"นิพนธ์"แจงยิบรักษาผลประโยชน์รัฐชะลอเบิกจ่ายเงินให้เอกชน

2020-10-02 11:41:46

"นิพนธ์"แจงยิบรักษาผลประโยชน์รัฐชะลอเบิกจ่ายเงินให้เอกชน

Advertisement

"นิพนธ์"แจงยิบรักษาผลประโยชน์ของรัฐ สมัยดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา  ชะลอเบิกจ่ายเงินซื้อรถซ่อมอเนกประสงค์ให้เอกชน เหตุมีการร้องเรียนทุจริต ปลอมแปลงเอกสาร ชี้สัญญาเกิดก่อนรับตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา

จากกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน กรณีกล่าวหานายนิพนธ์ บุญญามณี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา มีการละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิได้อนุมัติเงินงบประมาณเบิกจ่ายเงินให้บริษัทแก่บริษัทเอกชน เป็นเงินทั้งสิ้น 50,850,000 บาท นั้น

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.  นายนิพนธ์ บุญญามณี  รมช.มหาดไทย ชี้แจงว่า  เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2556 ก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา มีการประกาศจัดหารถซ่อมทาง วงเงิน 52 ล้านบาท และในการประมูลดังกล่าวมีผู้ยื่นประมูล 2 ราย โดยบริษัทที่ 1 ยื่นประมูล 50,850,000 บาท บริษัทที่ 2 ยื่นประมูล 50,900,000 บาท ทำให้บริษัทแรกเป็นผู้ชนะการประมูลด้วยราคาที่ต่ำกว่า 50,000 บาท โดยในขณะนั้นได้รับข้อมูลร้องเรียนว่าทั้ง 2 บริษัทมีการทุจริตและต่อมายังตรวจสอบได้ว่าบริษัททั้งสองมีการปลอมแปลงเอกสารเพื่อยื่นประมูลงานอีกด้วย ต่อมาวันที่ 31 พ.ค.2556 ก่อนตนรับตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา ทาง นายก อบจ.สงขลาในขณะนั้น ได้ลงนามในสัญญาซื้อรถซ่อมทางเอนกประสงค์ กับ บริษัทที่ 1 โดยกำหนดส่งมอบรถภายใน 180 วัน และวันที่ 7 มิ.ย.2556 ก่อนตนรับตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา หลังจากลงนามสัญญาซื้อรถซ่อมทางเอนกประสงค์ได้เพียง 7 วัน นายก อบจ.สงขลา ในขณะนั้น ประกาศลาออกจากตำแหน่ง วันที่ 4 ส.ค.2556 มีการจัดการเลือกตั้ง นายก อบจ.สงขลา ขึ้นใหม่ ผลปรากฏว่าตน ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา คนใหม่และเข้าปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 28 ส.ค.56

วันที่ 8 ต.ค.2556 บริษัทที่ 1 ได้ส่งมอบรถซ่อมทางเอนกประสงค์ ตามสัญญากับ อบจ.สงขลา โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ อบจ.สงขลา ทำการทดสอบและตรวจรับรถซ่อมทางเอนกประสงค์ในวันที่ 9 ต.ค.2556 ซึ่งการทดสอบนั้นเป็นการทดสอบระบบต่างๆของรถว่าใช้งานได้จริงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ และใช้ระยะเวลากว่า 90 วัน กองช่างจึงได้รายงานผลการทดสอบ ในวันที่ 9 ม.ค.2557

ในวันที่ 21 พ.ย.2556 ระหว่างที่ผลการทดสอบตรวจรับรถยังไม่เสร็จสิ้นบริษัทที่ 2 ได้มีการร้องเรียนไปยัง ผวจ.สงขลา ผู้ตรวจเงินแผ่นดินภาค 15 ป.ป.ช และ ตนในฐานะนายก อบจ.สงขลา ถึงความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อว่ามีการฮั้วประมูลและล็อกสเปค ทำให้ตนที่เพิ่งรับตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา คนใหม่ และไม่ทราบถึงรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างรถซ่อมทางเอนกประสงค์ดังกล่าวมาก่อนและเป็นการดำเนินการก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่งอีกด้วย จึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการจัดซื้อรถดังกล่าวที่ผ่านมานั้นถูกต้องตามระเบียบและตามข้อร้องเรียนหรือไม่เพื่อไม่ให้ทางราชการเสียหายและรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง อบจ.สงขลาก็ได้มีการจัดซื้อรถดังกล่าวไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งละ 1 คัน และครั้งนี้เป็นการจัดซื้ออีกเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 1 ปี อีกจำนวน 2 คัน รวมเป็น 4 คัน

วันที่ 7 ม.ค.2557 รองผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน ผวจ.สงขลา ได้มีหนังสือถึงตนให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่บริษัทที่ 2  ได้ทำการร้องเรียนปัญหาดังกล่าว โดยตนในฐานะที่บริหาร อบจ.สงขลา ในตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่ง ผวจ.สงขลาและตามที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายร้องเรียนเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อราชการ  และในวันที่ 5 มิ.ย.2557 ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการนั้น ผวจ.สงขลามีหนังสือถึง อบจ.สงขลา ขอให้จ่ายเงินให้แก่บริษัทที่ 1  แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่มีผู้ร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใส ในการประกวดราคาซื้อรถครั้งนี้ด้วย โดยตนพิจารณาแล้วเห็นว่าเมื่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการยังไม่เสร็จสิ้นดังนั้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ทางราชการและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายควรรอผลตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะมีการชำระเงินให้แก่ บริษัทที่ 1  และหากอนุมัติให้จ่ายเงินไป โดยที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกวดราคาและจัดซื้อยังไม่เสร็จสิ้น และถ้าหากภายหลังคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเห็นว่าการจัดซื้อไม่ชอบ และการประมูลจัดซื้อตกเป็นโมฆะ จะทำให้รัฐเสียหายเป็นเงินจำนวนมากยากที่จะเรียกเงินคืนเพราะ บริษัทที่ 1  มีทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น อีกทั้งหากอนุมัติให้จ่ายเงินไป ตนอาจถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญาได้ ดังนั้นเพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายและรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ การจ่ายเงินควรดำเนินการภายหลังผลสรุปของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการประมูลจัดซื้อได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายหรือไม่เสียก่อน

"วันที่ 25 ก.ค.2557 คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง รายงานผลการสอบข้อเท็จจริงว่า การประมูลซื้อไม่เป็นไปตามคุณลักษณะเฉพาะตามที่ อบจ.สงขลากำหนด การที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง มีความเห็นว่า การประกวดราคาและการจัดซื้อรถ มีเจตนาไม่สุจริต เป็นการสมยอมกันในการเสนอราคาทำให้การแข่งขันกันอย่างไม่เป็นธรรมนั้น ผลก็คือการประกวดราคาและการจัดซื้อรถจึงตกเป็นโมฆะ และ อบจ.สงขลา ได้นำผลการสอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงรายงานให้ศาลปกครองพิจารณาแล้ว อีกทั้ง อบจ.สงขลาได้นำผลรายงานการสอบสวนดังกล่าวให้ จจ.สงขลา ผู้ตรวจเงินแผ่นดินภาค 15 และ ป.ปช ทราบแล้ว นอกจากนี้ ยังปรากฎหลักฐานจากต่างประเทศหลายแห่ง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ออสเตรเลีย หลักฐานจากนอร์เวย์ สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย เป็นต้น ที่รับรองไว้แล้วว่า บริษัทคู่เทียบเอกชนในการจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ดังกล่าว ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง และจากกรณีปลอมแปลงเอกสารดังกล่าว อบจ.สงขลา ก็ได้มีการไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.เมืองสงขลาไว้แล้ว" นายนิพนธ์กล่าว