คนผิวดำในอังกฤษเสี่ยงดับจากโควิด-19 มากกว่า คนผิวขาว เกือบ 2 เท่า

2020-10-02 16:25:56

คนผิวดำในอังกฤษเสี่ยงดับจากโควิด-19 มากกว่า คนผิวขาว เกือบ 2 เท่า

Advertisement

ลอนดอน, 2 ต.ค. (ซินหัว) — คำแถลงจากรัฐบาลกรุงลอนดอน เมืองหลวงของสหราชอาณาจักร ต่อสื่อมวลชนเมื่อวันพฤหัสบดี (1 ต.ค.) ระบุว่าการศึกษาอิสระตามคำสั่งของซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน พบคนผิวดำมีแนวโน้มเสียชีวิต

จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) สูงกว่าคนผิวขาว 1.9 เท่า

การศึกษาข้างต้นพบว่าผู้ชายที่ทำงานใช้แรงงานและได้รับค่าตอบแทนต่ำ เช่น งานก่อสร้างและงานดูแลบุคคล มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าผู้ชายที่อยู่ในสายงานบริหาร ธุรกิจ และสำนักงาน ถึง 3 เท่า

ขณะเดียวกันผู้ชายมีแนวโน้มเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 มากกว่าผู้หญิง แต่ผู้หญิงได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และจิตวิทยามากกว่า โดยผู้หญิงที่เป็นแม่มีแนวโน้มตกงานหรือลาออกจากงานมากกว่าพ่อถึงร้อยละ 47 รวมถึงมีแนวโน้ม

ถูกปลดจากงานมากกว่าร้อยละ 14

“เป็นเรื่องน่าสะเทือนใจและน่าตกใจอย่างยิ่งที่เหล่าชนกลุ่มน้อย ผู้พิการ และผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่ยากไร้ ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 มากกว่าประชากรกลุ่มอื่น” ซาดิกเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์

การศึกษาข้างต้นที่วิเคราะห์ข้อมูลระดับท้องถิ่นและประเทศ “ตอกย้ำถึงผลกระทบความไม่สมดุลอันน่าตกใจ” จากโรคโควิด-19 ที่เชื่อมโยงกับความพิการ ชาติพันธุ์ ศาสนา เพศ ตำแหน่งทางเศรษฐกิจและสังคม อายุ และปัจจัยอื่นๆ

ความเหลื่อมล้ำส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีมายาวนาน แนวโน้มการมีโรคประจำตัวที่เพิ่มสูง รวมถึงกรณีคนผิวดำ ชาวเอเชีย และชนกลุ่มน้อย ที่ประกอบอาชีพบริการด้านสุขภาพและสังคมจำนวนมาก ซึ่งเป็น

งานที่มีความเสี่ยงสัมผัสกับไวรัสสูง

ซาดิกเรียกร้องรัฐบาลสหราชอาณาจักรลงมือจัดการกับปัญหาความไม่เท่าเทียมขั้นรุนแรงอย่างเร่งด่วน ซึ่งนำไปสู่ผลกระทบอันไม่สมดุลต่อชีวิตของชาวลอนดอนแล้ว

“การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเราทุกคน แต่รายงานนี้พิสูจน์แล้วว่าโรคดังกล่าวกระทบผู้พิการชาวลอนดอน ผู้คนในพื้นที่ด้อยโอกาส รวมถึงคนผิวดำ คนเอเชีย และชนกลุ่มน้อย ในระดับที่หนักหน่วงกว่ามาก” ซาดิกกล่าว

ทั้งนี้ ซาดิกไม่เห็นด้วยกับกรณีเจ้าหน้าที่รัฐพร่ำบอกว่าพวกเขาจะดำเนินการ “ทุกวิถีทาง” เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แต่กลับอยู่นิ่งเฉยเมื่อชีวิตและวิถีชีวิตของผู้คนทั้งภาคส่วนของสังคมตกอยู่ในความเสี่ยง