ยั่งยืนจากประโยชน์สุข ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง

2017-10-21 17:40:35

ยั่งยืนจากประโยชน์สุข ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง

สกว.จัดเสวนาเปิดตัวหนังสือ “ยั่งยืนจากประโยชน์สุข ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง” 1 ทศวรรษครึ่งแห่งการวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง นายกฯ เขียนคำนิยมยกเป็นอีกก้าวของการขับเคลื่อนสังคมภูมิปัญญา และการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าของประเทศ

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. สำนักงานกองทุนสนับสุนนการวิจัย (สกว.) จัดงานเสวนาเปิดตัวหนังสือ “ยั่งยืนจากประโยชน์สุข ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง” หนึ่งทศวรรษครึ่งแห่งการวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง (2547-2559) ซึ่งจัดทำโดย ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หลังนักวิจัยได้รวบรวมองค์ความรู้จากงานวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง และผลการทำงานตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี จนสามารถสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดและเครื่องมือในการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ปฏิบัติได้จริงในวงการต่าง ๆ โดยเฉพาะในภาคเอกชนและวิสาหกิจชุมชน พร้อมไปกับการสร้างเครือข่ายนักวิจัย นักวิชาการทั้งในและต่างประเทศที่ร่วมกันขับเคลื่อนการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติ


กระบวนการทำวิจัยหลายโครงการได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนและน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย ทั้งนี้หากย้อนกลับไปดูวัตถุประสงค์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงของ สกว. และภาคีเครือข่ายผ่านการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าทั้งหมดมุ่งไปสู่เป้าหมาย 3 ประการ คือ 1) สนับสนุนการสร้างและขยายฐานความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยต่อยอดความรู้จากฐานความรู้ที่มีมาแล้วให้เป็นความรู้ที่มั่นคง ลุ่มลึก และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในวงกว้าง เพื่อช่วยให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 2) เผยแพร่องค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยสู่สาธารณะ เพื่อสร้างความเข้าใจ ถ่ายทอดและต่อยอดองค์ความรู้ ทั้งในการวางนโยบาย แผน และการปฏิบัติ 3) ประสานความร่วมมือทางวิชาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสร้างเครือข่ายทางวิชาการ สร้างเวทีแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาควิชาการ รวมถึงการสร้างนักวิจัย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป


กลุ่มเป้าหมายการขับเคลื่อนของ สกว. มี 5 กลุ่มหลัก คือ 1) ภาคธุรกิจเอกชน 2) วัดในพระพุทธศาสนาและพระสงฆ์ 3) แนวคิดความสุขมวลรวมประชาชาติ (GNH) และความเป็นอยู่ที่ดี (Well being) เครือข่ายนานาชาติและ “ประโยชน์สุข” 4) ภาคอุดมศึกษาและภาคราชการ และ 5) องค์การปกครองท้องถิ่น และภาคราชการ ซึ่งจะเห็นว่าเป็นการหนุนเสริมการทำงานของกลไกขับเคลื่อนหลักอย่างคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาครัฐและโรงเรียนเป็นหลัก เพื่อเติมเต็มและทำให้การขับเคลื่อนมีพลังมากขึ้น ตลอดจนกระจายไปได้อย่างกว้างขวางในสังคมไทย


สกว. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการขับเคลื่อนความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้าไปอยู่ในชีวิตและสังคมไทย แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความพยายามที่จะน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานให้แก่ประชาชนของพระองค์มาใช้ แต่ก็เป็นก้าวย่างที่มั่นคงและนำทางไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้บนพื้นฐานของความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน บนเงื่อนไของการมีความรู้และคุณธรรม รวมถึงในระยะที่ผ่านมามีนักวิชาการจากต่างประเทศได้มาศึกษาหลักปรัชญานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบเคียงกับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์สายหลักต่างเห็นว่าหากนำหลักปรัชญานี้ไปปรับใช้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ก็น่าจะเป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้สังคมโลกประสบความสุข มีความยั่งยืน เพราะหลักปรัชญานี้เน้นการสร้างภูมิคุ้มกันทั้ง 4 มิติ คือ ด้านวัตถุ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านวัฒนธรรม เมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหรือวิกฤติต่าง ๆ พิสูจน์ให้เห็นว่าได้รับผลกระทบน้อยและฟื้นตัวเร็ว จึงเป็นที่มาของเหตุผลที่องค์การสหประชาชาติได้ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาช่วง 15 ปีนี้ (ค.ศ. 2016 – 2030)


Advertisement



สำหรับเนื้อหาของหนังสือดังกล่าวประกอบด้วย บทที่ 1 การวิจัยและพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาพรวม บทที่ 2 ทศวรรษแห่งการพัฒนางานวิจัยเศรษฐกิจชุมชน กับ สกว. บทที่ 3 โครงการวิจัยเพื่อจัดทำแผนที่เดินทางเศรษฐกิจพอเพียง บทที่ 4 งานวิจัยที่เกี่ยวเนื่องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาคธุรกิจ บทที่ 5 การประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับภาคการศึกษา บทที่ 6 สู่ความสุขมวลรวมประชาชาติและสังคมประโยชน์สุข บทที่ 7 บทสรุปและข้อเสนอแนะการขับเคลื่อนในทศวรรษหน้า (2560 - 2569)


ศ.ดร.อภิชัย กล่าวว่า แนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ทำให้เราอยู่ได้โดยไม่ถูกกิเลสครอบงำ จึงอยากให้ขับเคลื่อนแนวคิดนี้ในภาคธุรกิจ ซึ่งขณะนี้นักวิจัยก็ร่วมขับเคลื่อนไปได้มากพอสมควรแล้ว แต่อยากให้นายกรัฐมนตรีขับเคลื่อนในภาคราชการทุกระดับ และใช้จ่ายงบประมาณด้วยความระมัดระวังตามรอยของพระองค์ รวมถึงเดินตามรอยในการมีชีวิตอย่างมีความสุขและทำตัวเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ ดังที่พระองค์ทรงงานหนักเพื่อประโยชน์สุขปวงประชาราษฎร์ตลอดมา นั่นคือความสุขของพระองค์ที่ได้อยู่ท่ามกลางประชาชน


ขณะที่ รศ.ดร.สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ ผู้ประสานงานชุดโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา สกว. ระบุว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงการศึกษาของไทยที่ยึดหลักพอประมาณและทางสายกลาง จุดสำคัญที่น่าเป็นห่วงคือ ภูมิคุ้มกันทางความคิดที่จะครอบคลุมอีกสองห่วงคือ มีเหตุผล และพอประมาณ เพราะถ้าขาดความคิดที่ดีจะเป็นตัวทำลายกิเลส ขาดสติปัญญาและเหตุผล นอกจากนี้ยังห่วงการศึกษาฐานข้างล่างที่เป็นเงื่อนไข เพราะความรู้ช่วยให้คนรู้ความเป็นไปของภายนอกและเท่าทันผู้อื่น ขณะเดียวกันก็ต้องมีปัญญาภายในหรือคุณธรรมด้วย จึงต้องสร้างการเรียนรู้ของเด็กให้มากขึ้น


ด้าน รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล รองผู้อำนวยการ สกว. ด้านวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ กล่าวว่า ญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างของสังคมแห่งความพอเพียง เพราะสอนให้เด็กรู้จักคิดวางแผนการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง มีเหตุผลและเข้าใจตัวเอง ซึ่งเป็นประเด็นท้าทายของเด็กไทยและคนรุ่นใหม่ที่จะต้องมองหาทางออกใหม่ ๆ เพื่อก้าวไปข้างหน้า และใช้นวัตกรรมมากขึ้นในชีวิต โดยอยู่บนฐานของความพอเพียงและปรับตัวให้อยู่ได้อย่างมั่นคงในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว


Advertisement



ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เขียนคำนิยมแก่หนังสือนี้ว่าเป็นอีกก้าวของการขับเคลื่อนสังคมภูมิปัญญา และการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในรูปแบบการทำวิจัยเพื่อนำไปใช้ได้จริง ทั้งในภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาชน เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สุข

ผู้สนใจสามารถหาซื้อหนังสือได้ที่งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 ร้านหนังสือนายอินทร์ และร้านหนังสือ สกว.

แท็กที่เกี่ยวข้อง