ส.ส.ดาวฤกษ์พา ปชช.ร้อง กมธ.ปม รฟท.เวนคืนที่

2020-09-08 15:55:35

ส.ส.ดาวฤกษ์พา ปชช.ร้อง กมธ.ปม รฟท.เวนคืนที่

ส.ส.ดาวฤกษ์ พปชร. นำ ปชช.ร้อง กมธ.สวัสดิการสังคมกรณี รฟท.ขอเวนคืนที่ดินก่อสร้าง Hub รถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน

เมื่อวันที่ 8 ก.ย. น.ส.ภาดาห์ วรกานนท์ ส.ส. กทม. เขตพญาไท-ราชเทวี-จตุจักร พร้อมด้วย น.ส. ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส. กทม. เขตบางกะปิ-วังทองหลาง นายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส. กทม. เขตหนองจอก และ น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม.เขตวัฒนา-คลองเตย พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)  นำประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากจากกรณีการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขอเวนคืนที่ดิน เพื่อก่อสร้าง Hub รถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน ได้แก่ สนามบินอู่ตะเภา สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินเอนเมือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.รังสิมา รอดรัศมี เป็นประธาน ซึ่งเป็นกรณีต่อเนื่องจากการที่ ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ได้ลงพื้นที่เขตราชเทวี เพื่อรับฟังความเดือดร้อนของประชาชนเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2563


น.ส.ภาดาห์ กล่าวว่า วันนี้ประเด็นหลักที่ได้นำมายื่นต่อ กมธ.คือ ประชาชนที่โดนไล่ที่ต้องการทราบเวลาที่แน่นอนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่าจะต้องย้ายออกจากพื้นที่เมื่อไหร่ และต้องการขอร้องว่าให้การรถไฟมีการประณีประนอมการฟ้องร้อง เพราะทุกคนได้รับความเดือดร้อนจริงๆ จึงต้องการให้มีการหันหน้ามาพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหา รวมถึงขอให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลเพื่อหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ให้

“โดยข้อเรียกร้องทั้ง3 ข้อ วันนี้ได้เข้าไปในกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมแล้ว เราได้คำตอบส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นคำตอบที่ดีมาก คำตอบที่1.คือทราบในเรื่องของระยะเวลาแน่นอนที่ประชาชนต้องย้ายออกจากพื้นที่ ข้อที่2.ทางการรถไฟฯได้รับปากว่าจะดูแลในเรื่องของการฟ้องร้อง ก่อนจะถึงวันที่ฟ้องร้อง โดยทางการรถไฟยินดีที่จะเจ้ามาพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาและหาทางออก แต่สำหรับข้อที่3.นั้นเป็นข้อที่ยากมาก คือต้องการให้การรถไฟและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งวันนี้มีทั้งการเคหะฯ กรมพัฒนาสังคมฯ กรมธนารักษ์เข้ามารับฟัง ทุกหน่วยงานมีความพร้อมและยินดีที่จะเข้ามาช่วย” น.ส.ภาดาห์ กล่าว

น.ส.ภาดาห์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนเองและประชาชนต้องการฝากไปถึงหน่วยงานที่เดี่ยวข้อง คือทุกครั้งที่รัฐบาลมีโครงการขนาดใหญ่ในการพัฒนาที่ดิน แน่นอนว่าจะต้องมีผลกระทบกับประชาชนจำนวนมาก โดนเฉพาะในกรณีของการรถไฟที่มีผลกระทบต่อประชาชนใน กทม.เกือบ 3,000ครัวเรือน จึงต้องการให้รัฐบาลพิจารณาว่าเวลาจะมีโครงการขนาดใหญ่ จะแก้ปัญหากับผู้ที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้อย่างไร เพราะกว่าจะอนุมัติใช้เวลานาน ดังนั้นในช่วงของการอนุมัติควรจะมีประเด็นการพิจารณาช่วยเหลือประชาชน จะได้ไม่ต้องมาถึงวันที่ประชาชนเดือนฝดร้อนและต้องหาที่ทำกินอย่างเร่งด่วน กรรมาธิการฯได้รับปากที่จะช่วยสานต่อในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูอลเยียวยา และจะทำหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่าจะช่วยพิจารณาเยียวและดูแลกรณีนี้ได้อย่างไรบ้าง

น.ส.ภาดาห์ ยังกล่าวถึงพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะโครงการมักกะสันที่มีพื้นที่ 500 ไร่ เชื่อว่าไม่ได้มีการใช้พื้นที่ทั้งหมด ดังนั้นหากมีการกันพื้นที่บางส่วน 20-30ไร่ เพื่อให้ประชาชนเข้าไปอยู่อาศัย โดยให้ทางการเคหะแห่งชาติ หรือ พม. เข้าไปสร้างบ้านมั่นคง ซึ่งในกรรมาธิการฯทุกคนได้เห็นด้วย   ดังนั้นต้องการให้การรถไฟคิดว่าที่ดินดังกล่าวไม่ใช่ของการรถไฟเพียงคนเดียว แต่เป็นที่ดินของประเทศชาติ วันนี้เมื่อมีคนเดือดร้อนการรถไฟฯก็ควรจะต้องคำนึงถึง โดยประเด็นนี้ทางการเคหะฯได้บอกว่ามีความพร้อมที่จะเข้าไปดำเนินการก่อสร้างที่พักหากทางการรถไฟให้ที่ดิน

ขณะที่ น.ส.ฐิติภัส กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่มีการวางแผนในการพัฒนาเพื่อที่จะย้ายประชาชนออกจากพื้นที่ก่อน แต่กลับใช้วิธีการฟ้องร้องขับไล่ ซึ่งขณะนี้กำลังพยายามเปลี่ยนหลักคิดของการรถไฟฯว่า เป็นรัฐวิสาหกิจที่ได้เงินภาษีจากประชาชน ควรจะต้องคำถึงถึงประเด็นนี้ด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง