เศร้า จนท.ฝัง"พลายงาสั้น"ตายเพราะน้ำมือมนุษย์

2020-11-09 11:55:44

เศร้า จนท.ฝัง"พลายงาสั้น"ตายเพราะน้ำมือมนุษย์

Advertisement

เศร้่า จนท.ฝัง "พลายงาสั้น" ตายเพราะถูกยิงกระสุนฝังใน ชี้เหตุหวาดกลัวมนุษย์จนนิสัยดุร้าย


วันที่ 9 พ.ย. จากกรณีช้างป่า ชื่อ "พลายงาสั้น" ตาย เพราะติดเชื้อในกระแสเลือด เนื่องจากถูคนใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่ ส่งผลให้กระสุนลูกปรายฝังไปตามร่างกายถึง 15 จุด ล่าสุดผู้ใช้ทวิตเตอร์ใน ชื่อ "Forest for Wild Life_ป่าเพื่อสัตว์ป่า" โพสต์รูปภาพพร้อมระบุข้อความ ว่า ทีมสัตวแพทย์ จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สรุปสาเหตุการตายของช้างป่า "พี่อ้วนงาสั้น" เกิดจากสภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด หลังการผ่าชันสูตรพบกระสุนปืน 15 นัด บริเวณก้น หาง และขาหน้า มีหนองในกล้ามเนื้อบริเวณขาหน้าข้างขวา และในกล้ามเนื้อทุกบริเวณที่พบกระสุนปืน สำหรับซากเจ้าหน้าที่ได้ฝังกลบตามหลักวิชาการแล้ว


อย่าใรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีผู้ใช้เพซบุ๊ก ชื่อ "Aya Yaya" โพสต์รูปภาพ "พลายงาสั้น" พร้อมระบุข้อความว่า อาลัย “งาสั้น” เพราะเป็นสัตว์ป่าพูดไม่ได้ เรียกร้องความยุติธรรมไม่เป็น หลายคนกล่าวโทษว่าเจ้างาสั้นโหดเหี้ยม ทำร้ายคนถึงตาย ใครจะรู้เบื้องหลังที่แสนเศร้าว่า“งาสั้น”ถูกทำร้ายมาหนักหนาสาหัส เจ้าหน้าที่พบร่องรอยถูกยิงด้วยกระสุนทั่วตัว ตรวจสอบโดยเครื่องตรวจหาโลหะคาดว่า มีโลหะ(กระสุน)รวมแล้วน้ำหนักอาจมากกว่าครึ่งกิโลกรัมด้วยซ้ำ บ่งบอกว่าเจ้างาสั้น ผ่านเรื่องเลวร้ายโดยมนุษย์มาเยอะมาก ทั้งถูกปืนยิง ถูกไล่ด้วยประทัด ระเบิดปิงปอง เมื่อถูกกระทำโดยฝีมือมนุษย์มาโดยตลอด ทำให้เจ้าอ้วนงาสั้น ไม่ชอบมนุษย์ และมีพฤติกรรมปกป้องตัวเอง ไม่ไว้ใจใคร เหตุเพราะกลัวคนจะเข้ามาทำร้าย ก่อนล้ม งาสั้นบาดเจ็บมาก บาดแผลที่ค่อนข้างรุนแรงที่ขาขวาหน้า ทำให้ งาสั้น ไปไหนไม่ได้ไกล เจ้าหน้าที่ทุกคนรับรู้สภาพของงาสั้น ทุกคนต่างทุ่มเท เสียสละ และช่วยกันรักษา จากความหวาดกลัวเปลี่ยนเป็นความเข้าใจ สงสาร และอยากให้รอด “งาสั้น” รับรู้ได้จึงให้ความร่วมมือ ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าใกล้ ยอมให้เปิดบาดแผลเพื่อระบายหนองที่ขาหน้า แม้จะเจ็บปวดมากแต่ก็ยอมนอนกัดงวงให้ทำแต่โดยดี ระบายหนองออก ประกอบกับการล้างแผล ฉีดยา งาสั้น ก็สามารถลุกยืน เดิน ได้คล่องตัว กินอาหารได้เยอะขึ้น


“งาสั้น” ชอบลงแช่น้ำตามวิธีรักษาตัวเองของช้างป่าในการลดไข้ แต่ถ้าแช่นานหรือนอนตะแคงแช่น้ำนานเป็นเรื่องไม่ดีสำหรับทีมรักษา สุดท้ายก่อนล้ม “งาสั้น” นอนแช่น้ำนานกว่า 20 ชั่วโมงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเพราะแผลอาจติดเชื้อ เจ้าหน้าที่ต้องรีบสูบน้ำออกจากบ่อน้ำให้เร็วที่สุด แต่อุปสรรค คือ บ่อน้ำมีน้ำซับตามธรรมชาติเติมเข้ามาเรื่องๆ เจ้าหน้าที่พยายามไล่งาสั้นให้ขึ้นจากน้ำก็ไม่สำเร็จ อาจเป็นเพราะอาการบาดเจ็บที่ขา และโคลนในบ่อน้ำทำให้การลุกยืนลำบาก ท้ายสุดต้องใช้รถขุดระบายน้ำ และใช้เชือกดึง งาสั้น ออกมาริมตลิ่ง แต่ก็อยู่ในสภาพหมดแรง ลุกไม่ไหว ทีมรักษาพบว่าแผลที่เปิดผ่าระบายหนองเกิดติดเชื้ออักเสบรุนแรงจึงต้องให้น้ำเกลือ กลูโคส ยาฆ่าเชื้อ ยาลดอักเสบ ตลอดทั้งคืนตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 5 พ.ย.ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 6 พ.ย. ทีมแพทย์ สัตวบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคนในทีมรักษาสู้อย่างเต็มที่แบบไม่ยอมหลับยอมนอน พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้งาสั้น สู้ไปด้วยกัน รอวันแข็งแรงเพื่อกลับผืนป่า เช้าวันนี้ “งาสั้น” หยุดหายใจ ทีมรักษาพยายามปั๊มหัวใจแต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้าย “งาสั้น” ไม่ต้องทรมานแล้วนะ #งาสั้น #ช้างป่า