สถาบันคุ้มครองเงินฝาก สร้างความเชื่อมั่นผู้ฝากเงิน

2017-02-24 15:14:03

สถาบันคุ้มครองเงินฝาก สร้างความเชื่อมั่นผู้ฝากเงิน

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ประธานกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) คาดว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2560 จะขยายตัวได้ร้อยละ 3.6 จากแรงขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการลงทุนภาครัฐต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้เอกชนมีความเชื่อมั่นในการลงทุนมากขึ้น การบริโภคภาคเอกชนที่จะขยายตัวได้ต่อเนื่องจากแนวโน้มรายได้เกษตรกรที่ปรับตัวดีขึ้น ส่วนภาคการท่องเที่ยวยังคงขยายตัวต่อเนื่อง และการส่งออกมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น
ส่วนผลการดำเนินงานในปี 2559 หลังจากที่สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ได้เปลี่ยนแปลงวงเงินคุ้มครองจาก 25 ล้านบาท เป็น 15 ล้านบาท เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา ยืนยันว่า ยังไม่พบสัญญาณการโยกย้ายเงินฝากออกจากระบบสถาบันการเงิน โดยยอด ณ สิ้นปี 2559 สถาบันการเงินที่อยู่ในความคุ้มครองของสถาบันคุ้มครองเงินฝากมีจำนวน 35 แห่ง และมีจำนวนผู้ฝากเงินที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองเงินฝากรวมทั้งสิ้นประมาณ 70.93 ล้านราย หรือคิดเป็นจำนวนเงินฝากในระบบกว่า 11.9 ล้านล้านบาท โดยเงินฝากที่อยู่ในวงเงินคุ้มครองไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อรายผู้ฝากต่อสถาบันการเงิน 70.85 ล้านราย หรือคิดเป็นร้อยละ 99.90 ของผู้ฝากเงินทั้งระบบ
สำหรับฐานะของกองทุนคุ้มครองเงินฝาก ณ สิ้นปี 2559 มีจำนวน 116,596 ล้านบาท โดยสถาบันลงทุนทั้งหมดในหลักทรัพย์มีความมั่นคงสูง เป็นไปตาม พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ของกฎกระทรวง และนโยบายการลงทุนที่กำหนดการลงทุนของสถาบันที่เน้นลำดับความสำคัญ คือ ความมั่นคง สภาพคล่อง และผลตอบแทน ซึ่งในปี 2559 ที่ผ่านมา มีการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย เงินฝากธนาคารแห่งประเทศไทยและ ตราสารหนี้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออก และการฝากเงินกับธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น
ระบบสถาบันการเงินยังมีเสถียรภาพอยู่ในเกณฑ์ดี มีฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่ง และเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 18.05 ดีขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย ส่วนการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบเพื่อรองรับสถานการณ์ด้านสภาพคล่องที่มีความรุนแรง (LCR) อยู่ที่ร้อยละ 175.19 โดยธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งมี LCR สูงกว่าเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนดที่ร้อยละ 60 อยู่มาก สินเชื่อรวมของระบบสถาบันการเงิน มีจำนวน 13.64 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.11 จากปีก่อน สัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.83 ขณะที่เงินสำรองสินเชื่อยังอยู่ในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 136.47 ของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งเพียงพอที่จะรองรับคุณภาพสินเชื่อที่ด้อยลงส่วนเงินฝากมีจำนวนทั้งสิ้น 12.61 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.44 และมีกำไรสุทธิจำนวน 1.99 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.60 จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนดอกเบี้ย สำหรับในปี 2560 สถาบันมีเป้าหมายที่จะพัฒนาระบบจ่ายคืนผู้ฝากและชำระบัญชีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มช่องทางการสื่อการประชาสัมพันธ์แก่ผู้ฝากเงิน สถาบันการเงิน และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในตาข่ายความมั่นคงทางการเงินให้แข็งแกร่งมากขึ้น ประกอบด้วย การดำเนินงานด้านการจ่ายคืนผู้ฝาก ซึ่งจะดำเนินการให้รวดเร็วมากขึ้น ด้านการชำระบัญชีและบริหารสินทรัพย์ เพื่อให้การบูรณาการการชำระบัญชีและบริหารสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพในปี 2560 จะทบทวนและปรับปรุงนโยบายชำระบัญชีกรอบแนวทางที่จะนำไปจัดทำแผนและคู่มือปฏิบัติการในการชำระบัญชีและบริหารจัดการสินทรัพย์