ้งขออนุญาตกับทางหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ที่ 5 (สล.5) แล้วเริ่มต้นเดินเท้าไปตามคลองชมพู เริ่มจากที่แก่งคันนา แก่งป่ากระซาว จุดเนินบังเกอร์แม้ว คลองน้ำเค็มหรือคลองเค็ม เนินกระเบื้องโบราณ ลานหินปืน ลานหินถ้ำน้ำน้อย ลานหินหม้อ รวมระยะทาง 10 กม. แต่ละจุดก็จะมีประวัติและเรื่องเล่าให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และชมกัน อาทิ แก่งป่ากระซาว นักท่องเที่ยวจะได้ชมลานหินฝนมีดโบราณ ,บังเกอร์แม้ว นอกจากนี้ยังมีหินที่ชาวไทยภูเขา มาสร้างไว้คล้ายบังเกอร์ เพื่อลอบยิงเจ้าหน้าที่, คลองน้ำเค็ม หรือชาวบ้านเรียกว่า คลองเค็มนั้น นักท่องเที่ยวก็จะได้เห็นก้อนหินที่มีเกลือเกาะจนเป็นแผ่น และคราบเกลือ บางช่วงน้ำที่ไหลจะเค็ม ปลาไม่สามารถอาศัยอยู่ได้




ขณะที่ลานหินปืนนั้น ก็จะมีหินก้อนลักษณะทรงกลม เหลี่ยม โค้งมนต่างๆ มากมาย ยาวนับกว่า 1 กม. บริเวณน้ำจะมีแอ่งน้ำที่ช้างป่า และสัตว์อื่นๆจะลงมากินน้ำกันเป็นประจำ และพบเห็นเป็นรอยเท้า เป็นช่วงๆ ส่วนบริเวณจุดเนินกระเบื้อง นั้นก็จะมีเศษกระเบื้องโบราณลวดลายต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษากัน ระหว่างการเดินเท้านั้นก็จะมีต้นไม้น้อยใหญ่ โดยเฉพาะต้นตะเคียน ต้นแดง ให้นักท่องเที่ยวได้ชม และบางต้น เช่น ต้นผู๋ ในช่วงนี้กำลังออกดอกส่งกลิ่นหอมไปทั่วป่าเลยทีเดียว

ส่วนลานกางเต้นท์นั้น แล้วแต่นักท่องเที่ยวจะเลือกกางเต็นท์ หากเดินป่าไม่ไกล เพียง 1.5 กม. ก็สามารถกางเต็นท์ได้ที่แก่งคันนา หากบางท่านต้องการเดินป่าชมธรรมชาติ ไปเรื่อยๆ ก็สามารถไปกางเต็นท์ได้ที่ ลานหินถ้ำน้ำน้อย และถ้ำหม้อ ซึ่งบริเวณที่กางเต้นท์นั้นนักท่องเที่ยวก็จะสามารถชมธรรมชาติ เช่น ดอกศิลาวารีย์ ที่หาชมได้ยากมาก หนึ่งเดียวที่คลองชมพู และเล่นน้ำตามแอ่ง หรือแก่งต่างๆ ได้อย่างสบายใจ พร้อมกับชิมอาหารพื้นบ้านที่กลุ่มไกด์ชุมชน ได้ตระเตรียมมาให้แก่นักท่องเที่ยวได้ชิมกันอีกด้วย พร้อมกับปรุงอาหารสด ที่เก็บได้ตามป่าที่เดินเท้า เช่น ยอดผักหวาน ยอดหนาม เป็นต้น ส่วนในยามค่ำคืน นักท่องเที่ยวก็จะนอนฟังเสียงน้ำไหลและเสียงจิ้งหรีดเรไรได้อย่างเพลิดเพลิน



บุญสืบ เผือกอ่อน หัวหน้ากลุ่มไกด์ชุมชน ท่องไทยไปชมพู กล่าวว่า เดิมทีนั้นกลุ่มตนเอง ก็จะทำนา ทำไร่ ในช่วงฤดูแล้ง ก็จะหาของป่า หรือที่เรียกนายพราน โดยเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา ชาวบ้านที่สนใจในเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน ก็เริ่มเลิกอาชีพนายพราน หันมาเปิดท่องเที่ยวชมธรรมชาติ ที่คลองชมพู เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างรายได้ให้กลุ่มชาวบ้านแล้ว ยังเป็นการร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติตามสายน้ำคลองชมพูอีกด้วย โดยนักท่องเที่ยว สามารถมาเที่ยวและกางเต็นท์ค้างแรม ได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูฝน ฤดูหนาว และฤดูแล้ง โดยเฉพาะฤดูแล้ง นักท่องเที่ยวก็มาชมคลองเกลือ ที่มีลักษณะโดดเด่น และเรื่องราวอันยาวนาน ซึ่งตลอดการเดินป่านั้น กลุ่มตนเองก็จะเล่าถึงความสำคัญของจุดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ฟังกันอย่างเพลิดเพลิน โดยที่ผ่านมาก็มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมคลองชมพูกันอย่างต่อเนื่อง บางทริปท่องเที่ยว ก็นอนค้างแรม 2 คืน 3 วัน บางทริป ก็นอน 1 คืน 2 วัน ก็มี แล้วแต่นักท่องเที่ยวจะสะดวก

หากนักท่องเที่ยวต้องการมาชมและสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติที่คลองชมพู สามารถติดต่อตนเองได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 085-737-4528 โดยแต่ละทริป ที่พานักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมคลองชมพู นั้นก็จะทำเรื่องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ทางหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ที่ 5 (สล.5) ทุกครั้ง ส่วนเรื่องความปลอดภัยนั้นทางกลุ่มชาวบ้านก็จะคอยดูแลกันเป็นอย่างดี