แอมเนสตี้แถลงหลัง "อานนท์-ไมค์"ถูกจับกุม เรียกร้องหยุดดำเนินคดีผู้ชุมนุม

2020-08-07 22:15:11

แอมเนสตี้แถลงหลัง "อานนท์-ไมค์"ถูกจับกุม  เรียกร้องหยุดดำเนินคดีผู้ชุมนุม

แอมเนสตี้แถลงหลัง "อานนท์-ไมค์"ถูกจับกุมตั้ง 8 ข้อกล่าวหา เรียกร้องทางการไทยคไม่ให้มีการตอบโต้เอาคืนกับบุคคลอื่นซึ่งมีส่่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมอีก

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการจับกุมนายอานนท์ นำภา และ นายภานุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก นักกิจกรรมที่เป็นแกนนำคนสำคัญ ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา น.ส.ปิยนุช โคตรสาร ผอ.แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า การออกหมายจับและตั้งข้อกล่าวหาทั้งสองคนในวันนี้ นับเป็นปฏิบัติการที่ไม่ได้สัดส่วนอย่างสิ้นเชิงอีกครั้งหนึ่งของตำรวจไทยเพื่อปราบปรามการใช้สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบ โดยมีเป้าหมายอย่างชัดเจนว่าเพื่อข่มขู่ผู้ที่จะเข้าร่วมการชุมนุมในช่วงสุดสัปดาห์นี้ หลังที่ต้องเผชิญหน้ากับการถูกคุกคามมาหลายเดือน ในตอนนี้ทนายอานนท์และนายภานุพงศ์ ยังจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาอาญาร้ายแรงถึง 8 ข้อกล่าวหา เพียงเพราะใช้สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบ นอกจากจะต้องถอนข้อกล่าวหาที่ปราศจากมูลความจริงเช่นนี้แล้ว แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังเรียกร้องทางการไทยให้การประกันว่าจะมีการคุ้มครอง รักษาความมั่นคงปลอดภัย ไม่ให้มีการตอบโต้เอาคืนกับบุคคลใดก็ตาม ซึ่งมีชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการชุมนุมอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ตำรวจได้จับกุมนายอานนท์ นำภา ด้านหน้าที่พักใน กทม.  และจับกุมนายภานุพงศ์  ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทั้งสองคนอยู่ระหว่างการส่งตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ส่วนแกนนำนักศึกษาอีกคนหนึ่งคือ นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ ซึ่งเป็นสมาชิกของสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย ถูกออกหมายจับเช่นกัน

สำหรับนายอานนท์และนายภานุพงศ์อาจได้รับโทษจำคุก 7 ปี ตามข้อหาต่าง ๆ รวมทั้งยุยงปลุกปั่นเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน มั่วสุมกันใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 385 ตามลำดับ ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ความผิดตามพ.ร.บ. โรคติดต่อ มาตรา 34 (6) ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะเป็นความผิดตามมาตรา 114 พ.ร.บ.จราจรทางบก ความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 19 และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดตามมาตรา 4 ของพ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ โดยใช้เครื่องขยายเสียง

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องรัฐบาลไทยให้การประกันว่า การบังคับใช้กฎหมายต้องมีจุดประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กำลังให้มากสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และให้ยึดมั่นในหลักการไม่ใช้ความรุนแรง

ขอบคุณภาพและเนื้อหาจาก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง