สอวช.เปิดเวทีช่วย"สตาร์ทอัพ"สู้โควิด-พิชิตความสำเร็จ

2021-01-04 15:10:44

สอวช.เปิดเวทีช่วย"สตาร์ทอัพ"สู้โควิด-พิชิตความสำเร็จ

Advertisement

สอทช.เปิดเวทีช่วย "สตาร์ทอัพไทย" สู้โควิด-19 แนะใช้ "นักเรียนทุน" สร้าง Deep Tech Startup


เมื่อวันที่ 4 ม.ค. สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เปิดเผยถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านการประชุมผ่านระบบออนไลน์ เรื่อง "Deep Tech Startup Networking Forum : นักวิจัยสู่การสร้างสตาร์ทอัพที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง" หรือ Deep Tech Startup โดยการประชุมดังกล่าวมีผู้ประกอบการ นักวิจัย หน่วยงานสนับสนุนสตาร์ทอัพ และผู้สนใจธุรกิจ Deep Tech Startup กว่า 60 คน ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ นางนัตวิไล อุทุมพฤกษ์พร ผู้ก่อตั้งบริษัท Trik หญิงไทยที่ติดอันดับ Forbes 30 Under 30, ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ ผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ทอัพสัญชาติไทย บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ซึ่งเป็นผู้วิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด-19 จากใบพืชที่แรกของไทย, รศ.ดร เจษฎา วรรณสินธุ์ เจ้าของรางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ (2552) และรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น ประจำปี 2557 และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท GISSCO และ ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน่วยงานสนับสนุนทุน (พสวท.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาบุคลากรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ


โดย นางนัตวิไล กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจสตาร์ทอัพ ว่า เริ่มจากความไม่รู้ แต่พอได้มีโอกาสไปเรียนปริญญาโทด้านโกลด์บอล ดีไซน์ เอนจิเนียริ่ง ช่วยเปิดโอกาสให้เอาเทคโนโลยีต่างๆ มาคิดมาต่อยอดเป็นเทคโนโลยีใหม่ ตอนทำโปรเจ็คจบ เรามีเทคโนโลยีอยู่ในมือ แต่ไม่มีเงินทุน ต้องไปนำเสนอกับผู้ที่จะสามารถให้ทุนเราได้ ปรากฏว่ามีคนมาให้ทุนแต่ไม่ได้มากนัก และด้วยความที่เรายังใหม่จึงเป็นความท้าทาย เพราะต้องเลือกระหว่างการกลับมาใช้ทุนที่เมืองไทย โดยในช่วงนั้นมีบริษัทเสนอให้ไปทำงาน แต่เราเลือกที่จะเดินบนเส้นทางสตาร์ทอัพที่ไม่มีโอกาสรู้เลยว่ามันจะไปรอดไหม โชคดีที่มีครอบครัวสนับสนุนให้เราเดินในเส้นทางใหม่เมื่อ 4-5 ปีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นจากศูนย์ มีวันหนึ่งเราคิดว่าถ้าเราเอาเทคโนโลยีมาวิเคราะห์ภาพจากโดรนแบบสามมิติจะช่วยให้งานดีขึ้นจึงนำเสนอ ปรากฎว่าลูกค้าชอบ ที่สำคัญ คือ เราต้องทดลองเสนอราคา ทดลองขายเริ่มจากบาทเดียวก็ได้ ถ้าลูกค้าชอบร้อยบาทเขาก็ซื้อ แต่ถ้าเขาไม่ชอบบาทเดียวเขาก็ไม่ซื้อ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเว็บไซต์กลางที่สามารถนัดพบระหว่างผู้ให้ทุนกับผู้ทำสตาร์ทอัพ ส่งผลให้แนวโน้มเรื่องการทำสตาร์ทอัพในประเทศไทย เริ่มดีขึ้น


ด้าน ดร.สุธีรา ผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ทอัพสัญชาติไทย บริษัท ใบยา กล่าวว่า ตัวเองมีพื้นฐานโดยเป็นอาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงแม้จะมาทำบริษัทใบยา แต่ก็ยังสอนหนังสืออยู่ และยังเป็นที่ปรึกษาในภาคอุตสาหกรรมในการวางกลยุทธ์เพื่อให้คนไข้เข้าถึงยาได้ ทำให้รู้ว่าประเทศไทยไม่สามารถผลิตยาและวัคซีนได้ตั้งแต่ต้นน้ำ แต่พอมหาวิทยาลัยมีนโยบายให้อาจารย์ทำสตาร์ทอัพได้ จึงร่วมกับ ดร.วรัญญู พูลเจริญ อาจารย์จากคณะเดียวกัน ทำสตาร์ทอัพ ซึ่งทำกันมาได้ 3 ปีแล้ว พอมีสถานการณ์โควิด-19 เราจึงคิดค้นวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 และแอนติบอดี้เพื่อยับยั้งเชื้อไวรัสจากใบยาสูบ ขณะนี้ได้ระดมทุนจากประชาชนเพื่อสร้างโรงงานผลิต มูลค่า 500 ล้านบาท ซึ่งโรงงานดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะจะช่วยสร้างความมั่นคงด้านวัคซีนให้กับประเทศ อีกทั้งประชาชนจะได้ใช้วัคซีนในราคาที่ถูกด้วย


ขณะที่ ดร.เจษฎา กล่าวว่า การเป็นอาจารย์ซึ่งติดทุนนักเรียนมาก่อน พอจะเริ่มทำธุรกิจจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ประกอบกับระบบไม่เอื้ออำนวย เราจึงก่อตั้ง GISSCO ที่เริ่มจากศูนย์ เป็นหนี้เป็นสิน กว่าจะผ่านแต่ละด่านและยืนขึ้นมาได้ จึงไม่ใช่นักวิจัย หรือนักเรียนทุน ที่จะทำแล้วสำเร็จได้ทั้งหมด ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคนด้วย เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย และมีอุปสรรคหลายอย่าง ปัจจุบันน่ายินดีว่าหลายมหาวิทยาลัย เริ่มเปิดโอกาสให้อาจารย์ไปทำสตาร์ทอัพได้ และมีหน่วยงานที่ให้ทุนเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทางที่ส่งผลกระทบเชิงบวกให้กับ Deep Tech Startup ตนยึดหลัก 4 P ในการทำสตาร์ทอัพ คือ 1.Principle ต้องการหลักการที่ชัดเจน 2.Passion ต้องมีแรงผลักดันในการทำ โดยต้องรู้ว่าการทำสตาร์ทอัพไม่ง่าย 3.Perseverance คือ ต้องสู้ไม่ถอย มีความมุ่งมั่น และ 4.Pain Resistance ต้องอดทนต่อความเจ็บปวดระหว่างทาง ต้องมีแรงต้านทาน ต้องคิดบวก ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ปรับเพื่อไปสู่ความสำเร็จ




ด้าน ดร.ชูกิจ ผู้อำนวยการ สสวท. กล่าวว่า สสวท. เป็นหน่วยงานให้ทุนนักเรียนเพื่อไปศึกษาด้านวิทยาศาสตร์แล้วกลับมาทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และกำลังเป็นหน่วยงานแรกที่เปิดโอกาสให้นักเรียนทุนไปทำงานกับภาคเอกชนได้ โดยใช้ทุนในรูปแบบของตัวเงิน (In-cash) หรือรูปแบบความช่วยเหลือ (In kind) แทน ถึงแม้ว่าระยะแรกจะมีแรงต้านเพราะคิดว่าทุนที่สนับสนุนเป็นภาษีของประชาชน จึงทำการเริ่มปลดล็อก โดยนำร่องส่งนักวิจัยไปทำงานให้กับรัฐวิสาหกิจหรือองค์การมหาชน ต่อมาคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบปรับรูปแบบการตอบแทนทุนที่เปิดโอกาสให้นักวิจัย นักเรียนทุนจึงสามารถทำงานกับภาคเอกชนได้โดยให้นับเป็นเวลาใช้ทุน ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่ช่วยผลักดันให้นักวิจัยสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศได้อย่างมหาศาล Deep Tech Startup Networking Forum ถือเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างเครือข่ายสำหรับผู้ประกอบการ Deep Tech Startup และเป็นเวทีให้กับผู้ประกอบการมีโอกาสเสนอแนะแนวทางปรับปรุงมาตรการสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพของภาครัฐ ซึ่งทาง สอวช.ได้ริเริ่มขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางในการพัฒนานโยบายและสร้าง Ecosystem ที่เหมาะสมในการสนับสนุนธุรกิจ Deep Tech Startup ของประเทศไทย