วิเคราะห์ "ทรัมป์-ไบเดน"คว้าชัยมีผลต่อไทยอย่างไร?

2020-11-04 18:40:34

วิเคราะห์ "ทรัมป์-ไบเดน"คว้าชัยมีผลต่อไทยอย่างไร?

Advertisement

ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนต่างประเทศ บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง วิเคราะห์  "โดนัลด์ ทรัมป์" คว้าชัยประธานาธิบดีสหรัฐฯ เชื่อให้ความสำคัญประเทศไทยน้อย   แต่ถ้าเป็น "โจ ไบเดน" ประเทศไทยอาจได้รับประโยชน์มากกว่า แต่สุดท้ายเราต้องพิจารณาผลดีผลเสียเลือกที่จะรับประโยชน์มากน้อยแค่ไหน

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. นายรัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ ผู้อำนวยการ หัวหน้าฝ่าย Global Investing บมจ.หลักทรัพย์  บัวหลวง  กล่าวถึงการเลือกตั้งประธานาธิดีสหรัฐอเมริกาว่า ถ้า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันและผู้นำประเทศคนปัจจุบัน ได้รับชัยชนะ เทียบกับ นายโจ ไบเดน คู่ท้าชิงจากพรรคเดโมแครต นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะให้ความสำคัญกับประเทศไทยน้อยกว่า เราจะเห็นว่าที่ผ่านมา เขาระงับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP)ประเทศไทย ขณะที่นายโจ ไบเดน ให้ความสำคัญกับทางเอเชียมากกว่า โดยมีการวางตัวรองประธานาธิบดี คือ นางคามาลา แฮร์ริส เป็นคนทางฝั่งเอเชียด้วย เขาก็จะมีความคุ้นเคยทางเอเชียมากกว่า โดยสรุปคือ ถ้านายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี โอกาสที่เขาจะให้ความสำคัญกับทางประเทศไทย ผมคิดว่าน้อยกว่า เพราะที่ผ่านมาเขาก็ให้ความสำคัญตรงนี้น้อยเหมือนกัน 


"เรียนตรง ๆ ต้องบอกว่าประเทศไทยอาจจะเล็กเกินกว่าที่อยู่ในเรดาร์ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ สนใจ แต่จุดหนึ่งที่ผมคิดว่าถ้าจะทำให้เราขึ้นมาเป็นที่สนใจ เราต้องรวมกลุ่มในอาเซียนให้แข็งแกร่งกว่านี้ คือระดับความร่วมมือในระดับปัจจุบันอาจจะไม่เพียงพอ อาจจะต้องยกระดับความร่วมมือ เพราะเมื่อรวมกลุ่มอาเซียน ประชากรของประเทศไทยจาก 60-70 ล้านคน อาจจะขึ้นไปเป็น 600  ล้านคน ตรงนี้จะทำให้เรามีอำนาจไปต่อรองกับทางสหรัฐอเมริกาได้มากขึ้น  ถ้ายังเป็นลักษณะนี้ผมว่าความสนใจก็จะไปอยู่ที่เวียดนาม  เราจะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นทางนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น หรือ ทางสหรัฐฯผู้บริหารระดับสูง ก็มาเยี่ยมที่ทางเวียดนามเพราะเขามองว่า เวียดนามจะเป็นฐานการผลิต คือเวลาเราเทียบพวกนี้ เราจะมองเหมือนกับนักลงทุนต่างชาติเป็นลูกค้าเรา ประเทศไทย กับเวียดนามมีลูกค้าคนเดียวกัน  ลูกค้าจะเลือกใครระหว่างประเทศไทย กับเวียดนาม  เราก็มาดูว่ามีของอะไรจะไปสู้เขาได้ในระยะยาว อันดับแรกถ้าเรามองเชิงประชากรของตลาด ถ้านักลงทุนต่างชาติเข้ามาตั้งโรงงาน เวียดนามมีประชากรกว่า 100 ล้านคน ในขณะที่ประเทศไทย 60 ล้านคน อันนี้เราสู้เขาไม่ได้ ถ้าจะจ้างคนงานประชากรวัยแรงงานคนเวียดนามก็เป็นวัยหนุ่มสาวกว่าคนไทย ่แรงเวียดนามก็ถูกกว่า เวียดนามมีข้อตกลงการค้าเสรีที่ตอนนี้ทำกับหลายประเทศ ซึ่งเวียดนามอยู่ในกลุ่มซีพีทีพีพี อย่างไรก็ตามในภาพตรงนี้ เศรษฐกิจไทยไม่ว่าจะเป็น  นายโดนัลด์ ทรัมป์ หรือ  นายโจ ไบเดน  ภาพของนโยบายที่จะเกิดขึ้นในเชิงปฏิบัติอาจจะไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะสุดท้ายต้องกลับมาดูโครงสร้างของประเทศเราเองด้วยว่า เราจะพัฒนาในแง่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ไปได้มากน้อยแค่ไหน  "นายรัฐศรัณย์ กล่าว

นายรัฐศรัณย์ กล่าวต่อว่า จุดหนึ่งที่เราต้องเร่งพัฒนา คือ อุตสาหกรรมเราเองเป็นโอลด์ อีโคโนมี  หรือ อุตสาหกรรมแบบเก่าค่อนข้างเยอะ ในขณะที่เราไปดูประเทศอื่น ๆ หรืออย่างในสหรัฐฯ อุตสาหกรรมหลัก ๆ เป็นอุตสาหกรรมใหม่ทั้งนั้น มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง เวลาเราพูดถึงเทคโนโลยี เราอาจจะบอกว่า เทคโนโลยี  คือ เซ็กเตอร์หนึ่ง แต่เทคโนโลยีอยู่ในทุกเซ็กเตอร์ หรือ ทุกภาคอุตสาหกรรม อย่างไทยเรามีอุตสาหกรรมค้าปลีก ถ้าพูดกันตรงๆคืออุตสาหกรรมแบบเก่า แต่ทำอย่างไรจะทำให้ค้าปลีกเป็นอุตสาหกรรมแบบใหม่ ก็คือ ดิสรัปชัน ให้เป็นอีคอมเมิร์ซ  ตรงนี้เป็นจุดที่เราต้องเร่งพัฒนาให้เป็นอุตสาหกรรมใหม่เพิ่มขึ้น ตรงนี้เป็นโจทย์สำคัญทั้งภาครัฐและเอกชนที่ทุกคนมีส่วนร่วมตรงนี้หมด เราต้องพัฒนาตรงนี้


นายรัฐศรัณย์   กล่าวว่า หากนายโจ ไบเดน  ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี สิ่งหนึ่งที่มีโอกาสจะกลับมาชัดเจน เราต้องย้อนไปสมัยของ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ริ่เริ่มข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership : TPP) พอนายโดนัลด์ ทรัมป์  ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีก็ยกเลิกตรงนี้ไปเลย แต่ถ้านายโจ ไบเดน กลับมาอาจจะนำข้อตกลงนี้กลับมาใหม่  แต่จะอยู่ในรูปแบบไหนอาจจะต้องไปดู ที่แน่ ๆ เวียดนามอยู่ในข้อตกลง  CPTPP ที่รวมกันขึ้นมาเอง แต่ผมคิดว่า นายโจ ไบเดน อาจจะนำข้อตกลง TPP กลับมา  ถ้าเวียดนามกลับเข้ามาร่วม แล้วประเทศไทยจะร่วมหรือไม่ ผมเข้าใจว่าตอนนี้รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาผลดีผลเสียของการร่วม  CPTPP ด้วย ประเทศไทย กับเวียดนาม เหมือนกับเรามีลูกค้ารายเดียวกัน คือนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุน ถ้าในกรณีที่เราไม่ร่วมแต่คู่แข่งเราร่วม เป็นโอกาสสูงหรือไม่ที่เราจะเสียลูกค้าไปให้ทางเวียดนาม ผมคิดว่า อาจจะเป็นมุมที่เราต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ถ้านายโจ ไบเดนขึ้นมา คิดว่าเขาจะให้ความสำคัญ เพราะจุดหนึ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจคือ นายโจ ไบเดน อายุ 78 ปีแล้ว ถ้าได้เป็นประธานาธิบดี จะมีรองประธานาธิบดี คือ นางคามาลา แฮร์ริส  ความคุ้นเคยของทางรองประธานาธิบดีอาจจะมาทางฝั่งเอเชียมากขึ้น เพราะส่วนหนึ่งพื้นเพเขาก็เป็นคนทางเอเชียด้วย  ก็เรียนว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจ ถ้านายโจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดี ทางประเทศไทยอาจจะได้รับประโยชน์ตรงนี้มากกว่าที่  นายโดนัลด์ ทรัมป์  เป็นประธานาธิบดี แต่สุดท้ายเราต้องพิจารณาผลดีผลเสียด้วยว่าเราจะเลือกที่จะรับประโยชน์นั้นมากน้อยแค่ไหน