นายกฯประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 31

2017-11-14 01:10:47

นายกฯประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 31

นายกฯประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 31 พร้อมผลักดันเกาหลีเหนือยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธโดยเร็ว หนุนเชื่อมโยงในภูมิภาคระหว่างอาเซียนกับจีน รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟความเร็วสูงในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน


เมื่อวันที่ 13 พ.ย. มีการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 31 ที่กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 13-14 พ.ย.นอกจากจะมีการประชุมของผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 2 ในรอบปีแล้ว ยังเป็นการประชุมร่วมกับผู้นำของประเทศคู่เจรจาของอาเซียน อาทิ จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐฯ รัสเซีย และสหประชาชาติ รวมทั้ง ผู้นำจากประเทศที่เป็นแขกพิเศษของประธานคือ แคนาดา และสหภาพยุโรป เพื่อหารือและร่วมประเมินสถานการณ์โลกในปัจจุบัน และร่วมกันกำหนดทิศทางความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ของความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับแต่ละประเทศคู่เจรจา พร้อมๆ ไปกับการขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือต่างๆ ที่มีอาเซียนเป็นแกนกลาง


ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ ในโอกาสครบรอบ 40 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ ณ Summit Hall ศูนย์การประชุมนานาชาติฟิลิปปินส์ (PICC) กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าววว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีและกล่าวต้อนรับประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ได้มาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ ครั้งแรกซึ่งปีนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีเพราะเป็นปีครบรอบ 40 ปีของความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ และเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความสำคัญที่สหรัฐฯ ให้กับอาเซียนและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก บทบาทและความสำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคไม่เคยลดลง แต่ยิ่งมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาค ซึ่งสหรัฐฯ สามารถร่วมมือกับอาเซียนในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนในภูมิภาค วิกฤติการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีสืบเนื่องจากพฤติกรรมของเกาหลีเหนือถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาคและประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นพ้องกับประธานาธิบดีทรัมป์ ในเรื่องนี้ตามที่ได้หารือกันที่กรุงวอชิงตัน เมื่อเดือนที่ผ่านมาว่าทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขวิกฤตการณ์นี้อย่างจริงจังโดยเร็ว นอกจากนี้ บนพื้นฐานของฉันทามติของอาเซียนนั้น อาเซียนสามารถมีบทบาทในเรื่องนี้โดยร่วมผลักดันเกาหลีเหนือให้ยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธโดยเร็ว เพื่อนำไปสู่คาบสมุทรเกาหลีที่มีสันติภาพ เสถียรภาพ และปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งนี้ โดยยึดแนวทางสันติวิธี


Advertisement



สำหรับสถานการณ์ในทะเลจีนใต้นั้นในช่วงที่อาเซียนและจีนเจรจา COC ยังไม่แล้วเสร็จ ทั้ง 2 ฝ่ายควรพัฒนาโครงการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายในทะเลจีนใต้ เช่น โครงการปกป้องสิ่งแวดล้อมทางทะเล เพื่อสร้างความไว้ใจในพื้นที่ทะเลนี้ ทั้งนี้ เพื่อให้ทะเลจีนใต้เป็นทะเลแห่งสันติภาพ เสถียรภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน อีกทั้งเคารพสิทธิในการเดินเรือและการบินซึ่งเป็นหลักการสากล


นอกจากนี้ ปัญหาผู้พลัดถิ่นและการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขร่วมกันด้วยเหตุผลด้านมนุษย์ธรรมเป็นหลัก ในเวลาเดียวกัน ควรมีการแก้ไขปัญหาที่ต้นทางโดยเน้นการส่งเสริมความปรองดองและการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อไม่ไห้มีผลกระทบต่อประเทศปลายทาง อาเซียนพร้อมเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ในการรับมือกับความท้าทายอื่น ๆ เช่น แนวคิดสุดโต่ง การก่อการร้าย ความมั่นคงทางไซเบอร์ จึงหวังว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านข้อมูล เพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาค


นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 20โดยกล่าวต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง เข้าสู่การประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 20 ในโอกาสที่ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อาเซียน-จีน จะครบรอบ 15 ปีในปีหน้า ไทยสนับสนุนการจัดทำวิสัยทัศน์เพื่อความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อาเซียน-จีน ค.ศ. 2030 เพื่อส่งเสริม ความร่วมมือให้ได้รับผลประโยชน์ร่วมกันบนพื้นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่า มีแนวทางดังนี้


ประการแรก ไทยสนับสนุนการส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาคระหว่างอาเซียนกับจีน รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและรถไฟความเร็วสูงในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน และการเชื่อมโยงข้อริเริ่มด้านความเชื่อมโยงต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคและภูมิภาคให้เสริมซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะ “แผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ค.ศ. 2025” (MPAC 2025) “บีอาร์ไอ” (BRI) “จีเอ็มเอส” (GMS) และแม่โขง-ล้านช้าง ซึ่งจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงที่ไร้รอยต่อและเป็นระเบียงเศรษฐกิจอย่างแท้จริง โดยนายกรัฐมนตรีเสนอให้ธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย หรือ “เอไอไอบี” (AIIB) ร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียนศึกษาวิธีการเชื่อมโยงข้อริเริ่มด้านความเชื่อมโยงของอาเซียนและจีนให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันให้มากที่สุด นอกจากนี้ ควรมีการส่งเสริมความร่วมมือในมิติอื่น ๆ เช่น ด้านกฎระเบียบ ด้านดิจิตัล ระหว่างประชาชนกับประชาชน และเอกชนกับเอกชนด้วย จึงเห็นควรศึกษาเรื่องการจัดทำระบบ “ซีไอคิว” (CIQ) ที่มีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่างกัน


Advertisement



การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนในลักษณะ “ไทยแลนด์พลัสวัน” และการลงทุนในโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) หรือ “อีอีซี” (EEC) ในภาคตะวันออกของไทย และการลงทุนของไทยและอาเซียนในจีนในลักษณะพลัสวัน จะก่อให้เกิดเครือข่ายความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และมีส่วนช่วยเชื่อมโยงเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขงกับจีนโดยผ่านประชาคมอาเซียน ทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในห่วงโซ่มูลค่าของเอเชีย-แปซิฟิกและของโลก ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างด้านการพัฒนาและกระจายความเจริญไปสู่ประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างทั่วถึง จึงสนับสนุนให้จีนเพิ่มการลงทุนในอาเซียนให้มากขึ้น


ประการที่สอง ไทยสนับสนุนการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างกัน นโยบาย
ไทยแลนด์ 4.0 และนโยบายของประเทศอื่น ๆ ที่ให้ความสำคัญกับการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการพัฒนาประเทศซึ่งจะได้รับประโยชน์จากการกำหนดให้ปี ค.ศ. 2018 เป็นปีแห่งนวัตกรรมอาเซียน-จีน ดังนั้น อาเซียนและจีน จึงอาจดำเนินโครงการวิจัยร่วมด้านนวัตกรรมในสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน อาทิ นวัตกรรมการเกษตรที่ยั่งยืน และการสาธารณสุข การส่งเสริมบทบาทของ “เอ็มเอ็สเอ็มอีส์” (MSMEs) และ “อีคอมเมิร์ซ” (E-Commerce) โดยใช้ประโยชน์จากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ยุคที่ 4 จะช่วยขยายตลาด การค้าและการลงทุน ทำให้หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน-จีนเข้มแข็งมากขึ้น


ประการที่สาม นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า การเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื้อใจระหว่างอาเซียนกับจีนเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค เกี่ยวกับปัญหาทะเลจีนใต้ ไทยขอร่วมกับผู้นำอาเซียน-จีนสนับสนุนให้เริ่มต้นการเจรจาจัดทำ “ซีโอซี” (COC) ให้เสร็จโดยเร็ว และปฏิบัติตาม “ดีโอซี” (DOC) อย่างเต็มที่ ในช่วงเวลาที่เจรจา COC ยังไม่แล้วเสร็จ อาเซียนและจีนควรพัฒนาโครงการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมและส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกัน ไทยจึงพร้อมที่จะเสนอโครงการความร่วมมือด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อมทางทะเล ซึ่งอาจรวมถึงปะการังและการขจัดขยะทางทะเล เป็นต้นเพื่อเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และเพื่อให้ทะเลจีนใต้เป็นทะเลแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง