จากกล้องตัวแรก...สู่ภาพถ่ายเพื่อพสกนิกร

2017-10-13 08:40:57

จากกล้องตัวแรก...สู่ภาพถ่ายเพื่อพสกนิกร

เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนท้องที่ต่างๆ เพื่อทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ภาพที่เราเห็นเจนตาเคียงข้างพระวรกาย นอกจากจะเป็นแผนที่แผ่นใหญ่แล้ว “กล้องถ่ายรูป” ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทรงพกพาไปด้วยเสมอ

    
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงถ่ายภาพทั้งในยามเสด็จพระราชดำเนินไปในที่ต่างๆ ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อนำมาศึกษาในการช่วยเหลือราษฎร และเมื่อยามว่างพระองค์ก็ทรงถ่ายภาพเพื่อบันทึกเหตุการณ์ในช่วงนั้นๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยทรงใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ทรงศึกษาจนชำนาญ


        พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระราชหฤทัยในการถ่ายภาพมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ดังที่ประชาชนได้เห็นภาพพระองค์ทรงคล้องกล้องไว้ที่พระศออยู่เสมอ พระองค์ทรงมีกล้องถ่ายภาพตัวเล็กส่วนพระองค์ตัวแรกคู่พระหัตถ์ตั้งแต่พระชนมายุเพียง 8 พระชันษา (ราวปี พ.ศ.2479) นับตั้งแต่ครั้งยังทรงเยาว์พระชันษาจนกระทั่งตราบเท่าทุกวันนี้ ได้ทรงใช้งานอดิเรกด้านนี้ในพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาตินานัปการ


        กล้องตัวแรกนั้นสมเด็จพระราชชนนีพระราชทานให้แก่พระองค์ กล้องตัวนั้นเป็นกล้องโคโรเนต มิดเจ็ต (Coronet Midget) สีเขียวปะดำ ด้วยกล้องนี้ใช้ฟิล์มราคา 25 เซนต์ ซึ่งมีราคาถูก เป็นกล้องที่ผลิตขึ้นที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ กล้องตัวนี้มีขนาดเล็กมาก โดยยังมีคำโฆษณาว่าเล็กที่สุดในโลก ใช้ฟิล์มขนาด 16 mm. ถ่ายได้ 6 ภาพต่อหนึ่งม้วน โดยมีความเร็วชัตเตอร์ความเร็วเดียวที่ 1/30 และค่ารูรับแสงที่ f/10 ส่วนการปรับความชัดของภาพนั้นใช้การเคลื่อนกล้องเข้า-ออกจากวัตถุ โดยระยะที่สามารถถ่ายได้คือ 5 ฟุตถึงระยะอนันต์ กล้องตัวนี้เป็นกล้องที่ต้องวัดแสงและจัดองค์ประกอบต่างๆ ด้วยพระองค์เอง ปัจจุบันนี้กล้องรุ่นนี้กลายเป็นกล้องหายาก และเป็นกล้องสะสมในหมู่นักสะสมกล้องเก่า



Advertisement



ในสมัยก่อนนั้น เป็นที่ทราบกันว่า ทั้งอุปกรณ์การถ่ายภาพต่างๆ ยังไม่มีความทันสมัยอย่างในปัจจุบันนี้ ไม่มีกล้องอัตโนมัติ เวลาจะถ่ายภาพแต่ละครั้งต้องทำการปรับหน้ากล้อง ตั้งความไวของชัตเตอร์ ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่พระองค์ก็ทรงศึกษาและฝึกด้วยพระองค์เอง ได้เริ่มทรงกล้องถ่ายภาพคู่พระหัตถ์ ทรงใช้ฟิล์มขนาดต่างๆ กล้องถ่ายภาพที่พระองค์ทรงใช้ในระยะแรกเป็นกล้องที่ไม่มีเครื่องวัดแสงในตัว จึงทรงต้องใช้พระราชวิจารณญาณอย่างรอบคอบละเอียดถี่ถ้วน ทรงถ่ายภาพออกมาได้อย่างเชี่ยวชาญมั่นในพระราชหฤทัย
 

แม้ในปัจจุบันกล้องถ่ายภาพจะมีการพัฒนาอุปกรณ์ มีการวิวัฒนาการมามากขึ้นกว่าสมัยก่อน พระองค์ก็มิทรงใช้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชยังทรงใช้แต่กล้องคู่พระหัตถ์แบบมาตรฐานอย่างที่นักเล่นกล้องมืออาชีพทั้งหลายใช้กัน


       

ในระยะแรกนั้น แม้จะทรงไม่ประสบความสำเร็จในการถ่ายภาพนัก ทรงมุ่งมั่นฝึกฝน ไม่ทรงย่อท้อในการฝึกฝน ทรงศึกษาและฝึกการถ่ายภาพด้วยพระองค์เอง จนพระองค์เป็นนักถ่ายภาพที่มีพระปรีชาสามารถยิ่งในกาลต่อมา ทรงพระปรีชาสามารถทั้งกล้องถ่ายภาพนิ่งและกล้องถ่ายภาพยนตร์ ซึ่งภาพที่พระองค์ทรงถ่ายภาพบันทึกไว้นั้น นับว่ามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และทรงคุณค่าทางศิลปะอย่างยิ่ง ซึ่งทุกครั้งที่พระองค์เสด็จฯ ไปในสถานที่ต่างๆ ทั่วทุกแห่งในประเทศ พระองค์จะทรงนำภาพถ่ายฝีพระหัตถ์มาใช้ประกอบกับการทรงงานของพระองค์อยู่เสมอ ดังที่พวกเราชาวไทยทราบกันดี
     

ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงตรัสพระราชดำริเรื่องการถ่ายภาพไว้ดังนี้

Advertisement



        

"การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะ เป็นของดีมีประโยชน์ ขออย่าได้ถ่ายภาพกันเพื่อความสนุกสนานหรือความสวยงามเท่านั้น จงใช้ภาพให้เกิดคุณค่าแก่สังคมให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม งานศิลปะจะได้ช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อีกแรงหนึ่ง"
        

เมื่อครั้งที่พระองค์ยังทรงพระเยาว์ ยังทรงประทับอยู่ในเมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่นั่นมีอากาศดี มีความสงบ ภูมิทัศน์งดงาม งานศิลปะแขนงต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงได้เริ่มต้นขึ้น ณ ที่แห่งนี้ รวมทั้งการถ่ายภาพบันทึกความงดงามของธรรมชาติ มาสู่การบันทึกภาพถ่ายเพื่อใช้ประกอบการทรงงานในพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อประโยชน์สุขแก่พสกนิกรของพระองค์โดยแท้




ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือ “ราชันย์ผู้สร้างสรรค์ดนตรี กีฬา ศิลปะ ของพระเจ้าแผ่นดิน” สนพ.ก้าวแรก

Advertisement



แท็กที่เกี่ยวข้อง