เปิดใจเรื่องลูก “ฟิล์ม รัฐภูมิ” เคลียร์ดราม่าอกตัญญูเฮียฮ้อ

2020-08-05 12:25:27

เปิดใจเรื่องลูก “ฟิล์ม รัฐภูมิ” เคลียร์ดราม่าอกตัญญูเฮียฮ้อ

เรียกว่าเจอปัญหาถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องอยู่นานหลายปี แต่ดาราหนุ่ม "ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์" ก็ยังคงยืนยัดในวงการบันเทิงได้สบายๆ ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเคลียร์เรื่องราวดราม่าชาวเน็ตที่ออกมาจวกกล่าวหาว่าหนุ่มฟิล์มอกตัญญู"เฮียฮ้อ"หลังประกาศหมดสัญญาต้นสังกัด พร้อมร่วมงานต่างสังกัดเต็มตัว ผ่านทางรายการคุยแซ่บShow  พร้อมอัปเดตบทบาทคุณพ่อมือใหม่ หลังมีลูกชายวัยกำลังน่ารัก น่าชัง อย่างละเอียดว่า

ล่าสุดมีเรื่องดราม่าเรื่องหมดสัญญากับค่ายเดิม แล้วไม่โพสต์ขอบคุณ แล้วก็เลยกลายเป็นคนอกตัญญู?
มันน่าจะมีคนที่หวังดี เขาก็มาพูดกันในโซเชียลว่าทำไมผมไม่โพสต์ขอบคุณเลย ผมอยากจะบอกว่าจริงๆ ผมก็มีเหตุผลของผม ที่ผมไม่ได้โพสต์เนี่ย ถ้าคำว่าขอบคุณสำหรับเฮียฮ้อ หรือว่าผู้บริหารอาร์เอส หรือว่าอาร์เอส เนี่ยคือชาตินี้ผมคงขอบคุณไม่หมด เพราะว่าเขามีพระคุณต่อผมมาก ผมเลยมองว่าทำไมเราต้องเป่าประกาศว่าเราหมดสัญญาแล้ว เพราะว่าในใจของผม ผมก็ยังอยู่อาร์เอสตลอด ตั้งแต่วันแรกที่ผมมีตัวตน จนถึงวันนี้ แล้วก็ผมมีชีวิตที่ดีขึ้น พ่อแม่มีความสุขขึ้นก็เพราะเฮียฮ้อทั้งนั้น เราไม่คิดเลยว่า มันเป็นเพียงกระดาษหนึ่งใบที่มันหมดสัญญา แต่ตัวเองนั้นก็ยังอยู่เหมือนเดิม

ทางเฮียฮ้อเขาทราบไหมว่ามันเกิดประเด็นดราม่าขึ้น แล้วเราได้คุยกับเฮียฮ้อไหม?
จริงๆ ผมคุยกันตลอด แต่ผมเชื่อว่าเฮียน่าจะยุ่ง คงมองว่าผมน่าจะเอาอยู่อยู่แล้ว มันเป็นเรื่องธรรมดามาก คงจะเป็นแค่คนพูดกัน คือเขาคงหวังดีกับเราแหละ ลงบอกหน่อย แต่ผมอยากจะบอกกับทุกท่านว่าสิ่งที่ผมพูดไปเมื่อสักครู่ว่ามันไม่จำเป็นหรอกครับ ทำไมผมต้องประกาศว่าผมอิสระแล้ว ทั้งที่มันเป็นเพียงแค่หน้าที่การงานของผม แต่จริงๆ แล้วผม ความรู้สึกกับผู้บริหาร เฮียฮ้อ ผมก็ยังรักและเคารพเหมือนคุณพ่อผมตลอดมา

Advertisement



มีคำแรงที่เรารู้สึกว่ามันแรงไปมีไหม?

มันก็มีบ้าง แต่เราก็ห้ามความคิดใครไม่ได้ มันกลายเป็นแบบอย่างไปแล้วว่าศิลปินเวลาออกจากค่ายเขาก็จะโพสต์กัน แต่เรากลับไม่ได้โพสต์ เพราะว่าผมก็มีเหตุผลของผม

อยู่ค่ายเดิมมากี่ปี?

Advertisement



15 ปีเต็ม มันมีแต่ความสุข แล้วได้รับโอกาสจากเด็กธรรมดาคนหนึ่งกลายเป็นคนที่มีคนรู้จักทั่วประเทศ มันทำให้เรารู้สึกว่าโอกาสนี้ไม่รู้ว่าเราจะหาคำขอบคุณหรือไปทดแทนบุญคุณนั้นยังไง คือผมก็มีแต่ความสุขแล้วได้รับโอกาสที่ดีตลอดมา ผมอยู่กับอาร์เอสผมไม่ได้ทำอะไรเลย คือจะมีผู้ใหญ่มอบโอกาสให้ผมเสมอ พิธีกร ตั้งแต่เด็กๆ เดินตามกองถ่ายสัมภาษณ์คนอื่น เป็นนักร้อง เป็นดาราละคร ภาพยนตร์ แล้วก็หลายๆ อย่างที่ผมไม่เคยทำก็ได้รับจากที่นี่

อยากบอกอะไรกับคนที่พูดถึงเราในแง่ไม่ดีบ้างไหม?

อยากจะขอบคุณมากกว่า เขาก็คงรักเราแหละ เขาอยากให้เราดูน่ารักตลอด ผมก็เป็นตัวของผม ผมก็จะรู้ว่าผมควรจะทำอะไร แล้วก็อยากให้เคารพความคิดของผมบ้าง

บางคอมเมนต์บอกว่า ว่างงาน 3 ปี ไม่ได้ทำอะไรเลย อันนี้ก็เลยเป็นหนึ่งเหตุผลที่ฟิล์มออก?
จริงๆ แล้วไม่เกี่ยว อย่างที่ผมบอกกระดาษมันก็หมดไปตามสัญญาของมัน แต่ความรู้สึกผม ผมไม่ได้หมดไปจากเฮียเลย ผมก็ยังรักแล้วเคารพเหมือนเดิม ผมมองว่าวันนี้ในมุมมองของธุรกิจ ของโมเดลต้นสังกัดเก่า เรามีธุรกิจที่เปลี่ยนไป แต่ตัวผมเองผมอยากทำงานในสิ่งที่ผมรักอยู่ อยากร้องเพลง อยากเล่นหนัง เล่นละครในเมื่อโมเดลธุรกิจเปลี่ยนไป แต่ตัวเราเองนั้นโตขึ้น แล้วก็มีการตัดสินใจได้มากกว่าเดิม เราก็ควรออกมาทำอะไรที่เรารักมากขึ้น ผมเชื่อว่าเฮียฮ้อก็คงภูมิใจกับผม เพราะสิ่งที่ผมทำทุกวันนี้ไม่เคยทำอะไรนอกลู่นอกทาง หรือว่าทำอะไรให้เขาไม่ภูมิใจ ผมมองว่าผมยังร้องเพลงได้ ผมยังเต้นได้ แล้วต้นสังกัดเราจะไม่มีอะไรพวกนี้แล้วผมก็ออกมาทำที่อื่นได้

หลายคนมองว่าที่เราไม่ต่อสัญญาเพราะว่าเราจะก้าวเข้าสู่การเมืองหรือเปล่า?

Advertisement



จริงๆ แล้วการเมืองมันเข้าเส้นเลยตั้งแต่เด็กๆแล้ว เราชอบการเปลี่ยนแปลง เราชอบเห็นสังคมเจริญขึ้น ประเทศไทยดีขึ้น แต่บทบาทของวัยรุ่นสมัยก่อนมันไม่ค่อยอินกับการเมือง อยู่ๆเป็นดารานักร้อง ออกมาการเมืองจะถูกด่าถูกว่า อยู่ๆเป็นวัยรุ่นออกมาพูดเรื่องการเมืองจะถูกมองว่าไร้สาระ ไม่มีประสบการณ์ แต่พอยุคที่ผ่านมามันมีการเปลี่ยนแปลง วัยรุ่นออกมาขยับตัวเคลื่อนไหวในสังคมมากขึ้น มันก็เลยทำให้คนดูว่า ถ้าที่ผ่านมาเราวิเคราะห์กันแล้ว รุ่นใหม่เก่งกว่ารุ่นเก่า แต่ต้องใช้รุ่นเก่ามาสอนรุ่นเก่าหน่อย มันก็เลยโคจรประเทศไทยก็เจริญขึ้น



เรามาย้อนประเด็นดราม่า ฟิล์มจำได้ไหมว่าประเด็นอะไร?

ถ้าใหญ่สุดในชีวิต ที่อยู่กับมันมา 3 ปีก็เรื่องที่คุณผู้ชมรู้กัน ผมถึงขั้นต้องไปบวช แต่ผมเชื่อว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของผมเหมือนกันนะ ตรงที่ว่าผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าชีวิตผมจะมีเวลาว่างถึงขั้นได้ไปบวชทดแทนพระคุณแม่ ถึงขั้นได้ไปเรียนต่อเมืองนอก มันทำให้ผมมีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น ทำให้ผมได้เปิดโลกใบใหม่ๆ ที่ไม่ใช่เห็นแต่รั้วของประเทศไทย

แต่กว่าจะถึงขั้นที่เราทำใจไปบวช ไปเรียนเมืองนอก แล้วก่อนหน้านั้นเรารับมือยังไง?

ต้องบอกว่าพื้นฐานทางด้านความคิดและครอบครัวอบอุ่นและแข็งแรงแบบสุดๆ มันก็เลยทำให้ผมผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ ถ้าเกิดผมไม่แข็งแรง มันอาจจะเป็นโรคซึมเศร้าไปเลยก็ได้ เพราะมันเจอทุกวัน แล้วก็มีทุกวัน 1.เลยคือความถูกต้องที่เราทำ เราทำบนพื้นฐานความถูกต้องไหม เราไม่ได้ทำผิดต่อใคร โอเคถ้างั้นเราก็ผ่านมันมาได้ เดี๋ยวเวลามันจะเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวเราเอง แต่ผมก็มองว่าเดี๋ยวความถูกต้องมันจะกลับมาเอง เราก็ดำเนินชีวิตเราต่อไป

Advertisement




ตอนนั้นเสียสูญเลยไหม?

มันมีบ้างครับ ทำไมไม่มีใครเข้าใจ แต่ผมโชคดีตรงที่เราเป็นสื่อ เวลาที่เราเป็นสื่อคนก็อยากจะฟังทั้งสองด้าน ฟังด้านนั้นแล้วก็มาฟังด้านเรา พอเขามาฟังด้านเรา เราก็พยายามคิด วิเคาะห์ คำนวนในสิ่งที่เราอยากจะพูด คือผมเป็นสไตล์ที่ว่าไม่พูดพาดพิงถึงใคร จะพูดแต่ในมุมของเรา

เห็นว่าก่อนที่จะเป็นเรื่องนี้ก็มีเรื่องอื่นๆ เห็นว่าหนักๆ ทั้งนั้น เพื่อนในวงโดนยิง?
ผมตั้งแต่ได้พี่พชร์ อานนท์เข้ามาดูแล มาปั้นให้ทำงาน เล่นหนัง เริ่มแรกแกพามาฝากที่แกรมมี่ก่อน ผมก็มีเพลงออกมา มีผม มีเป๊ก ผลิตโชค แล้วก็มีเพื่อนอีกคนหนึ่งชื่อ แบงค์ ตอนนั้นออกมาแล้ว 2 เพลง แล้วมันดังทางต้นสังกัดก็เลยบอกว่าให้ผมถ่าย MV ผมก็มานั่งรอที่ใต้ตึกแกรมมี่ มีเป๊กมาก่อน แต่แบงค์ยังไม่มา ทีมงานก็ตามกัน แล้วก็วิ่งมาบอกว่าเพื่อนเสียชีวิต

ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไง มันจะประสบความสำเร็จอยู่แล้ว?

เราประกาศไปหมดแล้วว่าเราเป็นนักร้องนะ ที่โรงเรียนพูดกับเพื่อนหมดเลยว่าจะเป็นนักร้องแล้ว เพลงนี้เป็นแก๊งเราร้องนะ ก็ดีใจมากมันก็ดาวน์ลงมาแค่คำพูดว่าเพื่อนจากไปแล้ว คือเราก็งง ต้นสังกัดบอกว่าพับโปรเจ็กต์ไป ผมก็เสียใจนะ เราก็เต็มที่แล้วแต่ก็ไม่เป็นไรครับ พี่พชร์ก็เลยพาผมเข้าไปอยู่อาร์เอส

Advertisement



เราหวังกับเพลงนี้ขนาดไหน?

จากคนที่เป็นตัวประกอบตลอดชีวิต จากคนที่ไขว่คว้ามาตลอดชีวิต เราเป็นได้แค่ตัวประกอบหรอ แต่ความสามารถเราพยายามทุกวันมันน่าจะได้โอกาสนะ แล้วพอเราได้โอกาสมาแล้ว พอฟังผมก็ช็อกไปเหมือนกัน แต่ผมก็เสียใจนะ เราก็กอดคอกับเพื่อนบอกว่าไม่เป็นไรนะ เพราะว่าเขาก็จากไปแล้ว มันก็ดาวน์ๆ มันก็ผ่านไปได้

ไปอยู่อาร์เอสก็ดัง แต่ก็มีดราม่าๆเยอะมากทุกวัน?

ก็เป็นที่จับตามอง แล้วคนสนใจ ก็อยู่มา 3 ปีเต็มๆ

รับมือได้ไง 3 ปี?

ผมมองเป็นเรื่องชินไปแล้ว ตื่นมาผมต้องฟังข่าวตัวเองในทุกๆ วัน แล้วดูว่ากระแสเป็นยังไงบ้าง มันก็เป็นเรื่องชินมากกว่า อยู่กับมันได้ เราก็มองเห็นเลยว่า 1.เลยคุณพ่อ คุณแม่ก็เข้าใจ เฮียฮ้อก็เข้าใจ แฟนๆก็เข้าใจ แล้วผมผ่านมาได้ก็เพราะคนเหล่านั้น



เรื่องของฟิล์มยังไม่จบ ยังมีการบุกจับแบงก์ชาติอีก?

ผมทำธุรกิจตั้งแต่ปี 54 ผมเป็นกลุ่มคนที่นำเข้าคิวอาร์โค้ด Payment Gateway, E-Commerce เข้ามาในประเทศไทยในยุคแรกๆ ทำธุรกรรมด้านการเงินผ่านมือถือ เสร็จแล้วก็ขยายเติบโต โดยการที่เราศึกษาข้อกฎหมายครบถ้วน มันใหม่มาก แล้วก็ไม่มีใครทำ แล้วอยู่ๆ ก็มีการตั้งข้อสอบถาม สงสัยว่าเป็นธุรกิจเถื่อนหรือเปล่า ผิดกฎหมายหรือเปล่า จนมันเป็นประเด็นขึ้นมา แล้วก็ถูกตรวจสอบ ผิดก็ว่าผิด ผมก็แก้ไขปรับปรุง ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่หนักที่สุดในชีวิต

ฟิล์มเคยคิดสั้นไหม?

ต้องบอกไม่เคยคิดเลย มันดาวน์มีไหมมี บางทีเราหลงระเริงไป เพราะมันสุขมาก ดังใหม่ๆมันสุขมาก ถ้าเราไปยึดติดปุ๊บเราจบเลย พอเจอทุกข์ปุ๊บแกะไม่หลุด เขาคิดว่าจิตไปยึดติดแล้ว แต่คิดว่ากลางๆ มันเป็นเรื่องธรรมดา พบเจอ สุข ทุกข์ เป็นเรื่องธรรมดา ผมก็ผ่านมา

เคยคิดจะออกจากวงการบันเทิงเลยไหม?

ไม่เคยเลย เพราะผมมองว่าฟิล์มแฟมิลี่ หรือที่ผมเรียกว่าแฟนๆ เขารอผมอยู่ในทุกๆวัน เรามีบุคคลเหล่านี้อยู่ก็เพียงพอแล้ว

ตอนนี้ลูกกี่ขวบแล้ว?

6 ขวบแล้วครับ

นิสัยเป็นยังไงบ้าง?

ก็เหมือนผมนะ เพราะผมเลี้ยงมา อารมณ์ดี ขี้เล่น ตลกแล้วก็ชอบแกล้ง

ปู่-ย่า เห็นว่าหลงหลาน?

หลงมาก ถ้าผมไม่ว่างคุณพ่อผมท่านก็จะไปรับแล้วคอยดูแลตลอด แต่เขาจะทะเลาะกับพ่อผมตลอดเวลา เด็กพอเริ่มโตก็เริ่มพูดเยอะ เริ่มเถียง เริ่มมีอะไรสงสัย แต่ผมก็เห็นว่ามันคือสีสัน ทำให้บ้านผมมีชีวิตชีวาขึ้นมา

เห็นว่าดื้อ?

ดื้อมาก เพราะว่าอย่างที่ผมบอกมันคือสีสัน เขาจะประดิษฐ์อะไรตลอดเวลา ถาม บ้านพังก็คือวัยเขา



แล้วแฟนของฟิล์มช่วยเลี้ยงลูกไหม?

เป็นบางครั้งมากกว่า ไม่ได้มาช่วยอะไรมากมาย

วางแพลนอนาคตถึงเรื่องแต่งงานบ้างหรือเปล่า?

ผมเฉยๆ กับเรื่องนี้นะไม่ค่อยเน้นเลยกับเรื่องพวกนี้ เพราะว่ามันคืออนาคตล้วนๆ แล้วบวกกับว่าผมอยากให้แฟนๆ ที่เอาผมเป็นแบบอย่าง ยึดแค่ผมทำงาน ผมดูแลพ่อ แม่ ผมจะไม่ให้เขามายึดอะไรแบบนี้ ผมก็เลยไม่ค่อยพูดที่ไหน ผมมองว่ามันเป็นอะไรที่ไม่แน่นอน แล้วผมไม่ชอบให้คนมาดูมุมนี้ของผม เพราะว่าในเมื่อมันไม่แน่นอนดูไปก็จะมีแต่ดราม่าเปล่าๆ

ตอนนี้ชีวิตครอบครัวแฮปปี้?

แฮปปี้ครับก็มีจุดมุ่งหมายมากขึ้น รู้ว่าทำอะไรเพื่อใคร นอกเหนือจากทำให้คุณพ่อ คุณแม่ ก็ยังมีเด็กที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราขาดอะไรเราไปเติมที่เขาดีกว่า