ยกเลิกโครงการรถไฟเชื่อมมาเลเซีย-สิงคโปร์

2021-01-02 11:05:37

ยกเลิกโครงการรถไฟเชื่อมมาเลเซีย-สิงคโปร์

Advertisement

โครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง เชื่อมต่อเมืองหลวงมาเลเซียกับสิงคโปร์ ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการแล้ว จากการประกาศเมื่อวันศุกร์ (1 ม.ค.) หลังจากรัฐบาลของทั้ง 2 ฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ ในประเด็นการเปลี่ยนแปลงในสัญญา

โครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง กัวลาลัมเปอร์-สิงคโปร์ หรือ เอชเอสอาร์ (Kuala Lumpur–Singapore high-speed rail : HSR ) ถูกยกเลิก หลังจากขีดเส้นตายสุดท้าย หมดลงในวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา และหลังจากรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ ในความเปลี่ยนแปลง ตามข้อเสนอของฝ่ายมาเลเซีย

แถลงการณ์ร่วมของนายมูห์ยิดดิน ยาสซิน นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และนายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เมื่อวันศุกร์ กล่าวว่า เนื่องจากผลกระทบ การระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจของมาเลเซีย รัฐบาลมาเลเซียได้เสนอให้เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในสัญญา โครงการเอชเอสอาร์ และทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการประชุมหารือกันหลายรอบ เกี่ยวกับข้อเสนอเปลี่ยนแปลง แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้




โครงการ เอชเอสอาร์ ระยะทาง 350 กิโลเมตร จะช่วยลดเวลาการเดินทาง ระหว่างสิงคโปร์กับกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงมาเลเซีย ลงเหลือ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากปัจจุบันที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ในการเดินทางด้วยรถยนต์

สิงคโปร์และมาเลเซีย เซ็นลงนามในสัญญาโครงการ เอชเอสอาร์ เมื่อปี พ.ศ. 2559 แต่โครงการเผชิญกับความไม่แน่นอน หลังจาก ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด ชนะการเลือกตั้ง กลับคืนสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียอีกครั้ง เมื่อเดือน พ.ค. 2561 โดยดร.มหาเธร์ต้องการยกเลิก เอชเอสอาร์ ส่วนหนึ่งของการทบทวน หลายโครงการสาธารณูปโภคขนาดยักษ์ ที่อนุมัติโดยรัฐบาลมาเลเซียชุดก่อน ซึ่งนำโดยนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ที่เกิดเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริต เพื่อพยายามตัดลดตัวเลขหนี้สินของประเทศ ความเคลื่อนไหวของ ดร.มหาเธร์ ทำให้การก่อสร้างในโครงการ เอชเอสอาร์ หยุดชะงักนาน 2 ปี ตามคำร้องขอของรัฐบาลมาเลเซีย



โครงการ เอชเอสอาร์ มีแผนก่อสร้างแล้วเสร็จ และเริ่มวิ่งรถไฟให้บริการประชาชน ในปี พ.ศ. 2574

ดร.มหาเธร์ ซึ่งลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย เมื่อเดือน ก.พ. 2563 เคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า มาเลเซียอาจต้องจ่ายค่าเสียหายให้สิงคโปร์ 500 ล้านริงกิต (3,711 ล้านบาท) หากโครงการ เอชเอสอาร์ ถูกยกเลิก ดร.มหาเธร์ประเมินในปี 2561 ว่า โครงการนี้หากเดินหน้าจนแล้วเสร็จ มาเลเซียจะต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 110,000 ล้านริงกิต (816,458 ล้านบาท).