มรสุมชีวิต “ทศพล” เคยสูญเงินกว่าสิบล้านบาท ลงทุนธุรกิจจนเจ๊ง !

2020-09-09 11:20:19

มรสุมชีวิต “ทศพล” เคยสูญเงินกว่าสิบล้านบาท ลงทุนธุรกิจจนเจ๊ง !

"ทศพล หิมพานต์" สุดยอดขุนพลเพลงแหล่ ที่วันนี้จะมาเปิดเส้นทางจากสามเณรสู่ศิลปินเพลงแหล่แนวหน้าของเมืองไทย ซึ่งช่วงโด่งดังสุดขีดได้ค่าตัวต่อวันหลักแสนเลยทีเดียว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow พร้อมเล่าชีวิตช่วงมรสุมเคยสูญเงินกว่า 10 ล้านบาท ลงทุนทำธุรกิจ เจ๊งไม่เป็นท่า



คุณทศพลแหล่มาตั้งแต่เด็กเลย อายุเท่าไหร่ ?

Advertisement



ทศพล : ผมมีคุณพ่อทำขวัญนาค เป็นนักแหล่ ก่อนจะนอน หรือตื่นเช้ามืด พ่อก็จะร้องแหล่เป็นประจำ ซึ่งผมซึมซับ รับฟังตลอด เจาก็จะซ้อมแหล่ของเขา แต่พอเริ่ม 6-7 ขวบ เพิ่งจะเริ่มสอน แต่เราเป็นเด็กเราก็ซึมซับเพลงแหล่มาเรื่อยๆ

พอ11 ขวบ ก็มาเป็นสามเณรนักแหล่ ?
ทศพล : ตอน 7-8 ขวบ ตอนพ่อไปทำขวัญนาคพ่อก็จะเริ่มเอาไปทำขวัญนาค เอาไปร้องแหล่โชว์ ตอนนั้นหัดไม่มาก อาศัยเสียงดี แต่ไม่รู้หลักสักเท่าไหร่ พอเริ่มเข้าโรงเรียน ป.1-ป.2 ก็เริ่มหัดบ้างเหมือนกัน แล้วพ่อก็มาเสียช่วงประมาณ ป.3-ป.4 พอจบ ป.4 ผมบวชเลย บวชได้ไม่นานพ่อเสีย ผมสึกไป 9 เดือนแล้วกลับมาบวชใหม่ รวมแล้ว 12 ปี บวชอะ คือตอนแรกหนีไปบวชที่กำแพงเพชร รู้สึกว่าบวชได้สัก 7-8 เดือน แล้วพ่อเสีย ผมก็เลยสึกเพื่อไปงานพ่อ ตอนนั้นพอผมบวชพ่อกับแม่ก็ย้ายไปอยู่ปราจีนบุรี เสร็จแล้วอาก็มารับผมบอกว่าพ่อป่วยหนัก ขึ้นรถโดยสารพอถึงทางแยกเขาบอกว่าพ่อเสียแล้ว ผมก็ไปรอปากทางรถหมด ต้องเดิน 3 กิโลฯ ที่จะไปงานศพพ่อ ก็เห็นพ่อมารับ

Advertisement






พ่อเสียไปแล้ว พ่อมารับยังไง ?
ทศพล : ตอนที่เดินไป ตอนนั้นรถไม่มี แล้วบ้านนอกคอกนา เมื่อก่อนก็ยังเป็นป่า เป็นดงอยู่ ผมเดินไปกับอาเขย มันก็เป็นเดือนสว่างๆ พอเห็นลางๆ ก็มีรถวิ่งมา เห็นคนหัวขาด เดินสวนมา เชื่อไม่เชื่อไม่รู้ แต่ผมจำได้ฝั่งใจ อาก็เดินกอดผม เห็นกันทั้งคู่ว่าเหมือนกับคนสูงๆ ต้องเป็นพ่อเรานี่แหละ แล้วหัวขาด เราก็เดินกอดกับอาแล้วบอกว่าพ่อมารับแน่เลยอะไรประมาณนี้

พี่เป็นสามเณรนักแหล่ที่อายุน้อยที่สุดตอนนั้น ?

Advertisement



ทศพล : ในตอนนั้น หลังจากผมมาอยู่กับหลวงพ่อเหลือปั๊บ หลวงพ่อหัดแหล่ให้จริงจัง ก็คือรู้จักอักขระ จังหวะ แล้วพอเป็นแล้วนำไปออกรายการวิทยุ ช่วงตี4-ตี5 ทุกวันเลย

จากเป็นสามเณรแล้วมาเข้าวงการตอนไหน ?
ทศพล : หลังจากนั้นผมก็เริ่มหัดแหล่ มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นสามเณรก็มีญาติโยม นิมนต์ไปทั่วเลย ก็แหล่ไปทั่วผมแหล่ติดต่อกันไม่ว่างแม้แต่วันเดียว 3 ปีเต็มๆ ร้องแหล่จนเลือดออกคอ เมื่อก่อนมันไม่มีค่าตัวแล้วแต่ญาติโยมเขาถวาย



Advertisement



อะไรที่ทำให้บวชยาวนาน 12 ปี ?
ทศพล : ในส่วนหนึ่งก็คือว่าผมชอบสีผ้าเหลือง อยากบวชๆ พอมีโอกาสบวชก็ได้ไปหัดแหล่ มันก็เพลิน สนุกสนาน 12 ปี จนมาคัดเลือกทหาร ถ้าไม่ถูกทหารคงยังบวชอยู่

แล้วจากทหารไปเป็นนักร้องตามร้านอาหารได้ยังไง ?
ทศพล : เป็นทหาร 2 ปีเต็มๆ อยู่ที่สระบุรี พอปลดปุ๊บจะไปบวชเดี๋ยวเขาก็จะหาว่าไปไม่รอด ก็ลองร้องเพลงร้านอาหารสระบุรีเสร็จก็ไปอยู่จันทบุรีเกือบ 4 ปีก็ร้องเพลงร้านอาหาร ทำมาหากิน พอได้เลี้ยงตัว วันละ 80 บาท สมัยก่อนถือว่าเยอะนะ

แล้วใครพาเข้าวงการร้องเพลง ?
ทศพล : หลังจากผมไปอยู่จันทบุรี ผมมีปัญหา คือด้วยความที่เราบวชมานาน ในการทำมาหากินก็อาจจะไม่ทันเขา แล้วตอนหลังผมมีปัญหาเรื่องส่วนตัว แล้วในความเป็นอยู่ก็อัตคัด ไม่ไหว อยู่ไม่รอด ก็เลยจดหมายคุยกับหลวงพ่อ ท่านก็เอารถตู้มารับเลย เราก็ไปเลย

Advertisement




ไปแล้วกลับไปบวชใหม่ไหม ?
ทศพล : จะไปบวช แต่ช่วงนั้นมันเข้าพรรษาพอดี ก็เอาไว้ก่อน รอให้ออกพรรษาแล้วค่อยบวช ลูกศิษย์หลวงพ่อเขารู้จักสวนอาหารที่นครสวรรค์ เขาบอกช่วงรอบวชเราว่างงานไม่มีเงิน ไปร้องเพลงรอก่อน ก็เลยไปร้อง แล้วตอนนั้นเทปสามเณรสมบูรณ์มันยังมีเทปอยู่ วัดต้นสน อ่างทอง เขาเอาไปเปิด วันชนะ นักร้องเก่า เขาก็ฟังนี่เณรหรือชี เสียงเหมือชี เขาก็เลยโทร.ไปถามวัดต้นสน วัดต้นสนเขาบอกเณรสมบูรณ์เขาสึกไปนานแล้ว อยู่นครสวรรค์ เขาก็เลยขอเบอร์หลวงพ่อที่เณรสมบูรณ์เขาอยู่ ก็โทร.ไปหา ผมก็ไม่ได้อยู่ไปเจอหลวงพ่อ ก็บอกว่าถ้าสมบูรณ์กลับมาให้อัดเทปส่งมาให้หน่อย เดี๋ยวจะไปเสนอบริษัทเทป ด้วยความที่เราอยู่จันทบุรี เราเสียงดี ก็ร้องแหล่ก็มีแต่คนชม เดี๋ยวจะพาไปฝากห้างนู้น ห้างนี้ มีแต่คนจะพาไปฝากแต่ไม่เห็นเป็นจริงสักคน พอหลวงพ่อบอก ไม่จริงหรอก หลวงพ่อบอกก็ลองดูเผื่อเขาจะทำเพลงจริง



ก็เลยได้มีโอกาสออกอัลบั้มแรก กลายเป็นล้านตลับ ?
ทศพล : ล้านตลับ

ตอนนั้นดังมากเวลาออกงานแต่ละทีรายได้วันหนึ่งเป็นแสนๆ เลยไหม ?
ทศพล : ตอนนั้นยัง หลังจากผมมีชื่อปุ๊บ นายห้างเรียกเข้าบริษัท มาเป็นหัวหน้าวง ก็เดินสาย แฟนเพลงเริ่มรู้จักทศพล หิมพานต์ ตอนนั้นเราได้รับค่าตัวก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ดีกว่าเก่าเยอะ จากวันละ 80 บาท เราได้วันละ 1500-2000 บาท มันก็เป็นอะไรที่พลิก แต่หลังจากนั้นมาได้เงินตรงที่ทำขวัญ ผมทำขวัญนาคตั้งแต่เป็นเณร พอเป็นทศพลปั๊บ ตอนแรกก็ยังไม่มีงาน มีแต่ร้องเพลง พอรู้ว่าทศพลทำขวัญนาคได้ก็มีคนหามาเยอะเลย

พอร้องเพลงได้ บวกกับทำขวัญนาคได้ ทีมงานบอกได้วันละ 5 แสน ?
ทศพล : ถ้า 5 แสนไม่ถึง ถ้าเป็นวงดนตรีด้วย ทำขวัญนาคด้วยเนี่ยก็อาจจะมี 2-3 แสน แต่ไม่ทุกวัน หลักๆ ก็ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เขาจะจัดงานบวชกัน

ถ้าได้งาน 2-3 แสนชีวิตค่อยข้างดี ถ้าเซฟมาเรื่อยๆ ?
ทศพล : ครับ แต่เราต้องแบ่งทีมงาน



แต่เราเจอมรสุมชีวิตที่เขาบอกว่าเป็นหนี้ 10 ล้าน ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น ?
ทศพล : ด้วยความที่เรามาจากศูนย์ แล้วตอนหลังๆ เรามีงานเยอะๆ หลายปีผ่านไป เริ่มจะมีเงินบ้าง เราก็เลยมองไปยังพี่น้อง ยังไม่มีอะไร เราก็เลยลงทุนให้ลงทุนหลายอย่าง ผมชอบทำธุรกิจ ทั้งๆ ที่ไม่เป็น อยากให้พี่น้องทำ อย่างเช่น ลงทุนเปิดร้านอาหารให้ ซื้อรถไถ รถแม็คโคร วัวตัวละเป็นแสน ตัวละ 4-5 หมื่น เราก็ซื้อมาเป็นร้อยๆ ตัว ก็คือเยอะ ทำวงดนตรีให้น้องชายดูแล

แล้วเป็นหนี้ตรงไหน ?
ทศพล : ก็คือทุกอย่างไปหมดเลย ไม่ได้ รวมทุกอย่าง น่าจะ 10 นิดๆ

แล้วเป็นหนี้ด้วยไหม ?
ทศพล : เป็นหนี้บ้าง เพราะทุนเราที่เราพอมีอยู่ เราก็ลงไปแทบจะหมด



เรียกว่าหมดตัวไหม ?
ทศพล : ครับ

แล้วทำยังไงในช่วงหนึ่งของชีวิตที่เราให้ทุกอย่างกับทุกคน แต่สุดท้ายเราเกือบหมดตัว ?
ทศพล : เกือบแทบจะหมด แล้วตอนหลังพอมีงานก็เก็บใหม่ ตรงนั้นหมดไปแล้วไม่ได้โทษใคร ด้วยความที่เราไม่รู้จักในการที่เราจะทำธุรกิจตรงนั้น แต่ว่าเราอยากจะลงให้ แต่เราไม่รู้ว่าพี่น้องเราเก่งไหม มันก็เลยไม่ได้ หมดไปทีละเล็กทีละน้อย ก็สะสมรวมแล้วประมาณ 10 มันหลายอย่าง เราก็อึ้งอยู่พักหนึ่งว่าจะทำอะไรดี เหมือนเขาสร้างให้เรามาเป็นนักร้อง แต่ใจเรามันห่วงพี่ ห่วงน้อง จะยื่นเงินให้อย่างเดียวก็ไม่ใช่ เราต้องการให้เขาแสดงฝีมือ แต่ว่ามันไม่ได้อย่างที่คิด

พอมันหมดเยอะขนาดนี้เราหันหน้าเข้าวัดเลยไหม ?
ทศพล : ก็ตั้งหลักใหม่ แล้วก็มาคิดลงทุนใหม่ เงียบอยู่หลายปีเหมือนกันนะ จังหวะลูกชายเรียนจบ แต่เขาชอบค้าขาย ผมก็เลยเปิดร้านสเต็กให้ประมาณ 2 ปีกว่าๆ ก็ไม่ดี เลยไปปรึกษาเพื่อนที่นครสวรรค์เขามีโรงงานลูกชิ้น ผมเลยให้ลูกชายไปเรียนกับเพื่อนเลย แล้วมาทำเอง ตอนนี้ได้ 3 ปีกว่าแล้ว โรงงานลูกชิ้น หมูยอเราก็โอเค



คลิปสัมภาษณ์ ทศพล หิมพานต์