สธ.แถลงโควิดลาม 53 จว.ดับ 3 ราย

2021-01-01 21:20:16

สธ.แถลงโควิดลาม 53 จว.ดับ 3 ราย

Advertisement

สธ.แถลงโควิด 19 ลาม 53 จังหวัด ผู้ป่วยอาการหนักเสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ ระยอง เป็นชายอายุ 45 ปี กทม. ชายอายุ 44 ปี และตาก ชายอายุ 70 ปี ทั่วประเทศมีผู้ป่วยอาการหนักที่ยังนอนใน รพ. 11 ราย

เมื่อวันที่ 1  ม.ค. ที่ ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี  นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป ปฏิบัติหน้าที่รองอธิบดีกรมควบคุมโรค และ นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทยและการเตรียมความพร้อมรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด 19 


นพ.โอภาส กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี โปรดเกล้าฯ รับนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี  ผวจ.สมุทรสาคร และนางชุลีพร วิจิตร์แสงศรี ภริยา ผวจ.สมุทรสาคร เป็นผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์ พร้อมทั้งพระราชทานของเยี่ยมและดอกไม้เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยทั้ง 2 ราย สำหรับสถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 279 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 273 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้ารับการกักกัน 6 ราย รักษาหายเพิ่ม 33 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมรวม 7,163 ราย หายป่วยรวม 4,273 ราย ยังอยู่ระหว่างการรักษา 2,827 ราย มีผู้ป่วยอาการหนัก 11 ราย เสียชีวิตรวม 63 ราย มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น 2 จังหวัด คือ ลำพูนและสระแก้ว ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อกระจาย 53 จังหวัด ภาพรวมการระบาดยังอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร ภาคตะวันออก รวมถึง กทม.และปริมณฑล แม้มีการกระจายไปจังหวัดอื่น แต่สามารถติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการออกมาครบ พบการติดเชื้อร้อยละ 2 ถือว่าควบคุมสถานการณ์ได้


นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า ในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโควิด 19 (ศปค.สธ.) มีข้อแนะนำให้พื้นที่ที่มีการระบาดของโรคโควิด 19 ปิดการดำเนินงานเป็นเวลา 14 วัน ในสถานบันเทิง ร้านอาหารประเภทนั่งรับประทาน อนุญาตให้จำหน่ายอาหารกลับไปรับประทานที่บ้านได้ โดยจะเสนอคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร และ ศบค.พิจารณา เนื่องจากพบการระบาดหลายครั้งในร้านอาหารและสถานบันเทิง ทั้งนี้ การควบคุมโรคโควิด 19 ต้องอาศัยทั้งมาตรการด้านการแพทย์และสาธารณสุข และมาตรการทางสังคม ความร่วมมือจากประชาชนในการงดกิจกรรมพบปะกันจำนวนมาก งดการเดินทาง ถ้าทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันสามารถชะลอและลดการติดเชื้อได้ในเวลารวดเร็ว


ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป ปฏิบัติหน้าที่รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรณีสถานบันเทิงร้านอาหารย่านปิ่นเกล้า กทม. มีผู้ป่วยรวม 49 ราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุจากป่วยหลายวันก่อนมาโรงพยาบาล มีประวัติไปสถานบันเทิงวันที่ 20 ธ.ค. เริ่มมีไข้วันที่ 24 ธ.ค. วันที่ 30 ธ.ค.รู้สึกเหนื่อยมากขึ้น เข้ารับการรักษาที่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ แพทย์ใส่ท่อช่วยหายใจ ผลตรวจพบเชื้อโควิด 19 วันที่ 31 ธ.ค. ส่งรักษาต่อ รพ.จุฬาลงกรณ์ มีภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวและเสียชีวิต ดังนั้นผู้มีประวัติเสี่ยง หากมีอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้สวมหน้ากากอนามัย เดินทางด้วยรถส่วนตัว เพื่อเข้ารับการตรวจรักษา หากมาช้าเกิน 48 ชั่วโมง มีโอกาสเสียชีวิตได้ จึงแนะนำว่าหากระยะนี้พนักงานร้านอาหารหรือสถานบันเทิงมีอาการป่วยให้หยุดงาน และไม่ไปให้บริการร้านอื่น เพราะจะมีโอกาสแพร่เชื้อเพิ่มขึ้น ขอให้ผู้ที่ทำงานผับ บาร์ คาราโอเกะ พื้นที่ กทม. โซนกรุงธนเหนือ รอยต่อบางใหญ่ นนทบุรี รับคำปรึกษาและการตรวจโควิด 19 ที่สถาบันป้องกันและควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) โทรนัดคิวตรวจที่เบอร์ 0-2521-1668 หรือ 061-642-4406 ในเวลาราชการ



นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่เกี่ยวข้องกับ จ.ระยอง เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. พบผู้ป่วยที่ จ.จันทบุรี 5 ราย และ จ.ตราด 3 ราย (สามีไปเล่นการพนันแล้วติดเชื้อ นำมาติดภรรยาและลูก) ล่าสุดวันนี้มีการรายงานผู้ติดเชื้ออีก 2 จังหวัด คือ จ.สระแก้ว และ จ. ลำพูน โดยที่ จ.สระแก้วพบผู้ป่วย 2 ราย มีประวัติไปการเล่นพนันในบ่อนหลายแห่ง เช่น อ.เมือง จ.ระยอง อ.นายายอาม อ.ท่าใหม่ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี และ อ.เขาสมิง จ.ตราด ส่วนที่ จ.ลำพูน พบ 1 ราย มีประวัติไปเที่ยวและไปสถานบันเทิง ที่ จ.ระยอง นอกจากนี้ ยังพบการติดเชื้อจากร้านหมูกระทะใน จ.ระยอง ที่เกี่ยวเนื่องจากบ่อนพนัน 3 ราย ผู้ป่วยรายแรกเป็นเจ้าของร้านหมูกระทะมีประวัติไปเล่นพนันวันที่ 17 ธ.ค. เมื่อทราบว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก จึงไปตรวจและพบเชื้อ รายที่ 2 เป็นพนักงานร้านหมูกระทะ ไม่มีอาการป่วย ติดเชื้อจากการทำงานสัมผัสใกล้ชิดเจ้าของร้าน และรายที่ 3 เป็นพนักงานบริษัท ไปรับประทานหมูกระทะกับเพื่อนวันที่ 28 ธันวาคม ผลตรวจพบเชื้อ

“จุดนี้สะท้อนว่าหากไม่มีการกักกันโรคทำให้เกิดการแพร่เชื้อต่อได้ ดังนั้น ผู้ที่เคยไปสถานที่ลักลอบเล่นพนัน จ.ระยอง ชลบุรี จันทบุรี และตราด ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 ให้กักกันตัวเองให้ครบ 14 วันนับจากวันสุดท้ายที่ไปบ่อน สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่น หากครบ 14 วันถือว่าปลอดภัย แต่หากมีอาการทางเดินหายใจ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ขอให้พบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย โดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เดินทางโดยรถส่วนตัว” นพ.โสภณ กล่าว


ด้าน นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สถานการณ์ผู้ป่วยโควิด 19 ระลอกใหม่ มีผู้ป่วยอาการหนักและเสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ ระยอง เป็นชายอายุ 45 ปี กทม. ชายอายุ 44 ปี และตาก ชายอายุ 70 ปี โดยทั่วประเทศมีผู้ป่วยอาการหนักที่ยังนอนในโรงพยาบาลขณะนี้มี 11 ราย ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้ป่วยอาการปานกลางและรุนแรงหนักเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยพบผู้ป่วยอาการรุนแรงในภาคตะวันออก มากกว่า จ.สมุทรสาคร เนื่องจากโรคประจำตัวและปัจจัยต่างๆ และคาดจะพบผู้ป่วยกระจายไปอีกหลายจังหวัด ได้เตรียมพร้อมทรัพยากรและเตียงสำรองไว้อย่างเพียงพอ ปัจจุบันมีเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด 19 รวม 22,690 เตียง อยู่ในสังกัดและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข สำหรับพื้นที่ กทม.และปริมณฑลมีเตียงรองรับ 2,778 เตียง รองรับผู้ป่วยอาการรุนแรงจากพื้นที่โดยรอบด้วย ขณะนี้มีผู้ป่วยนอนโรงพยาบาล 277 ราย มีอาการหนักเพียง 8 ราย ต้องอยู่ในไอซียูและใส่ท่อช่วยหายใจ เมื่อคำนวณจากข้อมูลการรักษา คือ ผู้ป่วยไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยใช้เวลารักษาในโรงพยาบาล 14 วัน อาการปานกลางจนถึงรุนแรงอยู่โรงพยาบาล 17 วัน ดังนั้น พื้นที่ กทม.และปริมณฑลสามารถรองรับผู้ป่วยโควิด 19 ได้เพิ่มจำนวน 276-480 รายต่อวัน เฉพาะห้องไอซียูรองรับเพิ่มได้วันละ 24 ราย ทั้งประเทศรองรับผู้ป่วยโควิด 19 เพิ่มได้ 1,103-1,920 รายต่อวัน เฉพาะห้องไอซียูรองรับเพิ่มได้ 96 รายต่อวัน

“เรามีระบบริหารจัดการเตียงและเวชภัณฑ์ โดยให้ทุกโรงพยาบาลรายงานภาพรวมของทรัพยากรทั้งหมดและการใช้ในแต่ละวันเข้ามาในระบบ เพื่อข้อมูลเป็นปัจจุบัน ทำให้ทราบว่ามีเตียงเท่าไร มีเครื่องช่วยหายใจเพียงพอหรือไม่ เวชภัณฑ์ต่างๆ หน้ากากและชุดป้องกันมีมากน้อยเท่าไร เพื่อจัดสรรให้เพียงพอ เบื้องต้นมีการสำรองไว้เพียงพอประมาณ 2-4 เดือน ไม่พอมีระบบช่วยเหลือทั้งในระดับจังหวัดและระดับเขตสุขภาพ” นพ.ณัฐพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ ขอแนะนำประชาชน หลีกเลี่ยงการไปที่ชุมชน โดยเน้นการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ถ้ามีประวัติเสี่ยงการสัมผัสโรค ให้ไปขอรับการตรวจ มีวินัยป้องกันตนเองโดยเว้นระยะห่าง ล้างมือ และสวมหน้ากาก ใช้แอปพลิเคชันไทยชนะและหมอชนะ โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขไม่ปิดบริการแต่อาจลดบริการลงบ้างเพื่อลดความแออัด ป้องการการแพร่กระจายเชื้อ ขอให้โทรศัพท์สอบถามเพื่อนัดคิวหรือเลื่อนนัด รวมถึงขอรับบริการพบแพทย์ออนไลน์ได้ และบริการส่งยาทางไปรษณีย์ เพื่อลดการมาโรงพยาบาล

แท็กที่เกี่ยวข้อง