กรมอุทยานฯ เข้าตรวจสอบ “มุกดาสวนเสือและฟาร์ม” (คลิป)

2021-03-09 17:55:19

กรมอุทยานฯ เข้าตรวจสอบ “มุกดาสวนเสือและฟาร์ม”  (คลิป)

Advertisement

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าตรวจสอบมุกดาสวนเสือและฟาร์ม พบหนังเสือโคร่ง “ โอล่า และแตงโม ” มีลายหนังเสือ และตัวอย่างทางพันธุกรรม (DNA) ไม่ตรงกัน ในหนึ่งปี ผิด 3 ครั้ง ข้อหาครอบครองสัตว์ป่าเสือโคร่งและซากเสือโคร่ง สบอ.9 เสนอให้เพิกถอนใบอนุญาต

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 64 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมฯ ได้เข้าตรวจสอบกิจการสวนเสือสาธารณะ “มุกดาสวนเสือและฟาร์ม” ตามมาตรการในการควบคุมพร้อมตรวจยึดเสือโคร่ง และซากเสือโคร่ง ที่มีไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต


นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 กล่าวว่า วันนี้ได้เข้าตรวจสวนเสือให้ความร่วมมือได้นำตรวจ ในการตรวจสวนเสือเป็นการตรวจปกติ ที่ตรวจรอบเดือนอยู่แล้ว ในส่วนของผลของการดำเนินการตั้งแต่พฤศจิกายน ปี 63 ได้ดำเนินคดีไปชุดหนึ่งแล้ว คือ ให้ลาภและให้ทอง และลูกอีก 3 ตัว อันนี้ตรวจ DNA ไม่ตรงดำเนินคดีตามกฎหมาย คือ ครอบครองสัตว์คุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ข้อมูลเท็จ หลักฐานเท็จต่อเจ้าหน้าที่ แต่เราตรวจยึดเสืออีก 2 ตัว ชื่อ ข้าวเม่ากับข้าวเปลือก เป็นลูกของโดโด้ กับมะเฟือง เอา DNA ไปตรวจพบว่าไม่มีความสัมพันธ์กันแสดงว่าพ่อแม่โดโด้ กับมะเฟือง ซึ่งมีลูกเป็นข้าวเม่า กับข้าวเปลือกไม่ได้เป็นพ่อแม่กัน และมีการแจ้งข้อกล่าวหาคล้ายกันกับครั้งนี้แล้ว



นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กล่าวต่ออีกว่า ขณะเดียวกันตอนที่เข้าตรวจได้ถ่ายรูปไว้ในส่วนของหนังรายละเอียดชุดเจ้าหน้าที่ตรวจประจำเดือน เห็นข้อผิดสังเกตว่า หนังที่ตรวจไป ชื่อโอล่า มันมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงทุกส่วน ตั้งแต่ด้านหน้า ด้านข้างของแก้ม ข้างลำตัว และปลายหาง ที่เราสามารถที่จะตรวจเป็นรูปของลักษณะของด้านกายภาพเพราะฉะนั้นลายเสือ เป็นตัวหนึ่งที่กำหนดชื่อชนิดตัว ระบุตัวใครตัวมัน ไม่มีส่วนใหน่ที่ตรงกันเลย ชี้ชัดเจนอยู่แล้วว่าตัวโอล่า มีการเหมือนสวม เพราะโอล่าตัวจริงมีอยู่แล้วด้วยความเป็นธรรมว่า พบหนัง 2 ชิ้น มีโอล่า กับแตงโม ส่วนแตงโมของสวนเสือแห่งนี้ ไม่ใช่ว่าจะตรวจที่มันเป็นผิดอย่างเดียวก็มาจับผิด ฉะนั้นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายก็จะมีส่วนนี้แล้ว

ส่วนที่ดำเนินการก็จะแจ้งข้อกล่าวหาครั้งที่แล้ว มีเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้าวเหนียว ซึ่งเป็นศรีษะเอาชิ้นเนื้อไปตรวจพบว่า ไม่ตรงกันกับพ่อแม่ ชื่อ ให้ลาภและให้ทอง ในส่วนของวันนี้เป็นข้อกล่าวหาใหม่ คือโดโด้ กับมะเฟือง ไม่มีความสัมพันธ์กันกับ ข้าวเม่า กับข้าวเปลือกได้แจ้งข้อกล่าวหาใหม่ ในส่วนหนังของโอล่า ซึ่งไม่ตรงกับตัวเดิม



ทั้งนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.มาตรา 17 พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 ฐานมีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.มาตรา 138 ประมวลกฎหมายอาญา ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน 3. มาตรา 267 ประมวลกฎหมายอาญา ฐานแจ้งให้พนักงานลงข้อมูลอันเป็นเท็จ และสวนสัตว์มกดาสวนเสือและฟาร์ม ไม่ปฎิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 63 คณะเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เข้าตรวจยึดเสือโคร่ง 3 ตัว ได้แก่ ข้าวยำ ข้าวกล่ำ ข้าวเจ้า (ลูกของให้ลาภกับให้ทอง) และอายัด เสือโคร่งจำนวน 2 ตัว ได้แก่ ข้าวเม่าและข้าวเปลือก (ลูกของโดโด้กับมะเฟือง) พร้อมซากเสือโคร่งข้าวเหนียว (ลูกของให้ลาภกับให้ทอง) และเก็บตัวอย่างพันธุกรรม (DNA) เสือโคร่งและซากเสือโคร่งดังกล่าวอีกครั้งเพื่อตรวจประเมินสุขภาพสัตว์ตระกูลเสือในกรงเลี้ยง และตรวจสอบรหัสพันธุกรรม โดยเจ้าหน้าที่จะนำเสือโคร่งที่ดำเนินการอายัดไปเก็บรักษาไว้ ณศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ จังหวัดศรีสะเกษ และขณะตรวจสอบได้ตรวจค้นดูสภาพซาก (หนังเสือ) “ โอล่า และแตงโม ” และถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน หลังจากการเข้าตรวจยึด / อายัด แล้วเสร็จได้นำภาพหนังสือโคร่งมาตรวจสอบกับฐานข้อมูลลายเสือของทั้ง 2 ตรวจปรากฏพบว่า หนังสือโคร่ง “ โอล่า “ มีลายหนังเสือ ไม่ตรงกันกับที่เคยได้บันทึกเก็บไว้เมื่อขณะขนย้ายจาก ดิษฐ์วิไลสวนเสือ มาที่มุกดาสวนเสือและฟาร์ม และได้เข้าตรวจสอบการแจ้งตายของ โอล่า

สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ แจ้งผลการตรวจสอบความสัมพันธุ์ทางพันธุกรรมของเสือโคร่ง ปรากฏว่า เสือโคร่ง “ ข้าวเม่า และข้าวเปลือก “ ไม่มีความสัมพันธ์เป็นลูกของเสือโคร่ง ชื่อโดโด้ และมะเฟือง ส่วนซากเสือโคร่ง(ส่วนหัว) “ ข้าวเหนียว ” ไม่มีความสัมพันธ์เป็นลูกของเสือโคร่ง ชื่อให้ลาภและให้ทอง นำมาซึ่งการเข้าตรวจยึด เสือโคร่ง “ ข้าวเม่า และข้าวเปลือก “ และตรวจยึดซากเสือโคร่ง (หนัง ) โอล่า พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสวนสัตว์ “ มุกดาสวนเสือและฟาร์ม ” ซึ่งเป็นการไม่ปฎิบัติตามเงื่อนไขท้ายใบอนุญาตฯและกฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ 2540 )

ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จะทำหนังสือเรียนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อโปรดพิจารณาพักใบอนุญาตครั้งที่ 2 และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการสวนสัตว์ต่อไป