สหรัฐสวนกระแสเปิดทางล่าช้างเอางา

2017-11-17 08:10:31

สหรัฐสวนกระแสเปิดทางล่าช้างเอางา

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สวนกระแส อนุญาตให้นักล่าสัตว์ชาวอเมริกัน นำงาช้างจากแซมเบียและซิมบับเว เข้าประเทศได้ ทำให้นักล่าสัตว์อเมริกันล่าสัตว์ใน 2 ประเทศนี้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

สื่อสหรัฐ รายงานเมื่อวานนี้ (พฤหัสบดี) ว่า คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ จะอนุญาตให้นักล่าสัตว์ชาวอเมริกัน นำงาช้าง หรืออวัยวะสำคัญของสัตว์ จากแซมเบียและซิมบับเว 2 ประเทศแอฟริกา เข้าประเทศได้ ซึ่งเป็นการยกเลิกคำสั่งห้ามในยุคของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ออกคำสั่งไว้ในปี 2557 โดยการนำเข้าอวัยวะสำคัญของช้างดังกล่าว มีผลในวันนี้ (ศุกร์) ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ต่อจากนี้ไป การล่าสัตว์ใน 2 ประเทศนี้ เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย


การตัดสินใจดังกล่าว สร้างความโกรธแค้นต่อกลุ่มผู้อนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งรวมทั้งเชลซี คลินตัน บุตรสาวของอดีตประธานาธิบดีบิล และนางฮิลลารี คลินตัน ที่เธอเป็นผู้สนับสนุนการอนุรักษ์ช้างมายาวนาน โดยเธอทวิตข้อความเมื่อวานนี้ว่า มันจะเพิ่มการล่าสัตว์ ทำให้ชุมชนเปราะบางมากขึ้น ทั้งทำลายความพยายามในการอนุรักษ์ด้วย


นอกจากนี้ มีรายงานข่าวด้วยว่า ลูกชายของทรัมป์ ถือเป็นนักล่าสัตว์ตัวยง และฝ่ายต่อต้านได้นำเอาภาพในทวิตเตอร์ของโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ที่โพสต์คู่กับหางช้างที่ตัดมาจากช้างที่ถูกฆ่ามาเผยแพร่ด้วย


ขณะที่ บรรดาผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า ประชากรช้างแอฟริกากำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง รายงานเมื่อปีที่แล้ว พบว่า ลดลงประมาณร้อยละ 30 ระหว่างปี 2550-2557 เหตุผลอันดับต้น ๆ เกิดจากการล่า แต่ในบางพื้นที่ลดลงมากกว่าร้อยละ 75 โดยในปี 2559 มีประชากรช้างเหลือเพียง 350,000 ตัวในป่า จากที่เคยมีอยู่หลายล้านตัวในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

Advertisement




แท็กที่เกี่ยวข้อง