รมว.ดีอีเอสเผยแจ้งเบาะแส "สื่อโซเชียล-เว็บ" ผิดกฎหมายอื้อ

2020-08-10 16:20:54

รมว.ดีอีเอสเผยแจ้งเบาะแส "สื่อโซเชียล-เว็บ" ผิดกฎหมายอื้อ

รมว.ดีอีเอสเผยประชาชนระดมแจ้งเบาะแสสื่อสังคมออนไลน์ เว็บผิดกฎหมาย ผ่านเพจ “อาสา จับตา ออนไลน์” 1,050 รายการ หลังเปิดตัวแค่สัปดาห์แรก

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวในงานแถลงข่าว "อาสา จับตา ออนไลน์" กับการกระตุ้นการมีส่วนร่วมสาธารณะในการดูแลสังคมออนไลน์ วันนี้ ว่า ในช่วง 1 สัปดาห์แรกของการเปิดตัว “เพจอาสาจับตาออนไลน์” เป็นช่องทางสร้างความมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งเบาะแส ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. -9 ส.ค. 2563 มีผู้ส่งข้อมูลแจ้งเบาะแสสื่อสังคมออนไลน์/เว็บผิดกฎหมายเข้ามาแล้ว จำนวน 1,050 รายการ (ยูอาร์แอล) หลังผ่านกระบวนการตรวจสอบ คัดกรองเรื่องที่ซ้ำออกแล้ว เหลือจำนวน 317 รายการ (ยูอาร์แอล) ประกอบด้วยกรณีที่รวบรวมหลักฐาน ดำเนินการยื่นศาลขอปิดกั้นแล้ว จำนวน 181 รายการ (ยูอาร์แอล) ในจำนวนนี้ ศาลมีคำสั่งแล้วทั้งสิ้น 7 รายการ (ยูอาร์แอล) อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบข้อกฎหมายอีก 101 รายการ (ยูอาร์แอล) และอีก 35 รายการ เป็นเรื่องการการหลอกลวง การฉ้อโกง การให้คำปรึกษากับพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ปัจจุบันกระทรวงดิจิทัลฯ ได้เร่งรัดระบบรับเรื่องร้องเรียนสื่อออนไลน์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น กระบวนการรวบรวมและตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ต้องเสร็จสิ้นภายใน 48 ชั่วโมง แล้วส่งให้ศาลอนุมัติคำสั่ง เมื่อศาลมีคำสั่งออกมาแล้ว เราก็จะดำเนินการส่งให้ ทางตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และตำรวจที่เกี่ยวข้องไปตามจับผู้กระทำผิดได้โดยเร็ว ตลอดจนส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น แพลตฟอร์มในต่างประเทศปิดเว็บหรือลบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

นายพุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ เราบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง การตรวจสอบการดำเนินการตามคำสั่งศาล ตั้งแต่ เม.ย. - มิ.ย. 2563  ตรวจพบเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาผิดกฎหมาย 1,500 ยูอาร์แอล แบ่งเป็นเฟซบุ๊ก จำนวน 1,365 ยูอาร์แอล ระงับการเข้าถึงแล้ว 236 ยูอาร์แอล และยูทูบ 135 ยูอาร์แอล ระงับการเข้าถึงไปแล้ว 135 ยูอาร์แอล โดยเฟซบุ๊กที่ยังเข้าถึงได้ 1,129 URLs (1365 ลบ 236) นั้น ซึ่งวันนี้ จะเป็นวันแรกที่เราจะมีหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ให้บริการให้เร่งดำเนินการปิดกั้นเนื้อหาดังกล่าวโดยเร็ว ทั้งนี้หากไม่ดำเนินการภายใน 15 วันอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม มาตรา 27 พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โทษปรับ 200,000 บาท หรือวันละ 5,000 บาท ซึ่งจะดำเนินการควบคู่กันไป ทั้งคดีทางอาญา และเปรียบเทียบปรับ มาตรการนี้เป็นการบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง และกดดันผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างประเทศดำเนินการภายใต้กฏหมายของประเทศไทย  พร้อมกันนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ต้องขอขอบคุณประชาชนผู้แจ้งเบาะแสทุกท่าน ที่ร่วมกันเป็นหูเป็นตา และทนไม่ได้กับการกระทำความผิดทางออนไลน์ ช่วยกันสอดส่องดูแลเว็บไซต์ไม่เหมาะสม ที่มีการกระทำผิดกฎหมายทางออนไลน์ หรือผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ โดยได้แจ้งข้อมูลทาง เพจเฟซบุ้ก “อาสา จับตา ออนไลน์” ซึ่งเป็นช่องทางรับแจ้งข้อมูลจากประชาชน มีเจ้าหน้าที่รับเรื่องและตรวจสอบตลอด 24 ชม. หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระทรวงจะได้รับความร่วมมืออย่างดีเช่นนี้จาก อาสา จับตา ออนไลน์ ทุกท่าน

แท็กที่เกี่ยวข้อง