เลขาธิการ พท. เรียกร้องหยุดคุกคามประชาชน

2020-08-07 22:30:51

เลขาธิการ พท. เรียกร้องหยุดคุกคามประชาชน

เลขาธิการ พท. ขอเรียกร้องไปยังนายกฯ เคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชน หยุดคุกคามประชาชน

เมื่อวันที่ 7 ส.ค.  น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความผ่านเพจ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ  ระบุว่า หยุดคุกคามประชาชน ผมได้เขียนจดหมายเปิดผนึกส่งถึงนายกรัฐมนตรีเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ความโดยสังเขปก็คือ การชุมนุมเป็นสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ส่วนข้อเรียกร้องเรื่องที่ขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา และหยุดคุกคามประชาชนของผู้ชุมนุมดังกล่าว เป็นข้อเรียกร้องที่ชอบตามรัฐธรรมนูญและประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตราบใดก็ตามที่การใช้สิทธิและเสรีภาพของผู้ชุมนุม มิได้กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น เพราะฉะนั้น การชุมนุมดังกล่าวจึงได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

เมื่อการชุมนุมดังกล่าวเป็นสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยที่รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครอง รัฐจึงมีหน้าที่และข้อควรปฏิบัติ ดังนี้ 1. เคารพและคุ้มครองการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชน ดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ชุมนุม รวมทั้งจะต้องหลีกเลี่ยงการดำเนินการใดๆ ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนไม่ว่าจะด้วยการใช้กฎหมาย มาตรการหรือวิธีการใดๆ อันอาจมีผลกระทบต่อการใช้สิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครองดังกล่าว

2. พรรคเพื่อไทยตระหนักว่าประเทศอยู่ในระหว่างการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด๑๙ แต่เมื่อการชุมนุมดังกล่าวเป็นสิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครอง รัฐจึงมีหน้าที่อำนวยความสะดวกและดูแลให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสุขภาพของผู้ชุมนุมและประชาชน แต่จะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการชุมนุมอันเป็นสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ

3. รัฐจะต้องไม่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือดําเนินคดีกับผู้ชุมนุมทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อการชุมนุมที่ชอบตามรัฐธรรมนูญ หยุดการคุกคามทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่ว่าจะเป็นการกระทำต่อผู้ชุมนุมโดยตรงหรือต่อครอบครัวของผู้ชุมนุม รวมถึงงดเว้นการออกข้อกำหนดใดๆ ที่มีผลต่อการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจนเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น

แต่บ่ายวันนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐได้เข้าจับกุมแกนนำการชุมนุมหลายท่าน ด้วยข้อหาครอบจักรวาลว่าด้วยการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 มารู้จักกฎหมายข้อนี้จาก iLAW กันก่อนดีกว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 หรือข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” เป็นกฎหมายที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันมากนัก เพราะมีเหตุให้ใช้ไม่บ่อย แต่หลังการรัฐประหารในปี ๒๕๕๗ ข้อหานี้ถูกใช้มากขึ้นเรื่อยๆ ต่อกลุ่มคนที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองในทิศทางตรงข้ามกับรัฐบาลทหาร จนเข้าลักษณะเป็นการตั้งข้อหาเพื่อหวังผลทางการเมือง และตอกย้ำว่ากฎหมายมาตรานี้เป็นข้อหาที่อยู่คู่กับการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองมาทุกยุคทุกสมัย ดังนั้น พรรคเพื่อไทย ขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อให้ตระหนักว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานของรัฐต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชน รวมทั้งต้องปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม โดยคำนึงถึงหลักเมตตาธรรมต่อผู้ชุมนุมที่เป็นพี่น้องร่วมชาติ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม

ขอบคุณเพจ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ

แท็กที่เกี่ยวข้อง