"หมอธีระ"ชี้ไทยตอบสนองโควิดช้า ยากจบศึกเร็วกว่าปลาย มี.ค.

2021-01-02 09:51:40

"หมอธีระ"ชี้ไทยตอบสนองโควิดช้า ยากจบศึกเร็วกว่าปลาย มี.ค.

Advertisement

"หมอธีระ"วิเคราะห์สถานการณ์โควิดของประเทศไทย ระบุการตอบสนองของแต่ละจังหวัดและระดับประเทศช้ากว่าที่ควร ทำให้เป็นไปได้ยากที่จะจบศึกระบาดซ้ำนี้เร็วกว่าปลาย มี.ค. แนะเลี่ยงไปในสถานที่คนพลุกพล่าน กลับจากท่องเที่ยวให้กักตัว 14 วัน ทำงานที่บ้านได้จะดีกว่า

เมื่อวันที่ 2 ม.ค. รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเพจ Thira Woratanarat   ถึงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระบุว่า สถานการณ์ฌทั่วโลก 2 ม.ค.2564 ทะลุ 84 ล้านไปแล้ว  เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 556,994 คน รวมแล้วตอนนี้ 84,287,784 คน ตายเพิ่มอีก 9,749 คน ยอดตายรวม 1,833,555 คน 

อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 172,043 คน รวม 20,575,877 คน ตายเพิ่มอีกถึง 2,538 คน ยอดตายรวม 355,997 คน

อินเดีย ติดเพิ่ม 17,080 คน รวม 10,303,409 คน

บราซิล ติดเพิ่มถึง 8,305 คน รวม 7,684,278 คน

รัสเซีย ติดเพิ่ม 27,039 คน รวม 3,186,336 คน

ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 19,348 คน รวม 2,639,773 คน

อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักหมื่นต่อวัน

สหราชอาณาจักรติดเชื้อเพิ่มเกินห้าหมื่นคนอย่างต่อเนื่อง เมื่อวานนี้ 53,285 คน ยอดติดเชื้อต่อวันสูงเป็นอันดับที่่ 2 ของโลกรองจากอเมริกา

ฝั่งอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น

แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

เมียนมาร์ และไทย ติดเพิ่มหลายร้อย ส่วนจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เวียดนามติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ

สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 412 คน ตายเพิ่มอีก 15 คน ตอนนี้ยอดรวม 125,042 คน ตายไป 2,697 คน อัตราตายตอนนี้ 2.2 เปอร์เซ็นต์

วิเคราะห์สถานการณ์ของไทยเราตอนนี้

หนึ่ง การตอบสนองของแต่ละจังหวัดและของระดับประเทศเป็นไปในลักษณะที่ช้ากว่าที่ควร ทำให้เป็นไปได้ยากที่จะจบศึกระบาดซ้ำนี้เร็วกว่าปลาย มี.ค.และหากการตอบสนองยังอยู่ในลักษณะต่างคนต่างทำเช่นนี้ต่อไป จะมีโอกาสยืดเยื้อยาวนานกว่าเดิมประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

สอง การติดเชื้อในระลอกนี้ ไม่ได้มีเฉพาะกลุ่มเสี่ยงแบบที่เห็นมาในระลอกแรก แต่กระจายไปทั่ว ทำให้คนในสังคมมีโอกาสติดเชื้อและแพร่เชื้อได้โดยไม่รู้ตัวระหว่างการดำเนินชีวิตประจำวัน "Everyone is at risk"

สาม ด้วยสถานการณ์การติดเชื้อแบบนี้ จุดที่ต้องระวังอย่างยิ่งเพราะมีโอกาสเกิดการแพร่เชื้อวงกว้างได้คือ แหล่งท่องเที่ยว วัด ตลาด ตลาดนัด ห้าง โรงหนัง โรงเรียน ขนส่งสาธารณะ สวนสาธารณะ โรงแรม/หอพัก/ที่พักให้เช่า โรงอาหาร/ศูนย์อาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงงานแต่งงาน งานศพ งานบวช

สถานที่ข้างต้น ประชาชนควรหลีกเลี่ยง หากจำเป็นต้องไปต้องป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด

สี่ มีโอกาสที่จำนวนเคสจะมากขึ้นทวีคูณตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์หน้า หากมีการแพร่เชื้อหรือรับเชื้อกันโดยไม่รู้ตัวจากการออกไปท่องเที่ยวปีใหม่ และกลับสู่ถิ่นฐาน 

ดังนั้นผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำธุระต่างๆ ในช่วงหยุดยาวปีใหม่นี้ ท่านจะช่วยสังคมได้มาก หากกักตัวเองเฝ้าดูอาการที่บ้าน 14 วันหลังจากกลับมาจากที่ต่างๆ อย่าตะลอน ทำงานที่บ้านได้จะดีกว่าไปที่ที่ทำงานในช่วงนี้ และถ้ามีอาการไม่สบายใดๆ โปรดรีบไปตรวจรักษา 

หลายวันที่ผ่านมา หากเราทุกคนติดตามรายละเอียด จะพบว่าการติดเชื้อจำนวนมากล้วนเกิดจากความไม่ระมัดระวัง เพิกเฉยละเลย และไม่รับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม สถานการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดที่ไทยเพียงที่เดียว แต่เป็นมากมายหลายประเทศ และทำให้ประเทศอื่นๆ สะบักสะบอมจากการระบาดซ้ำที่รุนแรงยาวนาน เศรษฐกิจพังพินาศระยะยาว ยากที่จะฟื้นฟู ตอนนี้ถ้าร่วมด้วยช่วยกันป้องกันบ้านของเราอย่างเต็มที่ ผลกระทบจากโรคระบาดก็จะบรรเทาลงได้บ้างไม่มากก็น้อย

ขอบคุณเพจ Thira Woratanarat

แท็กที่เกี่ยวข้อง