อินเดียโฆษณาวิหารอื้อฉาวกลางไทม์สแควร์

2020-08-06 17:05:07

อินเดียโฆษณาวิหารอื้อฉาวกลางไทม์สแควร์

ทางการอินเดียขึ้นป้ายโฆษณาดิจิทัลขนาดใหญ่ บนผนังตึกกลางย่านไทม์สแควร์ ของนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นภาพพระราม เทพเจ้าศักดิ์สิทธิองค์สำคัญของชาวฮินดู และแบบสถาปัตย์วิหารหลังใหม่ที่กำลังจะก่อสร้าง บนสถานที่พิพาท ในเมืองทางเหนือของอินเดีย แม้จะมีเสียงคัดค้านการโฆษณาจากหลายกลุ่มองค์กรเคลื่อนไหว รวมถึงกลุ่มชาวมุสลิม กลุ่มสิทธิมนุษยชน กลุ่มต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์ และกลุ่มต่อต้านการแบ่งแยกทางศาสนา

การขึ้นป้ายโฆษณากลางย่านไทม์สแควร์ เมื่อวันพุธ มีขึ้นขณะที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย เดินทางไปเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ เริ่มการก่อสร้างวิหารพระรามแห่งใหม่ ในเมืองอโยธยา เมืองที่ประสูติของพระราม ตามตำนานในมหากาพย์รามเกียรติ์ ในรัฐอุตตรประเทศ ตรงจุดที่เคยเป็นที่ตั้งของมัสยิดบาบรีของชาวมุสลิม ซึ่งถูกกลุ่มชาวฮินดูคลั่งศาสนาบุกพังทลายจนราบเป็นหน้ากลอง

วันที่ 6 ธ.ค. 2535 ชาวฮินดูหัวรุนแรงในอินเดีย ประมาณ 150,000 คน นำโดย พรรคพรรคภาราติยะ ชนตะ หรือ บีเจพี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลอินเดียในปัจจุบัน และกลุ่มวิษณุ ฮินดู ปาริชาด (วีเอชพี) บุกพังทลายมัสยิดบาบรี ทำให้เกิดการปะทะถึงขั้นจลาจล กับกลุ่มชาวมุสลิม ชนกลุ่มน้อยในประเทศ มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 คน และเป็นหนึ่งในชนวนขัดแย้งรุนแรง ระหว่างกลุ่มคน 2 ศาสนาในอินเดียจนถึงปัจจุบัน

Advertisement




ชาวฮินดูเชื่อว่า ตรงจุดที่ก่อสร้างวิหาร เป็นสถานที่ประสูติของพระราม และจักรพรรดิบาบูร์ แห่งราชวงศ์โมกุลของชาวมุสลิม สร้างมัสยิดคร่อมทับวิหารเดิม

แผ่นป้ายโฆษณาดิจิทัล การก่อสร้างวิหารพระราม บนผนังตึกย่านไทม์สแควร์ เป็นของบริษัทสื่อโฆษณา เคลียร์ แชนเนล ในนิวยอร์ก ได้รับการว่าจ้างจากสมาคมชาวอินเดียในอเมริกา ในนาม คณะกรรมการกิจการสาธารณะอินเดียอเมริกัน หรือ เอไอพีเอซี (American India Public Affairs Committee : AIPAC) ซึ่งประธานสมาคมคือนายจักดิช ซิวฮานี หัวหน้าสาขาพรรคบีเจพีในสหรัฐ

Advertisement




พิธีวางศิลาฤกษ์เริ่มก่อสร้างวิหารเมื่อวันพุธ มีขึ้นหลังจากศาลฎีกาอินเดียในกรุงนิวเดลี มีคำพิพากษาในเดือน พ.ย.ปีที่แล้วว่า สถานที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของชาวฮินดู แต่ชาวมุสลิมสามารถใช้ที่ดินเนื้อที่ 5 เอเคอร์ หรือ 12.6 ไร่ บริเวณใกล้เคียง สร้างมัสยิดขึ้นมาใหม่ได้ ซึ่งคำพิพากษาสร้างความไม่พอใจให้กับชาวมุสลิมในอินเดีย ซึ่งมีอยู่ประมาณ 14 % ของประชากรอินเดีย 1,381 ล้านคนทั้งประเทศ รวมทั้งชาวมุสลิมทั่วโลก.