"บิ๊กป้อม"กำชับ สทนช. คำนึงผลกระทบรอบด้านโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ

2020-08-03 15:00:24

"บิ๊กป้อม"กำชับ สทนช. คำนึงผลกระทบรอบด้านโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ

"บิ๊กป้อม"ประชุม คกก.แม่น้ำโขง กำชับ สทนช. คำนึงผลกระทบรอบด้านโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ

เมื่อวันที่  3 ส.ค. พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมคณกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2563 ที่ประชุม ได้รับทราบสถานการณ์ระดับน้ำแม่น้ำโขง ภาพรวมทุกสถานีมีระดับน้ำต่ำ การคาดการณ์ในช่วงฤดูฝน ส.ค.-ต.ค.2563 ระดับน้ำทุกสถานีจะสูงขึ้น แต่ค่าเฉลี่ยมีค่าระดับน้ำสูงกว่าปี 2562 ซึ่งเป็นปีที่ระดับน้ำโขงต่ำมากที่สุด และได้รับทราบผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ข้ามพรมแดนปีงบประมาณ 2562 โดยมีเครือข่ายภาคประชาชน 8 จังหวัด เข้ามามีส่วนร่วมพบว่า ปัญหาที่คล้ายกันได้แก่ การไหลของน้ำมีความเร็ว และแรง ความผันผวนของระดับน้ำ การเปลี่ยนทิศทาง การพังทลายของตลิ่ง และตะกอนลดลง การลดลงของชนิด และปริมาณปลา พืชน้ำบางชนิดสูญหาย สาหร่ายน้ำจืดลดลง กระทบต่อรายได้และวิถีชีวิต และกิจกรรมประเพณีของชุมชน ริมแม่น้ำโขง โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เตรียมปรับการสนับสนุนงบประมาณ โครงการนำร่องตามที่แต่ละจังหวัดเสนอ เพื่อรองรับการปรับตัวของประชาชนริมแม่น้ำโขง และยังได้รับทราบ ผลสรุปกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า ตามกระบวนการแจ้ง ปรึกษาหารือล่วงหน้า (PNPCA) โครงการเขื่อนหลวงพระบาง สปป.ลาว ซึ่งเป็นความสำเร็จของไทยในการผลักดัน กลไกทางการเงิน เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบข้ามพรมแดน จากความคิดเห็นของภาคประชาชน ให้ได้รับการบรรจุเป็นครั้งแรกในถ้อยแถลง

ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางข้อตกลงโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสานะคาม สปป.ลาว ตามมติคณะอนุกรรมการวิชาการ ให้ฝ่ายไทยต้องวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ทั้งด้านอุทกวิทยาและชลศาสตร์ ตะกอนและสัณฐาน แม่น้ำ ประมง และสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย เขื่อน การเดินเรือและเศรษฐกิจ สังคม เนื่องจากเขื่อนสานะคามอยู่ห่างชายแดนไทย เพียง 2 กม. และเห็นชอบ ให้ สทนช.จัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วย ความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แบบบูรณาการ ระหว่างไทย-ลาว เพื่อการแลกเปลี่ยน และแบ่งปันข้อมูล ด้านอุตุ - อุทกวิทยาและอื่นๆระหว่างกัน

พล.อ.ประวิตร ได้กำชับ สทนช.ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักให้ประสานการปฏิบัติกับกระทรวงมหาดไทย  กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินงานต้องคำนึงถึงผลกระทบรอบด้าน พร้อมติดตามโครงการนำร่องเพื่อบรรเทาปัญหาให้กับประชาชน ทั้ง 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง และขับเคลื่อนแผนการรับมือ ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งโครงการเขื่อนหลวงพระบาง และเขื่อนสานะคาม สปป.ลาว โดยคำนึงถึงความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดี ระหว่างไทยกับ สปป.ลาว และกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง 6 ประเทศ โดยเฉพาะต้องสร้างการรับรู้/ความเข้าใจของพี่น้องประชาชนคนไทยในพื้นที่ ให้เกิดการยอมรับด้วย ต่อไป