สุดเศร้า! “พลายขนุน” ล้มแล้วผ่าเจอหัวกระสุนเพียบ

2021-01-10 16:05:55

 สุดเศร้า! “พลายขนุน” ล้มแล้วผ่าเจอหัวกระสุนเพียบ

Advertisement

 สุดเศร้า! “พลายขนุน” ช้างบาดเจ็บล้มแล้วผ่าเจอหัวกระสุนเพียบ 


เมื่อวันที่ 10 ม.ค.นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี ได้รับรายงานจาก น.ส.สุพร พลพันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ถึงอาการ “พลายขนุน” ช้างป่าอายุประมาณ 20-25 ปี น้ำหนักราว 3,000 กิโลกรัม ที่บาดเจ็บบริเวณขาพับในข้างขวาและมีอาการบวม ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค.63 ซึ่งทีมสัตว์แพทย์ประจำสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ ได้ช่วยกันรักษาช้างอย่างต่อเนื่อง โดยให้ยาปฏิชีวนะ ยาแก้อักเสบ แก้ปวด วิตามิน รวมถึงทำความสะอาดบาดแผลให้จนช้างสามารถเดินได้ไกลก่อนนอนอุบนิ่งใกล้แอ่งน้ำ หมู่ 4 บ้านท่าวังหิน ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์และไม่ยอมลุกขึ้นเดินอีกเลย ทีมสัตวแพทย์ลงความเห็นว่าให้เคลื่อนย้ายช้างไปรักษายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรีเพื่อความสะดวกในการดูแลช้างตัวดังกล่าว แต่ขณะทำการเคลื่อนย้ายมาถึงที่ทำการอุทยานฯ ช้างป่ามีอาการหัวใจหยุดเต้น เจ้าหน้าที่ได้ช่วยปั๊มหัวใจ แต่ช้างสิ้นใจตายในเวลาต่อมา 

บอร์ด อภ.สั่งผลิตหน้ากากอนามัย 4.89 แสนชิ้นต่อวัน

คณบดีศิริราชชี้โควิดรอบนี้หนักห่วงคนมีโรคประจำตัว


จากนั้นได้ประสาน ร.ต.อ.ยงยุทธ โชติชนะเสรี ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.ที่ 14 ค่ายพระมงกุฎเกล้า นำเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องสแกนโลหะตรวจหาโลหะตามตัวช้าง พบโลหะทั้งหมด 25 จุด ก่อนให้สัตว์แพทย์ทำการผ่าออกมาพบกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 ขนาด 9 จำนวน 40 เม็ด ลูกกระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 2 เม็ด และลูกปลาย จำนวน 1 เม็ด และพบตรงจุดสำคัญบริเวณใต้เบ้าตา 2 ลูก ซึ่งเป็นเหตุทำให้ตาขวามีอาการอักเสบมองไม่เห็นมีลักษณะเป็นฝ้าขาว ส่วนขาหน้าด้านซ้าย พบกระสุนในกระดูก 3 เม็ด มีหนองในข้อกระดูกจำนวนมาก พบกระสุนทะลุซี่โครง ซี่ที่ 7 และ ซี่ที่ 9 จำนวน 2 เม็ด และกระสุนอีก 38 เม็ด กระจายอยู่ทั่วบริเวณงวง ใต้รักแร้ และลำตัว ส่วนสภาพอวัยวะภายใน พบปอดมีอาการอักเสบบวมแดง ไตบวมสีซีด ตับซีด มีจุดเลือดออก และมีรอยแผลเป็น หัวใจพบจุดเลือดออก ผนังทางเดินอาหารหลุดลอก พบจุดเลือดออกอักเสบแดงและแผลหลุมในกระเพาะอาหาร ขาหน้าขวาบวมแดงพบหนองด้านใน ผลการชันสูตรสันนิษฐานสาเหตุการตายว่าจากพยาธิสภาพที่พบดังกล่าวทำให้อวัยวะภายในล้มเหลว ซึ่งสัมพันธ์กับผลค่าโลหิตวิทยา ที่ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบว่า มีค่าเม็ดเลือดแดง ค่าเม็ดเลือดขาว ค่าตับ และค่าไตผิดปกติ จึงเป็นสาเหตุทำให้ “พลายขนุน” ตายลง 




นายพิชัย กล่าวว่า ตลอดระเวลา 1 เดือน เจ้าหน้าที่อุทยานและทีมสัตว์แพทย์ได้ติดตามรักษาช้างบาดเจ็บอย่างเต็มที่ตลอดทั้งวันทั้งคืนจนเสียชีวิต จากการพิจารณาพฤติกรรมของช้างตัวป่าตัวนี้ ที่มีนิสัยดุร้ายก็คงเนื่องจากโดนการขับไล่ หรือไล่ยิง จากคนบ่อยครั้ง ทำให้ช้างป่ามีพฤติกรรมที่กลัวคนจะมาทำร้ายจนเกิดอาการดุร้ายเพื่อป้องกันตัวเอง เคยทำร้าย นายบุญชู โตเต็ม อายุ 58 ปี พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังช้างป่าชุดที่ 3 และหัวหน้าจุดสกัดท่ากระทุ่น เสียชีวิต ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ติดตามอาการช้างป่าเจ็บเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.63 เบื้องต้นทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ลงความเห็นว่าให้ฝังกลบซากช้างในพื้นจุดเกิดเหตุ พร้อมได้นิมนต์พระสงฆ์มาสวดบังสุกุล และดำเนินการฝังกลบซากช้างตามหลักวิชาการ จากนั้นได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อุทยานเข้าแจ้งความเพื่อสืบหาตัวคนยิงช้างต่อไป


แท็กที่เกี่ยวข้อง