ลุ้นครูจอมทรัพย์ พ้นมลทิน ศาลนัดอ่านผลพิจารณาใหม่ 17 พ.ย.นี้

2017-11-14 13:55:12

ลุ้นครูจอมทรัพย์ พ้นมลทิน ศาลนัดอ่านผลพิจารณาใหม่ 17 พ.ย.นี้

Advertisement

ศาลจังหวัดนครพนมนัดอ่านคำพิพากษา วันศุกร์ที่ 17 พ.ย. คดีครูจอมทรัพย์ หลังศาลอุทธรณ์ภาค 4 สั่งรื้อคดี กรณีถูกกล่าวหาขับรถชนคนตาย และถูกจองจำนาน 1 ปี 6 เดือน


จากกรณี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร วัย 54 ปี อดีตครูโรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎร์สงเคราะห์ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ถูกกล่าวหาขับรถชนนายเหลือ พ่อบำรุง เสียชีวิต เมื่อปี 2548 กระทั่งศาลพิพากษาเมื่อปี 2556 ให้จำคุก 3 ปี 2 เดือน และได้รับอภัยโทษออกมาเมื่อปี 2558 รวมถูกจองจำให้คุก 1 ปี 6 เดือน ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งขอให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ หลังนางจอมทรัพย์ เข้าร้อง เนื่องจาก นายสับ วาปี ชาว จ. มุกดาหาร ได้เข้าพบตำรวจและรับสารภาพว่เป็นคนชนนายเหลือเสียชีวิต 





ล่าสุดศาลจังหวัดนครพนม ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ รฟ.1/58 หมายเลขแดงที่ 2/58 คดีระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดนครพนม เป็นโจทย์ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ผู้ร้องและจำเลย ในเรื่องความผิดประมาทต่อชีวิต ความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก ตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 มาตรา 9 ในวันศุกร์ที่ 17 พ.ย.นี้ เวลา 13.00 น.


ด้านนางจอมทรัพย์ ขณะนี้อาศัยอยู่กับสามี และลูก ที่บ้านม่วงไข่ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย  โดยระบุ หลังทราบหมายนัดอ่านคำพิพากษาศาลฏีกา ว่า รู้สึกดีใจ และตื้นตันกับสิ่งทีรอคอยมานาน ส่วนผลจะออกมาอย่างไร จะขอน้อมรับคำสั่งศาล ถือว่าได้ต่อสู้ตามขั้นตอนของกฏหมาย หากผลของคำพิพากษาว่าเป็นคนผิด จะใช้ชีวิตตามแนวทางเศษฐกิจพอเพียง และเดินเรื่องขอกลับเข้ารับราชการ แต่ว่าเราจะยังมีมลทินอยู่ ส่วนหากบอกว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ จะก้มหน้าขอทำงานตอบแทนสังคมที่ให้โอกาส และขอเดินทางรอยทางของพ่อหลวง น้อมนำแนวเศรษฐกิจมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต แต่สิ่งที่จะต้องทำตามที่ตั้งใจและอธิฐานไว้ คือการทำบุญมอบชุดขาวปฏิบัติธรรมให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำ



ทั้งนี้ยืนยันเรื่องขอกลับเข้ารับราชการจะเดินหน้าต่อไป เพราะรักและภูมิในในอาชีพครู ได้ทุ่มเทให้กับอาชีพนี้มาตลอดชีวิตที่เข้ารับราชการ และยังห่วงเด็กนักเรียนที่ขาดโอกาส โดยจะกลับไปสานต่องานที่ขาดช่วงไว้ เพราะก่อนจะเข้าไปอยู่เรือนจำ จำนวนเด็กที่โรงเรียนมี 300 - 400 คน แต่ตอนนี้ลดลงเหลือเกือบครึ่ง เชื่อว่า เป็นเพราะตนเองได้สร้างมลทินให้กับโรงเรียน จึงอยากจะกลับเข้าไปสานต่อและลบล้างมลทิน กอบกู้ศักดิ์ศรีของโรงเรียนกลับคืนมา











แท็กที่เกี่ยวข้อง