โพลชี้ความสามัคคียังไม่ถึงขั้นวิกฤต

2020-11-08 16:50:06

โพลชี้ความสามัคคียังไม่ถึงขั้นวิกฤต

Advertisement

ซูเปอร์โพล ชี้ความสามัคคีของคนในชาติยังไม่ถึงขั้นวิกฤต แฉซ้ำข้อความปลุกปั่นมาจากบัญชีต่างชาติ

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลการศึกษา เรื่อง ม็อบโซเชียลที่แปรเปลี่ยนกับความสุขประเทศไทยวัยที่แตกต่าง กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่าน “เสียงประชาชนในโลกโซเชียล” (Social Media Voice) ด้วยระบบ Net Super Poll จำนวน 14,650 ตัวอย่างในโลกโซเชียล และ “เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม” (Traditional Voice) จำนวน 1,405 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 1-8 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า แนวโน้มของการปลุกปั่นกระแสม็อบในโลกโซเชียลแปรเปลี่ยนไปในลักษณะที่ลดลงในหลายตัวชี้วัดของการปลุกปั่น เช่น #เยาวชนปลดแอก #ให้มันจบที่รุ่นเรา และแม้แต่ #ประยุทธ์ออกไป กับ การปลุกปั่นกระแสเกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติก็ลดน้อยลงเช่นกัน

โดยผลการศึกษาพบว่า มีกลุ่มผู้ใช้งานในโลกโซเชียลที่เคลื่อนไหวสูง (High-Active Users) ขับเคลื่อนข้อความการเมืองในช่วง 30 วันที่ผ่านยังคงมาจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยมีจำนวนมากกว่ากลุ่มผู้ใช้งานในโลกโซเชียลที่เคลื่อนไหวสูง (High-Active Users) ภายในประเทศไทยในการศึกษาครั้งนี้




ที่น่าพิจารณาคือ ข้อความการเมืองที่ว่า หยุดคุกคามประชาชน มีกลุ่มบัญชีเคลื่อนไหวสูง (High-Active Users) อยู่ในประเทศไทยจำนวน 23,185 บัญชีแต่มาจากต่างชาติ 1,889,533 บัญชี นอกจากนี้ ข้อความ เยาวชนปลดแอก มีอยู่ในประเทศไทย 21,947 บัญชี แต่มาจากต่างชาติ 832,676 บัญชี ที่น่าสนใจ คือ ข้อความการเมืองปั่นกระแสที่ว่า ให้มันจบที่รุ่นเรา มีใประเทศไทย 14,235 บัญชี แต่รวมการปั่นกระแสจากต่างประเทศจำนวน 1,796,689 บัญชี และแม้แต่ ข้อความการเมืองที่ว่า ประยุทธ์ออกไป มีอยู่ในประเทศไทย 30,631 บัญชีที่เคลื่อนไหวสูง (High Active Users) แต่รวมจากต่างประเทศเข้าไปพบจำนวนทั้งสิ้น 301,013 บัญชี และข้อความเกี่ยวกับสถาบัน พบบัญชีที่เคลื่อนไหวสูงในประเทศไทยมีเพียง 364 บัญชี แต่ถ้ารวมจากต่างประเทศด้วยมีจำนวน 130,258 บัญชี รวมกลุ่มคนที่ใช้ VPN ในการแอบแฝงอำพรางตัวตนที่แท้จริง แต่ไม่สามารถหลบหนีการตรวจจับรู้เห็นของเครือข่ายผู้ให้บริการหรือ ISP และจังหวะของการรั่วไหลจากคุณภาพของ VPN ได้

ผลการศึกษายังพบด้วยว่า ช่องทางของโซเชียลมีเดีย ในการขับเคลื่อนปลุกปั่นกระแสอารมณ์ของม็อบในโซเชียลมีเดียแปรเปลี่ยนไปคือ จากเดิมใช้ Twitter เป็นช่องทางในอันดับที่หนึ่ง แต่วันนี้ ผลการศึกษาพบว่าใช้ อินสตาแกรม (IG) มาเป็นอันดับแรกในหลายข้อความการเมือง เช่น หยุดคุกคามประชาชน ใช้ อินสตาแกรม ร้อยละ 60.1 ใช้ทวิตเตอร์ ร้อยละ 35.7 ใช้เฟซบุ๊กเพียงร้อยละ 0.1 ใช้สำนักข่าว ร้อยละ 1.4 และอื่น ๆ ร้อยละ 2.7 สำหรับ ข้อความการเมืองที่ว่า เยาวชนปลดแอก พบว่าใช้ อินสตาแกรม ร้อยละ 45.2 ใช้ทวิตเตอร์ร้อยละ 42.1 ใช้เฟซบุ๊ก ร้อยละ 2.9 ใช้สำนักข่าวร้อยละ 5.4 และใช้อื่น ๆ ร้อยละ 4.4 ในขณะที่ข้อความการเมืองที่ว่า ให้มันจบที่รุ่นเรา ใช้อินสตาแกรม ร้อยละ 55.1 ใช้ทวิตเตอร์ร้อยละ 39.5 ใช้เฟซบุ๊กร้อยละ 0.6 ใช้สำนักข่าวร้อยละ 0.9 และใช้อื่น ๆ ร้อยละ 3.9 ที่น่าสนใจ คือ ข้อความการเมืองที่ว่า ประยุทธ์ออกไปพบว่าใช้ทวิตเตอร์ร้อยละ 93.6 ใช้อินสตาแกรม ร้อยละ 2.9 ใช้สำนักข่าวร้อยละ 1.6 ใช้อื่น ๆ ร้อยละ 1.9 โดยอาจมีการใช้เฟซบุ๊กปะปนอยู่ในจำนวนของช่องทางอื่น ๆ นอกจากนี้ ข้อความเกี่ยวกับสถาบัน พบใช้อินสตาแกรม ร้อยละ 78.5 ใช้ทวิตเตอร์ ร้อยละ 20.5 ใช้อื่น ๆ ร้อยละ 1.0 โดยไม่พบเจอในสำนักข่าวและเฟซบุ๊กในการศึกษาครั้งนี้



เมื่อพิจารณาแผนภาพแสดงการปลุกปั่นกระแสอารมณ์ของม็อบในโลกโซเชียล พบว่า หลังจากวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา มีความพยายามจะปลุกปั่นกระแสเพิ่มขึ้น แต่หลังจากวันที่ 24 ตุลาคม เป็นต้นมาแนวโน้มกระแสข้อความการเมืองต่าง ๆ ลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ตามแผนภาพที่แสดง จนถึงวันที่ 4-5 พ.ย. ที่ผ่านมามีกระแสเยาวชนปลดแอกโผล่ขึ้นเล็กน้อยและลดต่ำลงจนถึงวันนี้ อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจภาคสนามประชาชนทั่วไป พบประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ ความสุขของเยาวชนต่ำกว่าความสุขของคนวัยอื่น ๆ ในหลายตัวชี้วัด เช่น ความสุขต่อ อนาคต อาชีพการงาน ความสุขต่อ รายได้ของตนเอง ความสุขต่อความรักความสามัคคีของคนในชาติ และความสุขต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เป็นต้น

เมื่อถามถึงความสุขในมิติต่างๆ ของประชาชนวัยที่แตกต่างกัน เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า เยาวชนอายุไม่เกิน 24 ปี มีความสุขที่เห็นคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกันแสดงความจงรักภักดี อยู่ที่ 5.71 คะแนน คนอายุ ระหว่าง 25 – 39 ปี มีความสุขที่เห็นคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกันแสดงความจงรักภักดี อยู่ที่ 6.20 คะแนน คนอายุระหว่าง 40 – 59 ปี มีความสุขที่เห็นคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกันแสดงความจงรักภักดี อยู่ที่ 7.17 คะแนน และคนอายุ 60 ปีขึ้นไป มีความสุขที่เห็นคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกันแสดงความจงรักภักดี อยู่ที่ 7.58 คะแนน ที่น่าพิจารณา คือ เยาวชนอายุไม่เกิน 24 ปี มีความสุขในครอบครัว 6.85 คะแนน คนอายุระหว่าง 25 – 39 ปีหรือคนเข้าสู่การทำงานระยะแรกของชีวิตมีความสุขในครอบครัวต่ำสุด ต่ำกว่าทุกกลุ่มวัยอยู่ที่ 6.19 คนอายุระหว่าง 40 – 49 ปีมีความสุขในครอบครัวอยู่ที่ 7.10 และคนอายุ 60 ปีขึ้นไป มีความสุขในครอบครัวอยู่ที่ 7.51 คะแนน

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลการศึกษาเกาะติดกระแสม็อบในโลกโซเชียลพบว่า มีการเปลี่ยนแปลงในทั้งรูปแบบและปริมาณของแนวโน้มที่ใช้ช่องทางการปั่นกระแสเปลี่ยนแปลงไปจาก การใช้ทวิตเตอร์ มาเป็นการใช้ อินสตาแกรม มากที่สุดในแต่ละข้อความการเมืองที่ศึกษา แต่ที่น่าพิจารณาคือ เฟซบุ๊ก กลับกลายเป็นช่องทางโซเชียลมีเดียที่อาจจะเป็นช่องทางเสริมสร้างความรู้รักสามัคคีของคนในชาติ แตกต่างไปจากช่องทางอื่น ๆ ได้อย่างดีและไม่ถูกใช้ในการปั่นยอดปั่นกระแสเชิงปริมาณที่ทำให้ดูว่ามีจำนวนเป็นล้าน ๆ บัญชีแตกต่างไปจากช่องทางโซเชียลมีเดียอื่น ๆ อย่างชัดเจน