ระวังเห็ดพิษ

2020-08-21 10:45:08

ระวังเห็ดพิษ

Advertisement

ระวังเห็ดพิษ 

แม้ว่าส่วนใหญ่เห็ดจะสามารถรับประทานได้และมีประโยชน์ แต่เห็ดบางชนิดก็มีพิษที่ร้ายแรง สามารถทําลายตับ ไต กล้ามเนื้อ ทางเดินอาหาร และอาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ อาการที่พบบ่อยหลังจากที่รับประทานเห็ดพิษ ได้แก่ คลื่นไส้อาเจียน ถ่ายเหลว ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการในระบบอื่น ๆ ร่วมด้วย

ในประเทศไทย ฤดูฝนเป็นช่วงที่มีเห็ดป่าขึ้นเองตามธรรมชาติ และมีการเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี ประชาชนจึงมักนิยมเก็บเพื่อมาปรุงอาหารหรือนำมาขาย ซึ่งทุกปีจะพบผู้ป่วยที่เกิดพิษจากการรับประทานเห็ดพิษ เนื่องจากเห็ดป่ามีทั้งเห็ดที่รับประทานได้และเห็ดพิษ เห็ดทั้ง 2 กลุ่มนี้บางชนิดมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก ทำให้ประชาชนไม่สามารถแยกได้และเข้าใจผิดว่าเป็นชนิดที่รับประทานได้ นอกจากนี้แล้วเห็ดพิษหลายชนิดจะมีสารพิษที่ทนต่อความร้อน แม้จะปรุงให้สุกแล้ว เช่น ต้ม หรือผัด ก็ไม่สามารถทำลายสารพิษนั้นได้

โดยในช่วงปีนี้ ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับการปรึกษาผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากเห็ดพิษจากทั่วประเทศ มาเป็นจำนวนมาก เฉพาะตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนมิถุนายน 2563 มีผู้ป่วยจากทั่วประเทศ จำนวน 202 ราย โดยเป็นการปรึกษามาจากทุกภาคของประเทศไทย พบมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (51 เปอร์เซ็นต์), ภาคใต้ (19เปอร์เซ็นต์ ) ภาคตะวันออก (14 เปอร์เซ็นต์) ส่วนในภาคอื่น ๆ พบประมาณภาคละ 2-5 เปอร์เซ็นต์

มีผู้ป่วยที่ได้รับพิษ และเกิดอันตรายต่อระบบต่างๆของร่างกาย ที่พบบ่อย ได้แก่ 

-พิษต่อระบบทางเดินอาหาร จำนวน 141 ราย

-พิษต่อตับ ทำให้เกิดตับอักเสบและบางรายเกิดอาการรุนแรงจนมีตับวาย 36 ราย

-พิษต่อกล้ามเนื้อ ทำให้ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อสลาย มีเกลือแร่ในเลือดผิดปกติหรือบางรายมีไตวายร่วมด้วย จำนวน 21 ราย

มีผู้ป่วยหลายรายมีอาการพิษเกิดขึ้นในหลายระบบ และมีผู้ป่วย 4 รายที่มีอาการรุนแรงจนเสียชีวิต

ทางศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี จึงขอให้ประชาชนที่นิยมรับประทานเห็ดป่าที่เก็บตามธรรมชาติ โปรดระวังอันตรายจากการรับประทานเห็ดพิษ หากเป็นไปได้ขอให้งดการเก็บและรับประทานเห็ดป่าหรือที่เก็บตามธรรมชาติไปก่อน หรือให้เลือกกินเห็ดที่รู้ชนิดแน่นอนว่าเป็นชนิดที่รับประทานได้

ส่วนความเชื่อในแต่ละท้องถิ่น เรื่องการตรวจแยกว่าเป็นเห็ดพิษหรือไม่ เช่น การจุ่มช้อนเงินลงไปในหม้อต้มเห็ด หรือ การนำไปต้มกับข้าวสาร ถ้าเป็นเห็ดพิษ ช้อนหรือข้าวจะกลายเป็นสีดำ เป็นต้น ในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถอ้างอิงได้ว่าวิธีการเหล่านี้สามารถใช้ทดสอบเห็ดพิษได้จริง ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ใช้วิธีการเหล่านี้ทดสอบความเป็นพิษของเห็ด

ในกรณีที่ประชาชนสงสัยว่ารับประทานเห็ดพิษ หรือมีอาการผิดปกติหลังรับประทาน ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อจะได้รับการรักษาที่เหมาะสม หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยติดต่อสอบถามที่ โทรศัพท์สายด่วน 1367 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รศ. พญ.สาทริยา ตระกูลศรีชัย

ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี และภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน

คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

แท็กที่เกี่ยวข้อง